พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 290 (เล่ม 38)

นิทเทสวาร
ปทโสธนวาร
[๘๒๕] ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ทุกขสัจ คือทุกข์หรือ?
เว้นทุกข์ทางกาย ทางใจเสียแล้ว ทุกขสัจที่เหลือ เรียกว่า ทุกขสัจ ไม่ใช่ทุกข์
ทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจ เรียกว่า ทุกข์ด้วย เรียกว่า ทุกขสัจด้วย.
สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ?
เว้นสมุทยสัจเสียแล้ว สมุทัยที่เหลือ เรียกว่า สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจ สมุทยสัจ
เรียกว่า สมุทัยด้วย เรียกว่า สมุทยสัจด้วย.
สมุทยสัจ คือสมุทัยหรือ?
ถูกแล้ว.
นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ?
เว้นนิโรธสัจเสียแล้ว นิโรธที่เหลือ เรียกว่า นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจ นิโรธสัจ เรียกว่า
นิโรธด้วย เรียกว่า นิโรธสัจด้วย.
นิโรธสัจ คือนิโรธหรือ?
ถูกแล้ว.
มรรค คือมัคคสัจหรือ?
เว้นมัคคสัจเสียแล้ว มรรคที่เหลือ เรียกว่า มรรค ไม่ใช่มัคคสัจ มัคคสัจ เรียกว่า
มรรคด้วย เรียกว่า มัคคสัจด้วย.
มัคคสัจ คือมรรคหรือ?
ถูกแล้ว.
[๘๒๖] ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
เว้นทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจเสียแล้ว ทุกขสัจที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นทุกขสัจ เว้นทุกข์
และทุกขสัจเสียแล้ว ทุกข์ที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่ทุกขสัจ.

290
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 291 (เล่ม 38)

ไม่ใช่ทุกขสัจ ไม่ใช่ทุกข์หรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทยสัจ ไม่ใช่สมุทัยหรือ?
เว้นสมุทยสัจเสียแล้ว สมุทัยที่เหลือ ไม่ใช่สมุทยสัจ เป็นแต่สมุทัย เว้นสมุทัยและ
สมุทยสัจเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่สมุทัย และไม่ใช่สมุทยสัจ.
ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่นิโรธสัจ ไม่ใช่นิโรธหรือ?
เว้นนิโรธสัจเสียแล้ว นิโรธที่เหลือ ไม่ใช่นิโรธสัจ เป็นแต่นิโรธ เว้นนิโรธและ
นิโรธสัจเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่นิโรธ และไม่ใช่นิโรธสัจ.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่มัคคสัจ ไม่ใช่มรรคหรือ?
เว้นมัคคสัจเสียแล้ว มรรคที่เหลือ ไม่ใช่มัคคสัจ เป็นแต่มรรค เว้นมรรค และมัคคสัจ
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่มรรค และไม่ใช่มัคคสัจ.
ปทโสธนมูลจักกวาร
[๘๒๗] ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ?
สมุทยสัจ เรียกว่า สัจจะด้วย เรียกว่า สมุทยสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เรียกว่า สัจจะ
ไม่ใช่สมุทยสัจ.
ทุกข์ คือทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.

291
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 292 (เล่ม 38)

สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ ฯลฯ?
สัจจะ คือมัคคสัจหรือ?
มัคคสัจเป็นสัจจะด้วย เป็นมัคคสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจ.
สมุทัย คือสมุทยสัจหรือ?
เว้นสมุทยสัจเสียแล้ว สมุทัยที่เหลือ เป็นแต่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจ สมุทัยสัจ เป็น
สมุทัยด้วย เป็นสมุทยสัจด้วย.
สัจจะ คือทุกขสัจหรือ?
สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ?
สัจจะ คือมัคคสัจหรือ?
มัคคสัจเป็นสัจจะด้วย เป็นมัคคสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นสัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจ.
นิโรธ คือนิโรธสัจหรือ?
เว้นนิโรธสัจเสียแล้ว นิโรธที่เหลือ เป็นแต่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจ นิโรธสัจ เป็น
นิโรธด้วย เป็นนิโรธสัจด้วย.
สัจจะ คือทุกขสัจหรือ?
สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ?
สัจจะ คือมัคคสัจหรือ?
มัคคสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นมัคคสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจ.
มรรค คือมัคคสัจหรือ?
เว้นมัคคสัจเสียแล้ว มรรคที่เหลือ เป็นแต่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจ มัคคสัจ เป็นมรรคด้วย
เป็นมัคคสัจด้วย?
สัจจะ คือทุกขสัจหรือ?
สัจจะ คือสมุทยสัจหรือ ฯลฯ?
สัจจะ คือนิโรธสัจหรือ?
นิโรธสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นนิโรธสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจ.
[๘๒๘] ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?

292
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 293 (เล่ม 38)

เว้นทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจเสียแล้ว ทุกขสัจที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นแต่ทุกขสัจ
เว้นทุกข์และทุกขสัจเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่ทุกขสัจ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
เว้นทุกข์ทางกาย ทุกข์ทางใจเสียแล้ว ทุกขสัจที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นแต่ทุกขสัจ
เว้นทุกข์และทุกขสัจเสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่ทุกขสัจ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?

293
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 294 (เล่ม 38)

ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
สุทธสัจจวาร
[๘๒๙] ทุกข์ คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือ ทุกขสัจหรือ?
ทุกขสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นทุกขสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่
ทุกขสัจ.
สมุทัย คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว ฯลฯ
นิโรธ คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว ฯลฯ.
มรรค คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือ มัคคสัจหรือ?
มัคคสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นมัคคสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่
มัคคสัจ.
[๘๓๐] ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ?

294
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 295 (เล่ม 38)

เว้นทุกข์เสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นแต่สัจจะ เว้นทุกข์และสัจจะเสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นสมุทัยเสียแล้ว ฯลฯ.
ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นนิโรธเสียแล้ว ฯลฯ.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นมรรคเสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่มรรค เป็นแต่สัจจะ เว้นมรรคและสัจจะเสีย
แล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่มรรค และไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
สุทธสัจจมูลจักกวาร
[๘๓๑] ทุกข์ คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือ สมุทยสัจหรือ?
สมุทยสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นสมุทยสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่
สมุทยสัจ.
ทุกข์ คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือ นิโรธสัจหรือ ฯลฯ?
สัจจะ คือ มัคคสัจหรือ?
มัคคสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นมัคคสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจ.
สมุทัย คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว ฯลฯ.

295
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 296 (เล่ม 38)

นิโรธ คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว ฯลฯ.
มรรค คือ สัจจะหรือ?
ถูกแล้ว.
สัจจะ คือ ทุกขสัจหรือ ฯลฯ?
สัจจะ คือ สมุทยสัจหรือ ฯลฯ?
สัจจะ คือ นิโรธสัจหรือ?
นิโรธสัจ เป็นสัจจะด้วย เป็นนิโรธสัจด้วย สัจจะที่เหลือ เป็นแต่สัจจะ ไม่ใช่
นิโรธสัจ.
[๘๓๒] ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นทุกข์เสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นแต่สัจจะ เว้นทุกข์และสัจจะเสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่ทุกข์ ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นทุกข์เสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ เป็นแต่สัจจะ เว้นทุกข์และสัจจะเสียแล้ว
ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่ทุกข์ และไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่มัคคสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่สมุทัย ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นสมุทัยเสียแล้ว สัจจะที่เหลือไม่ใช่สมุทัย เป็นแต่สัจจะ เว้นสมุทัย และสัจจะ
เสียแล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่สมุทัย และไม่ใช่สัจจะ ฯลฯ.
ไม่ใช่นิโรธ ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นนิโรธเสียแล้ว ฯลฯ.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ?

296
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 297 (เล่ม 38)

เว้นมรรคเสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่มรรค เป็นแต่สัจจะ เว้นมรรคและสัจจะเสีย
แล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่มรรคและไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่ทุกขสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ไม่ใช่มรรค ไม่ใช่สัจจะหรือ?
เว้นมรรคเสียแล้ว สัจจะที่เหลือ ไม่ใช่มรรค เป็นแต่สัจจะ เว้นมรรคและสัจจะเสีย
แล้ว ธรรมที่เหลือ ไม่ใช่มรรคและไม่ใช่สัจจะ.
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่สมุทยสัจหรือ ฯลฯ?
ไม่ใช่สัจจะ ไม่ใช่นิโรธสัจหรือ?
ถูกแล้ว.
ปัณณัตติวาร จบ.
ปวัตติวาร
อุปาทวาร
[๘๓๓] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหาวิปปยุตตจิตในปวัตติกาล แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อม
เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา.
หรือว่า สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น?
ถูกแล้ว.
[๘๓๔] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่ง
มัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อม
เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.

297
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 298 (เล่ม 38)

หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในอรูปภูมิ แต่ทุกขสัจ
ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นและทุกขสัจก็ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น
ในอุปปาทขณะแห่งมรรค ในปัญจโวการภูมิ.
[๘๓๕] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
หามิได้.
หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
หามิได้.
[๘๓๖] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ ปัญจโว
การภูมิ.
หรือว่า สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๘๓๗] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอบายภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตตภูมิ แต่มัคคสัจย่อม
เกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือ
จตุโวการภูมิ และปัญจโวการภูมิ ที่เหลือ.
หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น?
ถูกแล้ว.
[๘๓๘] สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คืออบายภูมิ แต่มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้นก็หาไม่
สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น คือจตุโวการภูมิ และปัญจโวการภูมิ
ที่เหลือ.

298
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 299 (เล่ม 38)

หรือว่า มัคคสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นในภูมินั้น.
ถูกแล้ว.
[๘๓๙] ทุกขสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด สมุทยสัจย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ในภูมินั้นหรือ?
(คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส (แก่สัตว์ใด) ก็ดี คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยสฺส ยตฺถ
(แก่สัตว์ใด ในภูมิใด) ก็ดี พึงจำแนกให้พิสดารเช่นเดียวกัน)
[๘๔๐] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะแห่ง
ตัณหาวิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นสัตว์ก็หาไม่
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด
ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต และผลจิต ในอรูปภูมิ.
[๘๔๑] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วแก่สัตว์นั้น
หรือ?
ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต ในอรูปภูมิ แต่
มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ใน
อุปปาทขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ.
หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังเกิดขึ้นอยู่ทั้งหมด ในอุปปาทขณะ
แห่งมัคควิปปยุตตจิต ในปวัตติกาล แต่ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจ
ย่อมไม่เกิดขึ้น และทุกขสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด ใน
ภังคขณะแห่งจิต ในปวัตติกาล ในอุปปาทขณะแห่งผลจิต ในอรูปภูมิ.

299