หรือว่า จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้น.
จิตตสังขารจักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภูมินั้น ในภังคขณะแห่งจิต ใน
อุปปาทขณะแห่งจิต เว้นวิตกและวิจาร แต่วจีสังขารย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นก็หาไม่
จิตตสังขารจักเกิดขึ้น และวจีสังขารก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ในอุปปาทขณะแห่ง
วิตกและวิจาร.
[๑๐๙๕] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และวจีสังขารก็จักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต ผู้ที่จักมีปัจฉิมจิต อันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เกิดขึ้นในลำดับ
แห่งจิตใด.
หรือว่า วจีสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๙๖] กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะ
แห่งจิต เว้นลมอัสสาสะปัสสาสะ ผู้เข้านิโรธ ผู้เป็นอสัญญสัตว์ แต่จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้น
แก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้น และจิตตสังขารก็จักเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยปัจฉิมจิต.
หรือว่า จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด กายสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
ถูกแล้ว.
[๑๐๙๗] วจีสังขารย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด จิตตสังขารจักไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?