พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 552 (เล่ม 37)

[๑๓๒๙] ส. กามราคานุสัย เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน?
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สังขารขันธ์เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๐] ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสารัมมณะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๑] ส. กามราคานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ส่วน
กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่ง เป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรมไม่
อารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

552
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 553 (เล่ม 37)

ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่ง เป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรมไม่
มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นธรรมมีอารมณ์
แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๒] ส. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชา
นุสัย เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏฐาน
อวิชชาสัญโญชน์ อวิชชานิวรณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ฯลฯ อวิชชานิวรณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานุสัย เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๓] ส. อวิชชานุสัย เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน?
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

553
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 554 (เล่ม 37)

ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๔] ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อวิชชา นับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๕] ส. อวิชชานุสัย นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ส่วน
อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่ง เป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่ง เป็นธรรมไม่
มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สังขารส่วนหนึ่งเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรมไม่มีอารมณ์
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นธรรมมีอารมณ์
แต่อีกส่วนหนึ่ง เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

554
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 555 (เล่ม 37)

[๑๓๓๖] ส. ไม่พึงกล่าวว่า อนุสัยเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชน เมื่อจิตเป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวได้ว่า เป็นผู้
มีอนุสัย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของอนุสัยเหล่านั้น มีอยู่หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ น่ะสิ
[๑๓๓๗] ส. ปุถุชน เมื่อจิตเป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ พึงกล่าวได้ว่า เป็นผู้
มีราคะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อารมณ์ของราคะนั้นมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ น่ะสิ
อนุสยา อนารัมมณาติกถา จบ
——————
ญาณัง อนารัมมณันติกถา
[๑๓๓๘] สกวาที ญาณ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ฯลฯ เป็นโผฏฐัพพายตนะ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?

555
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 556 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์
เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๓๙] ส. ญาณ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สังขารขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๐] ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ส. ปัญญา นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปัญญา นับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?

556
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 557 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๑] ส. ญาณ นับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ส่วนปัญญานับ
เนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่ง เป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่ง เป็นธรรมไม่มี
อารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สังขารขันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นธรรมไม่มี
อารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ ส่วนหนึ่งเป็นธรรมมีอารมณ์ แต่
อีกส่วนหนึ่ง เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ญาณเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ พึงกล่าวว่ามีญาณ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของญาณนั้น มีหรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ญาณก็เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ น่ะสิ
ส. อรหันต์ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณ พึงกล่าวว่า มีปัญญา หรือ?
ป. ถูกแล้ว

557
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 558 (เล่ม 37)

ส. อารมณ์ของปัญญานั้น มีหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ปัญญาก็เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ นะสิ
ญาณัง อนารัมมณันติกถา จบ
—————–
อตีตารัมมณกถา
[๑๓๔๓] สกวาที จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มีอดีตเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า มีอดีตเป็นอารมณ์ ก็ไม่ต้องกล่าวว่า จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์ เป็น
ธรรมไม่มีอารมณ์ และดังนั้น การกล่าวว่าจิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์ เป็นธรรม
ไม่มีอารมณ์ จึงผิด ก็หรือหากว่า จิตเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าว
ว่า มีอดีตเป็นอารมณ์ และดังนั้น การกล่าวว่า จิตที่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์
เป็นธรรมมีอดีตเป็นอารมณ์ จึงผิด
[๑๓๔๔] ส. จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีตมี มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิต
ที่มีอดีตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์
อตีตารัมมณกถา จบ
————–

558
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 559 (เล่ม 37)

อนาคตารัมมณกถา
[๑๓๔๕] สกวาที จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มีอนาคตเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า มีอนาคตเป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ และดังนั้น การกล่าวว่า จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ จึงผิด ก็หรือหากว่า จิตเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ก็
ต้องไม่กล่าวว่า จิตมีอนาคตเป็นอารมณ์ และดังนั้น การกล่าวว่า จิตที่เป็น
ธรรมไม่มีอารมณ์ เป็นธรรมมีอนาคตเป็นอารมณ์ จึงผิด
[๑๓๔๖] ส. จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคตมี มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคต มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์
[๑๓๔๗] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบันมีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบัน
เป็นอารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ และจิตมีอดีตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๘] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?

559
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 560 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคต มีอยู่ และจิตที่มีอนาคตเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมมีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๔๙] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอดีต มีอยู่ แต่จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์
เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๐] ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภอนาคต มีอยู่ แต่จิตที่มีอนาคตเป็น
เป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ปรารภปัจจุบัน มีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็น
อารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า จิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อดีตและอนาคตไม่มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า อดีตและอนาคตไม่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า จิต
ที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ฯลฯ
อนาคตารัมมณกถา จบ
————–

560
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 561 (เล่ม 37)

วิตักกานุปติตกถา
[๑๓๕๒] สกวาที จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิจาร เนื่องด้วยปีติ เนื่องด้วยสุข เนื่องด้วยทุกข์
เนื่องด้วยโสมนัส เนื่องด้วยโทมนัส เนื่องด้วยอุเบกขา เนื่องด้วย
ศรัทธา เนื่องด้วยวิริยะ เนื่องด้วยสติ เนื่องด้วยสมาธิ เนื่องด้วยปัญญา
เนื่องด้วยราคะ เนื่องด้วยโทสะ ฯลฯ เนื่องด้วยอโนตตัปปะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๓๕๓] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สมาธิที่ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิตทุกดวง
เนื่องด้วยวิตก
[๑๓๕๔] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สมาธิที่ไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า จิตทุกดวง
เนื่องด้วยวิตก
[๑๓๕๕] ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสสมาธิ ๓ อย่าง คือ สมาธิมีวิตก มีวิจาร สมาธิ
ไม่มีวิตก มีเพียงวิจาร สมาธิไม่มีวิตก ไม่มีวิจาร มิใช่หรือ?

561