พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 732 (เล่ม 37)

ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความกำหนัดในกลิ่น ฯลฯ ความกำหนัดในรส ฯลฯ ความกำหนัดใน
โผฏฐัพพะ ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในโผฏฐัพพธาตุ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความกำหนัดในอรูป ไม่พึงกล่าวว่า นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๘๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความกำหนัดในรูป นับเนื่องในรูปธาตุ ความกำหนัดใน
อรูป นับเนื่องในอรูปธาตุ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ความกำหนัดในกาม นับเนื่องในกามธาตุ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ความกำหนัดในกาม นับเนื่องในกามธาตุ ด้วยเหตุนั้นนะท่าน
จึงต้องกล่าวว่า ความกำหนัดในรูป นับเนื่องในรูปธาตุ ความกำหนัด
ในอรูป นับเนื่องในอรูปธาตุ
รูปราโค รูปธาตุปริยาปันโน อรูปราโค อรูปธาตุปริยาปันโนติกถา จบ
วรรคที่ ๑๖ จบ
————-
วรรคที่ ๑๗
อัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถา
[๑๖๘๙] สกวาที พระอรหันต์มีการสะสมบุญ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์มีการสะสมบาป หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

732
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 733 (เล่ม 37)

ส. พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบาป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบุญ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๐] ส. พระอรหันต์มีการสะสมบุญ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังสร้างสมบุญญาภิสังขาร ยังสร้างสมอาเนญชาภิสังขาร
ยังทำกรรมที่เป็นไปเพื่อคติ เพื่อภพ เพื่อความเป็นใหญ่ เพื่อความเป็น
อธิบดี เพื่อสมบัติใหญ่ เพื่อบริวารมาก เพื่อความงามในเทพ เพื่อความ
งามในมนุษย์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๑] ส. พระอรหันต์มีการสะสมบุญ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังสะสมอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์เลิกสะสมอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ละขาดอยู่หรือ ฯลฯ พระอรหันต์ยังถือมั่นอยู่หรือ ฯลฯ
พระอรหันต์ชำระล้างอยู่หรือ ฯลฯ พระอรหันต์หมักหมมอยู่หรือ ฯลฯ
พระอรหันต์กำจัดอยู่หรือ ฯลฯ พระอรหันต์อบอวลอยู่หรือ? ฯลฯ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์สั่งสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสั่งสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิกสะสม
แล้ว ดำรงอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว

733
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 734 (เล่ม 37)

ส. หากว่า พระอรหันต์สั่งสมอยู่ก็ไม่ใช่ เลิกสั่งสมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้เลิก
สะสมแล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีการสะสมบุญ
[๑๖๙๒] ส. พระอรหันต์ละขาดอยู่ก็ไม่ใช่ ถือมั่นอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ละขาดแล้ว
ดำรงอยู่ ชำระล้างอยู่ก็ไม่ใช่ หมักหมมอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้ชำระล้าง
แล้วดำรงอยู่ กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัดแล้ว
ดำรงอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ กำจัดอยู่ก็ไม่ใช่ อบอวลอยู่ก็ไม่ใช่ แต่เป็นผู้กำจัด
แล้วดำรงอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์มีการสะสมบุญ
[๑๖๙๓] ป. พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบุญ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์พึงให้ทาน หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ส. ถ้าพระอรหันต์พึงให้ทาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ไม่มีการสะสมบุญ
[๑๖๙๔] ป. พระอรหันต์ให้จีวร ฯลฯ พึงให้บิณฑบาต พึงให้เสนาสนะ พึงให้คิลาน
ปัจจยเภสัชชบริขาร พึงให้ของเคี้ยว พึงให้ของบริโภค พึงให้น้ำดื่ม
พึงไหว้พระเจดีย์ พึงยกขึ้นซึ่งมาลา พึงยกขึ้นซึ่งของหอม พึงยกขึ้นซึ่ง
เครื่องลูบไล้ ที่พระเจดีย์ พึงทำประทักษิณพระเจดีย์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระอรหันต์พึงทำประทักษิณพระเจดีย์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระ
อรหันต์ไม่มีการสะสมบุญ
อัตถิ อรหโต ปุญญูปจโยติกถา จบ
—————

734
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 735 (เล่ม 37)

นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา
[๑๖๙๕] สกวาที พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรหันตฆาตมีหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์มีอกาลมรณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้ที่ปลงชีวิตพระอรหันต์นั้น ปลงในเมื่อชีวิต คือ ชีวิตส่วนที่เหลือยังมีอยู่
หรือว่า ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือไม่มีอยู่
ป. ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือยังมีอยู่
ส. หากว่า ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือยังมี ก็ต้องไม่กล่าวว่า
พระอรหันต์ไม่มีกาลมรณะ
ป. ปลงในเมื่อชีวิตคือชีวิตส่วนที่เหลือไม่มีอยู่
ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๖] ส. พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ได้ มิใช่หรือ?

735
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 736 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ยาพิษ ศาตรา ไฟ พึงเข้าไปในกายของพระอรหันต์ได้ ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ไม่มีอกาลมรณะ
[๑๖๙๗] ส. ยาพิษ ศาตรา ไฟ ไม่พึงเข้าไปในกายทองพระอรหันต์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อรหันตฆาตไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๙๘] ป. พระอรหันต์มีอกาลมรณะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวความที่
กรรมอันเป็นไปด้วยสัญเจตนา ที่บุคคลทำแล้ว สะสมแล้วจะสิ้นสุด
ไป เพราะมิได้เสวยผล แต่กรรมนั้นแล จะให้ผลในทิฏฐธรรม
เทียว หรือในภพถัดไป หรือในภพอื่นสืบๆ ไป ดังนี้ เป็นสูตรมี
อยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น พระอรหันต์ก็ไม่มีอกาลมรณะ น่ะสิ
นัตถิ อรหโต อกาลมัจจูติกถา จบ
——————
สัพพมิทัง กัมมโตติกถา
[๑๖๙๙] สกวาที สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. แม้กรรมก็เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

736
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 737 (เล่ม 37)

ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะเหตุที่ทำไว้ในกาลก่อน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลพึงฆ่าสัตว์ เพราะวิบากแห่งกรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปาณาติบาตมีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบากแห่งกรรมมีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิบากแห่งกรรมไม่มีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปาณาติบาตไม่มีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลพึงลักทรัพย์ ฯลฯ พึงกล่าวเท็จ พึงกล่าวคำส่อเสียด พึงกล่าว
คำหยาบ พึงพูดเพ้อเจ้อ พึงตัดช่องย่องเบา พึงปล้นใหญ่ พึงปล้น
เฉพาะหลังคาเรือน พึงดักที่ทางเปลี่ยว พึงผิดเมียท่าน พึงฆ่าชาวบ้าน
พึงฆ่าชาวนิคม เพราะกรรมวิบาก หรือ?

737
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 738 (เล่ม 37)

พึงให้ทาน พึงให้จีวร พึงให้บิณฑบาต พึงให้เสนาสนะ พึงให้คิลานปัจจย
เภสัชชบริขาร เพราะกรรมวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารมีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากมีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมวิบากไม่มีผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารไม่มีผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๐๐] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สิ่งทั้งปวงนี้เป็นเพราะกรรม หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า โลกเป็นไปเพราะกรรม หมู่สัตว์เป็นไป
เพราะกรรม สัตว์ทั้งหลายมีกรรมเป็นเครื่องกระชับ เหมือนลิ่มสลัก
แห่งรถ ที่แล่นไปอยู่ ฉะนั้น บุคคลได้เกียรติ ความสรรเสริญ
เพราะกรรม และได้ความเสื่อม การถูกฆ่า การถูกจองจำ ก็เพราะ
กรรม บุคคลรู้ชัดซึ่งกรรมนั้นว่า เป็นเครื่องทำให้ต่างกัน ฉะนี้แล้ว
ไฉนจะพึงกล่าวว่า กรรมไม่มีในโลกเล่า ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น สิ่งทั้งปวงนี้ ก็เป็นเพราะกรรม น่ะสิ
สัพพมิทัง กัมมโตติกถา จบ
————-

738
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 739 (เล่ม 37)

อินทริยพัทธกถา
[๑๗๐๑] ปรวาที สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ หรือ?
สกวาที ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น
มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไป
เป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น มี
ความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มีความคลายไป
เป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไปเป็นธรรมดา
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ก็ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัย
เกิดขึ้น มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา มี
ความคลายไปเป็นธรรมดา มีความดับไปเป็นธรรมดา มีความแปรไป
เป็นธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์
[๑๗๐๒] ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
มีความแปรไปเป็นธรรมดา แต่มันไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไปเป็น
ธรรมดา แต่มันไม่เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

739
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 740 (เล่ม 37)

ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไปเป็น
ธรรมดา และมันเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ไม่เที่ยง เป็นสังขตะ ฯลฯ มีความแปรไป
เป็นธรรมดา และมันเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๗๐๓] ส. สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้นเป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นทุกข์ สิ่งที่ไม่เนื่อง
ด้วยอินทรีย์ก็ไม่เที่ยง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นทุกข์ สิ่งที่ไม่
เนื่องด้วยอินทรีย์ ก็ไม่เที่ยง ก็ต้องไม่กล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่า
นั้น เป็นทุกข์
[๑๗๐๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ในพระผู้มีพระภาค เพื่อกำหนดรู้ทุกข์ ที่
เนื่องด้วยอินทรีย์ ฉันใด ก็อยู่ประพฤติพรหมจรรย์ ในพระผู้มีพระภาค
เพื่อกำหนดรู้ทุกข์ที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ ฉันนั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ทุกข์เนื่องด้วยอินทรีย์ อันพระอริยะกำหนดรู้แล้ว ย่อมไม่เกิดขึ้นอีก
ฉันใด ทุกข์ที่ไม่เนื่องด้วยอินทรีย์ อันพระอริยะกำหนดรู้แล้ว ก็ไม่เกิดขึ้น
อีกฉันนั้น หรือ?

740
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 741 (เล่ม 37)

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ก็สิ่งที่เนื่องด้วยอินทรีย์เท่านั้น เป็นทุกข์ น่ะสิ
อินทริยพัทธกถา จบ
————–
ฐเปตวา อริยมัคคันติกถา
[๑๗๐๕] สกวาที เว้นอริยมรรค สังขารที่เหลือเป็นทุกข์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อริยสัจมี ๓ เท่านั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อริยสัจมี ๓ เท่านั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอริยสัจไว้ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกขนิโรธ
ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา มิใช่หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสอริยสัจไว้ ๔ คือ ทุกข์ ทุกขสมุทัย ทุกข
นิโรธ ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา ก็ต้องไม่กล่าวว่า อริยสัจมี ๓ เท่านั้น
[๑๗๐๖] ส. แม้ทุกขสมุทัยก็เป็นทุกข์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โดยอรรถว่าอย่างไร

741