พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 752 (เล่ม 37)

ปฏิคคาหก มีอยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทาง
ทายก มีอยู่ ทักษิณาที่ไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มี
อยู่ ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทางปฏิคคาหก มีอยู่ ก็ทักษิณา
ที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกอย่างไร ทายกใน
โลกนี้ เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม แต่ปฏิคคาหก เป็นผู้ทุศีล มี
บาปธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางปฏิคคาหก
อย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์ทางทายก
อย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม แต่ปฏิคคาหกเป็น
ผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทางปฏิคคาหกแต่ไม่บริสุทธิ์
ทางทายก อย่างนี้แล ก็ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทาง
ปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้ เป็นผู้ทุศีล มีบาปธรรม
ปฏิคคาหก ก็เป็นผู้ทุศีลมีบาปธรรม ทักษิณาไม่บริสุทธิ์ทั้งทางทายก
ทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ก็ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายกทั้งทาง
ปฏิคคาหกอย่างไร ทายกในโลกนี้เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม
ปฏิคคาหกก็เป็นผู้มีศีล มีกัลยาณธรรม ทักษิณาบริสุทธิ์ทั้งทางทายก
ทั้งทางปฏิคคาหกอย่างนี้แล ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง
ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่าทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยปฏิคคาหก
ทักขิณาวิสุทธิกถา จบ
วรรคที่ ๑๗ จบ
————-

752
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 753 (เล่ม 37)

วรรคที่ ๑๘
มนุสสโลกกถา
[๑๗๓๓] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก
หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. อาราม วิหาร คาม นิคม นคร รัฐ ชนบท ที่พระพุทธเจ้าเคยประทับ
อยู่ อันเป็นเจดีย์ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อาราม วิหาร คาม นิคม นคร รัฐ ชนบท ที่พระพุทธเจ้า
เคยประทับอยู่ อันเป็นเจดีย์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า เคยดำรงอยู่ในมนุษยโลก
[๑๗๓๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าเคยดำรงอยู่ในมนุษยโลก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค ประสูติที่ป่าลุมพินี ตรัสรู้ที่ควงไม้โพธิ ประกาศธรรม
จักรที่เมืองพาราณสี ปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ ปรินิพพานที่เมือง
กุสินารา มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคประสูติที่ป่าลุมพินี ฯลฯ ปรินิพพานที่เมือง
กุสินารา ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าได้
ดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก
[๑๗๓๕] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระผู้มีพระภาคได้ดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก หรือ?
ป. ถูกแล้ว

753
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 754 (เล่ม 37)

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่งเราพักอยู่
ณ ควงไม้สาละใหญ่ ในสุภควัน ใกล้เมืองอุกกัฏฐะ ดูกรภิกษุ
ทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราแรกได้ตรัสรู้ พักอยู่ที่ต้นไม้อชปาลนิโครธ
ตำบลอุรุเวลา ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ เวฬุวัน
กลันทกนิวาปสถาน ใกล้นครราชคฤห์ ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง
เราพักอยู่ ณ เชตวันอารามของอนาถปิณฑิกเศรษฐี ใกล้นครสาวัตถี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ กุฏาคารศาลาป่ามหาวัน
ใกล้นครเวสาลี ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าก็ได้ดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก น่ะสิ?
[๑๗๓๖] ป. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าได้ดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคทรงกำเนิดในโลก ทรงเจริญในโลก แต่ทรงเป็นผู้อันโลก
ไม่แปดเปื้อนครอบงำโลกเสด็จอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่าพระผู้มีพระภาค ทรงกำเนิดในโลก ทรงเจริญในโลก แต่ทรง
เป็นผู้อันโลกไม่แปดเปื้อนครอบงำโลกเสด็จอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระผู้มี
พระภาคพุทธเจ้าได้ดำรงอยู่แล้ว ในมนุษยโลก
มนุสสโลกกถา จบ
———–
ธัมมเทสนากถา
[๑๗๓๗] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

754
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 755 (เล่ม 37)

ส. อันใครแสดงไว้
ป. อันพระพุทธนฤมิตแสดงไว้
ส. พระพุทธนฤมิต เป็นพระชิน เป็นพระศาสนา เป็นพระสัมมาสัม
พุทธเจ้า เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมสามี
เป็นพระธัมมปฏิสรณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันใครแสดงไว้
ป. อันท่านพระอานนท์แสดงไว้
ส. ท่านพระอานนท์ เป็นพระชิน เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัม
พุทธเจ้า เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมสามี
เป็นพระธัมมปฏิสรณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๓๘] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรสารีบุตร เราพึงแสดงธรรมโดยย่อ
บ้าง โดยพิสดารบ้าง ทั้งโดยย่อและโดยพิสดารบ้าง เพราะผู้รู้ทว
ถึง หาได้ยาก ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว นะสิ
[๑๗๓๙] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระธรรม อันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
หรือ?
ป. ถูกแล้ว

755
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 756 (เล่ม 37)

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราแสดงธรรม เพื่อ
ความรู้ยิ่ง ไม่แสดงเพื่อความไม่รู้ยิ่ง เราแสดงธรรมเป็นไปกับด้วย
เหตุ ไม่แสดงไร้เหตุ เราแสดงธรรมเป็นไปกับด้วยปาฏิหาริย์ ไม่
แสดงไร้ปาฏิหาริย์ และโดยที่เราแสดงธรรมเพื่อความรู้ยิ่ง ไม่แสดง
เพื่อความไม่รู้ยิ่ง แสดงธรรมมีเหตุ ไม่แสดงธรรมไร้เหตุ แสดง
ธรรมมีปาฏิหาริย์ ไม่แสดงไร้ปาฏิหาริย์ โอวาทานุศาสนีของเรา
จึงควรทำตาม ก็และพวกเธอควรที่จะยินดี ควรที่จะชื่นชม ควรที่
จะโสมนัสว่า พระผู้มีพระภาคเป็นผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ พระธรรม
อันพระผู้มีพระภาคแสดงดีแล้ว พระสงฆ์ปฏิบัติดีแล้ว ก็แหละเมื่อ
พระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณพจน์นี้อยู่ หมื่นโลกธาตุได้หวั่นไหว
แล้ว ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว น่ะสิ
ธัมมเทสนากถา จบ
————-
กรุณากถา
[๑๗๔๐] สกวาที กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่มี หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เมตตา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มุทิตา ฯลฯ อุเบกขา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่มี หรือ?

756
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 757 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๔๑] ส. เมตตา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มุทิตา ฯลฯ อุเบกขา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๔๒] ส. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่มีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค มิใช่ประกอบด้วยพระกรุณา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระผู้มีพระภาคทรงประกอบด้วยพระกรุณา ทรงเกื้อกูลโลก ทรง
อนุเคราะห์โลก ทรงประพฤติประโยชน์แก่โลก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคทรงประกอบด้วยพระกรุณา ทรงเกื้อกูลโลก ทรง
อนุเคราะห์โลก ทรงประพฤติประโยชน์แก่โลก ก็ต้องไม่กล่าวว่า กรุณา
ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่มี
[๑๗๔๓] ส. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาค ทรงเข้ามหากรุณาสมาบัติแล้ว มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว

757
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 758 (เล่ม 37)

ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงเข้ามหากรุณาสมาบัติแล้ว ก็ต้องไม่
กล่าวว่า กรุณาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ไม่มี
[๑๗๔๔] ป. กรุณา ของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า มีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคมีราคะ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น กรุณาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าก็ไม่มี น่ะสิ
กรุณากถา จบ
————
คันธชาติกถา
[๑๗๔๕] สกวาที อุจจาระปัสสาวะของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า หอมเกินคันธชาติอื่นๆ
หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคทรงบริโภคของหอม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระผู้มีพระภาค ทรงบริโภคข้าวสุกและขนมกุมมาส มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคทรงบริโภคข้าวสุกและขนมกุมมาส ก็ต้องไม่
กล่าวว่า อุจจาระปัสสาวะของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าหอมเกินคันธชาติ
อื่นๆ
[๑๗๔๖] ส. อุจจาระปัสสาวะของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า หอมเกินคันธชาติอื่นๆ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว

758
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 759 (เล่ม 37)

ส. คนบางพวกที่อาบ ทา เจิม อุจจาระปัสสาวะของพระผู้มีพระภาคพุทธ
เจ้า เก็บไว้ในลุ้ง บรรจุไว้ในขวด แผ่ขายที่ตลาด กระทำกิจด้วยของ
หอม ด้วยกลิ่นนั้น มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
คันธชาติกถา จบ
———–
เอกมัคคกถา
[๑๗๔๗] สกวาที สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นความประชุมแห่งผัสสะ ๔ ฯลฯ แห่งปัญญา ๔ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ด้วยโสดาปัตติมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ด้วยสกทาคามิมรรค ฯลฯ ด้วยอนาคามิมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ด้วยมรรคไหน
ป. ด้วยอรหัตมรรค
ส. ละสักกายทิยฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่าโสดาปัตติผล มิใช่หรือ?

759
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 760 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่า โสดาปัตติผล ก็
ต้องไม่กล่าวว่า ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วย
อรหัตมรรค
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาทว่า สกทาคา
มิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาทว่า
สกทาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่าง
หยาบได้ด้วยอรหัตมรรค
ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละกามราคะและพยาบาท โดยไม่มีส่วนเหลือว่า
อนาคามิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละกามราคะ พยาบาท โดยไม่มีส่วนเหลือ
ว่า อนาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาท
อย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตมรรค

760
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 761 (เล่ม 37)

[๑๗๔๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สามัญญผล ๔ ทำให้แจ้งได้ด้วยอริยมรรคอันเดียว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. โสดาปัตติมรรค พระผู้มีพระภาคทรงให้เกิดแล้ว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเป็นพระโสดาบัน หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. สกทาคามิมรรค ฯลฯ อนาคามิมรรค พระผู้มีพระภาคทรงให้เกิดแล้ว
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคเป็นพระอนาคามี หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๔๙] ส. พระผู้มีพระภาคทรงทำให้แจ้งซึ่งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรคอันเดียว แต่
พระสาวกทั้งหลายทำให้แจ้งสามัญญผล ๔ ด้วยอริยมรรค ๔ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสาวกเห็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้เห็น บรรลุธรรมที่พระ
ผู้มีพระภาคพุทธเจ้ามิได้บรรลุ ทำให้แจ้งธรรมที่พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า
มิได้ทำให้แจ้ง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เอกมัคคกถา จบ
———–
ฌานสังกันติกถา
[๑๗๕๐] สกวาที โยคีบุคคลเลื่อนสู่ฌานหนึ่ง จากฌานหนึ่ง หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

761