จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป
ก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่
ดับไป และโสตายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า โสตายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด จักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นย่อมไม่ดับไป.
โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในปัญจโวการภูมิ จักไม่ดับไป
แต่จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นย่อมไม่ดับไปก็หาไม่ โสตายตนะของสัตว์เหล่านั้น
ในภูมินั้น ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๔๓] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดย่อมไม่ดับไป ฆานายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงกามาวจรภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ ที่
กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ย่อมไม่ดับไป แต่ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้นจักไม่ดับไป
ก็หาไม่ จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์
ซึ่งเป็นอรูปสัตว์ ย่อมไม่ดับไป และฆานายตนะก็จักไม่ดับไป.
หรือว่า ฆานายตนะของสัตว์ใดในภูมิใดจักไม่ดับไป จักขายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นย่อมดับไป.
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งจะปรินิพพานอยู่ในกามาวจรภูมิ ซึ่งกำลังจุติ
จากรูปาวจรภูมิ จักไม่ดับไป แต่จักขายตนะของสัตว์นั้นในภูมินั้น ย่อมไม่ดับไปก็หาไม่
ฆานายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงรูปาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ซึ่งเป็น
อรูปสัตว์ จักไม่ดับไป และจักขายตนะก็ย่อมไม่ดับไป.
[๖๔๔] จักขายตนะของสัตว์ใดในภูมิใด ย่อมไม่ดับไป รูปายตนะของสัตว์นั้น
ในภูมินั้นจักไม่ดับไปหรือ?
จักขายตนะของสัตว์เหล่านั้นในภูมินั้น ซึ่งกำลังเข้าถึงปัญจโวการภูมิ ซึ่งไม่มีจักขุ
ที่กำลังจุติจากกามาวจรภูมิ ซึ่งเป็นอสัญญสัตว์ ย่อมไม่ดับไป แต่รูปายตนะของสัตว์เหล่านั้น