[๘๔๒] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้นหรือ?
สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งมัคคจิต แต่มัคคสัจย่อมไม่
เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และมัคคสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาวิปปยุตตจิต และมัคควิปปยุตตจิต
แก่ผู้ซึ่งเข้านิโรธ แก่อสัญญสัตว์.
หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแล้วในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา แต่สมุทยสัจย่อม
ไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้น และสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
เหล่านั้นทั้งหมด ในภังคขณะแห่งจิต ในอุปปาทขณะแห่งมัคควิปปยุตตจิต และตัณหาวิปป
ยุตตจิตแก่ผู้ซึ่งเข้านิโรธ แก่อสัญญญัตว์.
[๘๔๓] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ย่อมเกิดขึ้น.
[๘๔๔] ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด ทุกขสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
ย่อมเกิดขึ้น.
[๘๔๕] สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้นหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมิใด สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น.
มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออบายภูมิ แต่สมุทยสัจย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น
ก็หาไม่ มัคคสัจย่อมไม่เกิดขึ้นและสมุทยสัจก็ย่อมไม่เกิดขึ้นในภูมินั้น คืออสัญญสัตตภูมิ.