พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 390 (เล่ม 38)

หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่ง
วิตกและวิจาร.
[๑๐๙๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับ
แห่งจิตใด.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๙๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๙๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?

390
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 391 (เล่ม 38)

วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกมีวิจาร
แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อม
ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร.
[๑๐๙๘] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๐๙๙] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ
ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต
เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร
เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ
ของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ในอุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน ในอุปปาทขณะ
แห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้นก็หาไม่
วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อม-
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกไม่มีวิจารเกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้า

391
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 392 (เล่ม 38)

ทุติยฌาน ตติยฌาน ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะของสัตว์เหล่านั้นนั่นแหละ ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๐๐] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๑๐๑] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมดในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นและจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
และไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี
วิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นและวจีสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมี
วิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๐๒] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?

392
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 393 (เล่ม 38)

กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมี
ปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้น ในลำดับแห่งจิตใด แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว วจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น นอกนี้.
หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๑๐๓] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จัก
เกิดขึ้นแก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
[๑๑๐๔] วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต แต่จิตต
สังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้น
แก่สัตว์ทั้งหลาย นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฯลฯ.
ถูกแล้ว.
[๑๑๐๕] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๑๐๖] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้ว และวจีสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.

393
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 394 (เล่ม 38)

หรือว่า วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์
นั้นในภูมินั้น.
วจีสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักเกิดขึ้น และกายสังขาร
ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
[๑๑๐๗] กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารเคยเกิดขึ้น
แล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ
อรูปาวจรภูมิ แต่กายสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจัก
เกิดขึ้น และกายสังขารก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้เข้าปฐมฌาน ทุติยฌาน
ตติยฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ.
[๑๑๐๘] วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในภูมิมีวิตกมีวิจาร แต่จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารเคย
เกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในภูมิมีวิตกมีวิจาร นอกนี้.
หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิไม่มีวิตกไม่มีวิจาร แต่
วจีสังขารเคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขาร
ก็เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิมีวิตกมีวิจาร

394
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 395 (เล่ม 38)

[๑๑๐๙] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?

ไม่มี.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
[๑๑๑๐] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่
สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
[๑๑๑๑] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น.
เคยเกิดขึ้นแล้ว.
[๑๑๑๒] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วในภูมิใด ฯลฯ.
[๑๑๑๓] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เกิดในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจร
ภูมิ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ใน
ภังคขณะแห่งปัจฉิมจิต อันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตก
ไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน
ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?

395
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 396 (เล่ม 38)

วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ ผู้เข้าทุติยฌาน ตติยฌาน แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นและกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
คือในรูปาวจรภูมิ ในอรูปาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งปัจฉิมจิตอันมีวิตกและมีวิจาร ผู้มีความ
พร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิตอันไม่มีวิตกวิจาร เกิดขึ้น
ในลำดับแห่งจิตใด ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๑๔] กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้เข้าจตุตถฌาน ผู้เกิดใน
รูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ กายสังขาร
ไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และจิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในกามาวจรภูมิ แต่กายสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ จิตตสังขาร
จักไม่เกิดขึ้น และกายสังขารก็ไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยปัจฉิมจิต ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
[๑๑๑๕] วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใดในภูมิใด จิตตสังขารจักไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นในภูมินั้นหรือ?
วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ในภูมิที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร
แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่ วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว และ
จิตตสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ใน
ภูมิอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้ว
แก่สัตว์นั้นในภูมินั้น.

396
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 397 (เล่ม 38)

จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
ปัจฉิมจิต ในภูมิที่มีวิตกและมีวิจาร แต่วจีสังขารไม่เคยเกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น คือ ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต
ในภูมิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร ผู้เป็นอสัญญสัตว์.
อุปาทวาร จบ.
นิโรธวาร
[๑๑๑๖] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจาร
ย่อมดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ผู้เข้า
ปฐมฌาน ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อม
ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์นั้น ผู้เข้าปฐมฌาน
ผู้เกิดในกามาวจรภูมิ ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อม
ดับไป.
[๑๑๑๗] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป?
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อม
ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ใน
ภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมดับไป และกายสังขารก็ย่อมดับไป.

397
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 398 (เล่ม 38)

[๑๑๑๘] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมดับไป.
จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร ย่อมดับไป แต่
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมดับไปก็หาไม่ จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตก
และวิจาร ย่อมดับไป และวจีสังขารก็ย่อมดับไป.
[๑๑๑๙] กายสังขารในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารในภูมินั้น ย่อมดับไป
หรือ?
กายสังขารในภูมินั้น คือในทุติยฌาน ในตติยฌาน ย่อมดับไป แต่วจีสังขารในภูมินั้น
ย่อมดับไปก็หาไม่ ฯลฯ.
[๑๑๒๐] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ย่อมดับไปหรือ ฯลฯ
คำว่า ยสฺส (แห่งสัตว์ใด) ก็ดี คำว่า ยสฺส ยตฺถ (ของสัตว์ใดในภูมิใด) ก็ดี เป็น
เช่นเดียวกัน.
[๑๑๒๑] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ
ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิตที่ไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้า
นิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และวจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับไป?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งลมอัสสาสะปัสสาสะ เว้นวิตกและวิจาร
ย่อมไม่ดับไป แต่กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น
ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะ
ปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และกายสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.

398
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 399 (เล่ม 38)

[๑๑๒๒] กายสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อม
ไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับ
ไป แต่จิตตสังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป กายสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่ดับ
ไป?
ถูกแล้ว.
[๑๑๒๓] วจีสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จิตตสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภังคขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจารย่อมไม่ดับไป แต่จิตต
สังขารของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ย่อมไม่ดับไป และจิตตสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า จิตตสังขารของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไป.
ถูกแล้ว.
[๑๑๒๔] กายสังขารในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป ฯลฯ.
[๑๑๒๕] กายสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป วจีสังขารของสัตว์
นั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปหรือ?
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งวิตกและวิจาร เว้นลม
อัสสาสะปัสสาสะ ย่อมไม่ดับไป แต่วจีสังขารของสัตว์เหล่านั้น ในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่
กายสังขารของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่งจิต ในภังคขณะแห่งจิต อัน
ไม่มีวิตกและไม่มีวิจาร เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และ
วจีสังขารก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า วจีสังขารของสัตว์ใด ในภูมิใด ฯลฯ.

399