พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 230 (เล่ม 38)

รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
อสัญญสัตว์ เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น เคยดับไปแล้ว.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๐] รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ เคยดับไป
แล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะ
ก็จักดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
จักดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นสัตว์มีขันธ์ ๕ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ นอกนี้ จักดับไป และรูปายตนะ
ก็เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๑] มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักดับไปหรือ?
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ เคยดับไปแล้ว แต่
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักดับไปก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักดับไป.

230
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 231 (เล่ม 38)

หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักดับไป มนาตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
จักดับไป แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งมีขันธ์ ๔ ขันธ์ ๕ นอกนี้ จักดับไป และมนายตนะก็เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๒] จักขายตนะของสัตว์ใด เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์นั้น จักไม่
ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้ว.
เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๓] จักขายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ
มนายตนะ ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้ว.
เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๔] ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ มนายตนะของสัตว์ใด ไม่เคยดับไปแล้ว
ธัมมายตนะของสัตว์นั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ไม่มี.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้น ไม่เคย
ดับไปแล้ว.
เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๕] จักขายตนะในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฯลฯ.
[๖๗๖] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว โสตายตนะของสัตว์
นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?

231
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 232 (เล่ม 38)

จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว
แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นใน
ภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไป
แล้ว และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่
ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ โสตายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๗] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ฆานายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ถูกแล้ว.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็น
รูปาวจรสัตว์ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็น
อรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๘] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์
นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว
และรูปายตนะก็จักไม่ดับไป.

232
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 233 (เล่ม 38)

หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป
แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะ
ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๗๙] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์
นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ
ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป
แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๐] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์
นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.

233
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 234 (เล่ม 38)

หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป
แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป
และจักขายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๑] ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว รูปายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว แต่
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ไม่เคยดับไปแล้ว และรูปายตนะก็จักไม่
ดับไป.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไป
แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และฆานายตนะ
ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๒] ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ไม่เคย
ดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.

234
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 235 (เล่ม 38)

มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไป
แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป
และฆานายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๓] ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นรูปาวจรสัตว์ อรูปาวจรสัตว์ ไม่เคย
ดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์
เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ ไม่เคยดับไปแล้ว และ
ธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ จักไม่ดับไป
แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในรูปาวจรภูมิ อรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป และฆานายตนะก็ไม่เคย
ดับไปแล้ว.
[๖๘๔] รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว มนายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว และมนายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ไม่ดับไปหรือ.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ ซึ่งเป็น
อสัญญสัตว์ จักไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่

235
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 236 (เล่ม 38)

มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพาน
อยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๕] รูปายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอรูปสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ
ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป
แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น
ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในอรูปภูมิ จักไม่ดับไป และรูปายตนะ
ก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
[๖๘๖] มนายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ไม่เคยดับไปแล้ว ธัมมายตนะของ
สัตว์นั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปหรือ?
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงชั้นสุทธาวาส ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
ไม่เคยดับไปแล้ว แต่ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น จักไม่ดับไปก็หาไม่ มนายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส ไม่เคยดับไปแล้ว และธัมมายตนะ
ก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป มนายตนะของสัตว์นั้นใน
ภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้ว.
ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ จักไม่ดับไป แต่มนายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ไม่เคยดับไปแล้วก็หาไม่ ธัมมายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะ
ปรินิพพานอยู่ในชั้นสุทธาวาส จักไม่ดับไป และมนายตนะก็ไม่เคยดับไปแล้ว.
นิโรธวาร จบ.

236
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 237 (เล่ม 38)

อุปาทนิโรธวาร
[๖๘๗] จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
หามิได้.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
หามิได้.
[๖๘๘] จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะ รูปายตนะ มนายตนะ
ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
หามิได้ ฯลฯ.
[๖๘๙] มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ย่อมดับไป
หรือ?
หามิได้.
หรือว่า ธัมมายตนะของสัตว์ใด ย่อมดับไป มนายตนะ ย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น.
หามิได้.
[๖๙๐] จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นในภูมิใด.
(คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) ไม่ควรประกอบคำว่า โน (หามิได้)
เข้าไว้ ฯ คำว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) ควรประกอบให้เหมือนกับคำทั้งหลาย ที่
กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ (ในภูมิใด) นอกจากนี้ คำที่กำหนดด้วยบทว่า ยตฺถ
(ในภูมิใด) ในวาระแม้ทั้งสาม เป็นเช่นเดียวกัน).
[๖๙๑] จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด โสตายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมดับไป จักขายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่
สัตว์นั้นในภูมินั้น.

237
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 238 (เล่ม 38)

หามิได้ ฯลฯ.
[๖๙๒] มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์ใดในภูมิใด ธัมมายตนะของสัตว์นั้นในภูมิ
นั้น ย่อมดับไปหรือ?
หามิได้.
หรือว่าธัมมายตนะของสัตว์ใด ในภูมิใดย่อมดับไป มนายตนะย่อมเกิดขึ้นแก่สัตว์นั้น
ภูมินั้น.
หามิได้.
[๖๙๓] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด โสตายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ แต่โสตายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติอยู่ และโสตายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีโสตะ ที่กำลังจุติ
อยู่ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๖๙๔] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ฆานายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ แต่ฆานายตนะ
ของสัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่ และฆานายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีฆานะ ที่กำลังจุติอยู่
ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.

238
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๕ ยมกปกรณ์ ภาค ๑ - หน้าที่ 239 (เล่ม 38)

[๖๙๕] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด รูปายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีรูป ที่กำลังจุติอยู่ แต่รูปายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่
กำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่ และรูปตายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า รูปายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีรูป ที่กำลังจุติอยู่
ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๖๙๖] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด มนายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจิต ที่กำลังจุติอยู่ แต่มนายตนะของ
สัตว์เหล่านั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งไม่มีจิตที่กำลังจุติอยู่ และมนายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
หรือว่า มนายตนะของสัตว์ใด ย่อมไม่ดับไป จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์
นั้น.
มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งมีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป แต่จักขายตนะ
ย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้นก็หาไม่ มนายตนะของสัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจิต ที่กำลังจุติอยู่
ซึ่งไม่มีจักขุ ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ ย่อมไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่เกิดขึ้น.
[๖๙๗] จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์ใด ธัมมายตนะของสัตว์นั้น ย่อมไม่
ดับไปหรือ?
จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งกำลังจุติอยู่ทั้งหมด แต่ธัมมายตนะของ
สัตว์เหล่านั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ จักขายตนะย่อมไม่เกิดขึ้นแก่สัตว์เหล่านั้น ซึ่งไม่มีจักขุ ที่
กำลังเกิดขึ้นอยู่ และธัมมายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.

239