พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 742 (เล่ม 37)

ป. โดยอรรถว่า ไม่เที่ยง
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยมรรคเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง แต่อริยมรรคนั้นไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทุกขสมุทัยไม่เที่ยง แต่ทุกขสมุทัยนั้นไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทุกขสมุทัยไม่เที่ยง และทุกขสมุทัยนั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยมรรคไม่เที่ยง และอริยมรรคนั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๐๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า เว้นอริยมรรค สังขารที่เหลือเป็นทุกข์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อริยมรรคนั้น เป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า อริยมรรคนั้น เป็นทุกขนิโรธคามินีปฏิปาทา ด้วยเหตุนั้นน่ะท่าน
จึงต้องกล่าวว่า เว้นอริยมรรค สังขารที่เหลือเป็นทุกข์
ฐเปตวา อริยมัคคันติกถา
——————-
นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถา
[๑๗๐๘] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

742
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 743 (เล่ม 37)

ส. พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของ
ทำบุญเป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของ
ทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก ด้วยเหตุนั้น
นะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้
[๑๗๐๙] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่า เป็นผู้ควรของทำ
บุญ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้
ควรของทำบุญ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญ
ได้
[๑๗๑๐] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คนบางพวกที่ถวายทานแก่พระสงฆ์มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คนบางพวกที่ถวายทานแก่พระสงฆ์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
กล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้
ส. คนบางคนที่ถวายจีวร ฯลฯ ที่ถวายบิณฑบาต ที่ถวายเสนาสนะ ที่ถวาย
คิลานปัจจัยเภสัชชบริขาร ที่ถวายของขบเคี้ยว ที่ถวายของบริโภค ฯลฯ ที่
ถวายน้ำดื่มแก่พระสงฆ์มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว

743
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 744 (เล่ม 37)

ส. หากว่า คนบางพวก ที่ถวายน้ำดื่มแก่พระสงฆ์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้
[๑๗๑๑] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์รับของทำบุญได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า พระสงฆ์ผู้ถึงพร้อมด้วยสมาธิ ย่อมรับ
ของทำบุญ ดุจไฟรับการบูชา ดุจแผ่นดินรับน้ำฝนจากมหาเมฆ ดังนี้
เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น พระสงฆ์ก็รับของทำบุญได้ น่ะสิ
[๑๗๑๒] ป. พระสงฆ์รับของทำบุญได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มรรครับได้หรือ ผลได้รับ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง ปฏิคคัณหาตีติกถา จบ
—————
นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถา
[๑๗๑๓] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ (ให้มีผลมาก)
ได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระสงฆ์ เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำ
บุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา ฯลฯ เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก
ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ได้
[๑๗๑๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ยังทักษิณาให้บริสุทธิ์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

744
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 745 (เล่ม 37)

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำ
บุญ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควร
ทำบุญ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้
บริสุทธิ์ได้
[๑๗๑๕] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คนบางพวกที่ถวายทานแก่พระสงฆ์แล้ว ชื่นชมบุญ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คนบางพวกที่ถวายทานแก่พระสงฆ์แล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ด้วยเหตุ
นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ได้
[๑๗๑๖] ส. คนบางคนถวายจีวร ฯลฯ ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ ถวายคิลาน
ปัจจยเภสัชชบริขาร ถวายของเคี้ยว ถวายของบริโภค ถวายน้ำดื่มแก่
พระสงฆ์แล้ว ชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คนบางพวกที่ถวายน้ำดื่มแก่พระสงฆ์แล้ว ชื่นชมบุญมีอยู่ ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ได้
[๑๗๑๗] ป. พระสงฆ์ยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มรรคยังของทำบุญให้บริสุทธิ์หรือ ผลยังของทำบุญให้บริสุทธิ์ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นวัตตัพพัง สังโฆ ทักขิณัง วิโสเธตีติกถา จบ
—————-

745
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 746 (เล่ม 37)

นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา
[๑๗๑๘] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. คนบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคูและปานะ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คนบางพวกที่ทำสังฆภัต อุทเทสภัต ยาคู และปานะ มีอยู่
ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้
[๑๗๑๙] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคณะโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตตโภชนะ
อนติริตตโภชนะ ไว้ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคณะโภชนะ ปรัมปรโภชนะ อติริตต
โภชนะไว้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว
ลิ้ม ได้
[๑๗๒๐] ส. ไม่พึงกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้ม ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปานะ ๘ คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำกล้วยมี
เมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเง่าบัว น้ำ
มะปราง ไว้ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสปานะ ๘ คือ น้ำมะม่วง น้ำลูกหว้า น้ำ
กล้วยมีเมล็ด น้ำกล้วยไม่มีเมล็ด น้ำมะซาง น้ำลูกจันทน์ น้ำเง่าบัว
น้ำมะปรางไว้ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม
เคี้ยว ลิ้มได้

746
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 747 (เล่ม 37)

[๑๗๒๑] ป. พระสงฆ์ ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. มรรค ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้หรือ ผล ฉัน ดื่ม เคี้ยว ลิ้มได้หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
นวัตตัพพัง สังโฆ ภุญชตีติกถา จบ
—————
นวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
[๑๗๒๒] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็นผู้ควรของทำบุญ
เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระสงฆ์เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ ฯลฯ เป็น
เนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่
ถวายแก่พระสงฆ์ มีผลมาก
[๑๗๒๓] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำ
บุญ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควร
ทำบุญ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผล
มาก
[๑๗๒๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว

747
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 748 (เล่ม 37)

ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรโคตมี ท่านจงให้ในพระสงฆ์ เมื่อ
ท่านให้ในพระสงฆ์แล้ว จักได้ชื่อว่า บูชาเราด้วย บูชาพระสงฆ์
ด้วย ดังนี้ เป็นสูตร มีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายแก่สงฆ์ ก็มีผลมากน่ะสิ
[๑๗๒๕] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแก่พระสงฆ์มีผลมาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ท้าวสักกะผู้เป็นจอมแห่งเทวดา ได้กราบทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าดังนี้
มนุษย์ทั้งหลาย ผู้จะบูชา เป็นผู้แสวงบุญ เมื่อจะทำบุญส่วนวัฏฏคามี
ให้ทานในที่ไหน จึงจะมีผลมาก พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า บุคคล
ผู้ตั้งอยู่ในมรรค ๔ จำพวก และผู้ตั้งอยู่ในผล ๔ จำพวก นี้ชื่อว่า
พระสงฆ์ เป็นผู้ตรง ดำรงอยู่ในศีล สมาธิ ปัญญา มนุษย์ทั้งหลาย
ผู้จะบูชา เป็นผู้แสวงบุญ เมื่อจะทำบุญส่วนวัฏฏคามี ให้ทานใน
พระสงฆ์นี้ จึงจะมีผลมาก ดังนี้
แท้จริง พระสงฆ์นี้ กว้างขวาง ใหญ่โต หาประมาณมิได้ ดุจมหาสมุทร
ท่านเหล่านี้ เป็นประเสริฐที่สุด เป็นสาวกของพระพุทธเจ้าผู้เป็นวีระ
แห่งนระ เป็นผู้ทำแสงสว่าง ประกาศธรรมอยู่ ชนเหล่าใดให้ทาน
อุทิศสงฆ์ ชนเหล่านั้น ชื่อว่า ให้ดีแล้ว บูชาดีแล้ว บวงสรวงดีแล้ว
ทักษิณาที่ตั้งไว้แล้วในสงฆ์นั้น มีผลมาก อันพระพุทธเจ้าทรงสรร
เสริญ ชนเหล่าใด ตามระลึกถึงการบูชาเช่นนี้ เป็นผู้มีความยินดี
เที่ยวไปในโลก กำจัดมลทิน คือความตระหนี่พร้อมทั้งรากเสียแล้ว
เป็นผู้อันบัณฑิตติเตียนไม่ได้ เข้าถึงฐานะ คือ สวรรค์ ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?

748
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 749 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายในพระสงฆ์ก็มีผลมาก น่ะสิ
นวัตตัพพัง สังฆัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา จบ
—————
นวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา
[๑๗๒๖] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเป็นยอดแห่งบรรดาทวิบท (มีเทวดาและมนุษย์เป็นต้น)
เป็นผู้ประเสริฐสุด เป็นประธาน เป็นผู้อุดม เป็นผู้บวรแห่งบรรดาทวิบท
ไม่มีผู้เสมอ ไม่มีผู้เสมอเหมือน ไม่มีใครเปรียบ ไม่มีใครเทียบ ไม่มี
ใครเทียม มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคเป็นยอดแห่งบรรดาทวิบท เป็นผู้ประเสริฐสุด
เป็นประธาน เป็นผู้อุดม เป็นผู้บวรแห่งบรรดาทวิบท ไม่มีผู้เสมอ ไม่มี
ผู้เสมอเหมือนไม่มีใครเปรียบ ไม่มีใครเทียบ ไม่มีใครเทียม ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก
[๑๗๒๗] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ใครๆ ที่เสมอเหมือนพระพุทธเจ้าโดยศีล โดยสมาธิ โดยปัญญา มี
มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่มี
ส. หากว่า ใครๆ ที่เสมอเหมือนพระพุทธเจ้า โดยศีล โดยสมาธิ โดย
ปัญญา ไม่มี ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้า
มีผลมาก

749
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 750 (เล่ม 37)

[๑๗๒๘] ส. ไม่พึงกล่าวว่า ทานที่ถวายแด่พระพุทธเจ้ามีผลมาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ในโลกนี้ก็ตาม ในโลกอื่นก็ตาม ไม่มี
ผู้ที่จะประเสริฐกว่า หรือจะทัดเทียมกับพระพุทธเจ้า ผู้ถึงแล้วซึ่ง
ความเป็นยอดแห่งอาหุเนยยบุคคล ของหมู่ชนมีความต้องการบุญ ผู้
แสวงหาผลไพบูลย์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ทานที่ถวายแก่พระพุทธเจ้าก็มีผลมาก น่ะสิ
นวัตตัพพัง พุทธัสส ทินนัง มหัปผลันติกถา จบ
———–
ทักขิณาวิสุทธิกถา
[๑๗๒๙] สกวาที ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ เป็น
ผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก
มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ปฏิคคาหกบางพวก ที่เป็นผู้ควรของบูชา เป็นผู้ควรของต้อนรับ
เป็นผู้ควรของทำบุญ เป็นผู้ควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญชั้นเยี่ยมของโลก
มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์
ได้โดยปฏิคคาหก
[๑๗๓๐] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่าเป็นผู้ควรของทำบุญ
มิใช่หรือ?

750
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 751 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคู่แห่งบุรุษ ๔ บุรุษบุคคล ๘ ว่า เป็นผู้
ควรของทำบุญ ก็ต้องไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่
บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
[๑๗๓๑] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบัน แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานในพระโสดาบันแล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
ส. ชนบางพวกให้ทานแก่พระสกทาคามี ฯลฯ แก่พระอนาคามี ฯลฯ แก่
พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ชนบางพวกให้ทานแก่พระอรหันต์ แล้วชื่นชมบุญมีอยู่ ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหก
[๑๗๓๒] ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยทายกหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้อื่นเป็นผู้ทำแก่ผู้อื่น สุขทุกข์อันคนอื่นทำให้ ผู้หนึ่งทำ แต่อีกผู้หนึ่ง
รับผลหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทานบริสุทธิ์ได้โดยทายกฝ่ายเดียว ไม่บริสุทธิ์ได้โดยปฏิคคาหกหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรอานนท์ ทักษิณาวิสุทธิมี ๔ อย่าง
๔ อย่าง เป็นไฉน ทักษิณาที่บริสุทธิ์ทางทายกแต่ไม่บริสุทธิ์ทาง

751