พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 482 (เล่ม 37)

ป. หากว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณขี้ริ้ว
กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อย มีอยู่ ด้วยเหตุ
นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบาก
ชรามรณวิปาโกติกถา จบ
————–
อริยธัมมวิปากกถา
[๑๑๗๙] สกวาที วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. สามัญญะ มีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะ มีผลมาก ก็ต้องไม่กล่าวว่าวิบาก
แห่งอริยธรรมไม่มี
[๑๑๘๐] ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสดาปัตติผลมีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า โสดาปัตติผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อรหัตผลมีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิบากแห่งอริยธรรมมีไม่
[๑๑๘๑] ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผลแห่งทาน ไม่เป็นวิบาก หรือ?

482
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 483 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสดาปัตติผล ไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผล ไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผลแห่งทานไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรหัตผลไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนา ไม่เป็นวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๒] ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งทานเป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อนาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งศีล ฯลฯ ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสดาปัตติผลเป็นวิบาก หรือ?

483
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 484 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผลแห่งภาวนาเป็นวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สกทาคามิผล ฯลฯ อานาคามิผล ฯลฯ อรหัตผลเป็นวิบากหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๓] ส. กามาวจรกุศลมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลมีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โลกุตตรกุศลมีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๔] ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โลกุตตรกุศลไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศลไม่มีวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๕] ป. กามาวจรกุศลมีวิบาก เป็นอาจยคามี (ก่อวิปากวัฏไป) หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ?

484
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 485 (เล่ม 37)

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก เป็นอาจยคามี หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๖] ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี (หลีกวิปากวัฏไป)
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กามาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. โลกุตตรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. รูปาวจรกุศล ฯลฯ อรูปาวจรกุศล เป็นธรรมมีวิบาก แต่เป็นอปจยคามี
หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อริยธัมมวิปากกถา จบ
————-
วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา
[๑๑๘๗] สกวาที วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. วิบากของวิบากนั้น ก็เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

485
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 486 (เล่ม 37)

ส. วิบากของวิบากนั้น ก็เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อเป็นอย่างนั้น วิบากนั้นๆ ก็ไม่มีการทำที่สุดทุกข์ ไม่มีความขาดตอน
แห่งวัฏฏะ ไม่มีอนุปาทาปรินิพพาน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๘] ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คำว่า วิบาก หรือว่า ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบากก็ดี คำว่าธรรมที่เป็นเหตุ
แห่งวิบาก หรือว่าวิบากก็ดี คำทั้งสองนี้ก็อย่างเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน
เหมือนกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๘๙] ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบาก กับธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก ธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก กับวิบาก
สหรคตกัน เกิดร่วมกัน ระคนกัน สัมปยุตกัน เกิดด้วยกัน ดับด้วย
กัน มีวัตถุอันเดียวกัน มีอารมณ์อันเดียวกัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๙๐] ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อกุศลอันนั้น วิบากแห่งอกุศลก็อันนั้นแล กุศลอันนั้นวิบากแห่งกุศล
ก็อันนั้นแล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๙๑] ส. วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว

486
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 487 (เล่ม 37)

ส. บุคคลฆ่าสัตว์ด้วยจิตใจ ก็ไหม้ในนรกด้วยจิตนั้นแหละ บุคคลให้ทาน
ด้วยจิตใด ก็บันเทิงในสวรรค์โดยจิตนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๙๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า วิบาก เป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. วิบาก คือ ขันธ์ ๔ ส่วนนามธรรม เป็นอัญญมัญญปัจจัยมิใช่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า วิบาก คือ ขันธ์ ๔ ส่วนนามธรรมเป็นอัญญมัญญปัจจัย ด้วย
เหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า วิบากเป็นธรรมที่เป็นเหตุแห่งวิบาก
วิปาโก วิปากธัมมธัมโมติกถา จบ
วรรคที่ ๗ จบ
————-
วรรคที่ ๘
ฉคติกถา
[๑๑๙๓] สกวาที คติมี ๖ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคติไว้ ๕ คือ นรก กำเนิดดิรัจฉาน ปิตติวิสัย
มนุษย์ เทวดา มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคได้ตรัสคติไว้ ๕ คือ นรก กำเนิดดิรัจฉาน
ปิตติวิสัย มนุษย์ เทวดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า คติมี ๖
[๑๑๙๔] ส. คติมี ๖ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

487
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 488 (เล่ม 37)

ส. อสูรพวกกาลกัญชิกา มีรูปร่างเหมือนกัน มีการเสวยอารมณ์อย่างเดียวกัน
มีอาหารอย่างเดียวกัน อายุเท่ากัน กับพวกเปรต ทำอาวาหะวิวาหะกับ
ด้วยเปรต มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อสูรพวกการกัญชิกา มีรูปร่างเหมือนกัน มีการเสวยอารมณ์
อย่างเดียวกัน มีอาหารอย่างเดียวกัน มีอายุเท่ากันกับเปรตทำอาวาหะ
วิวาหะกับด้วยพวกเปรต ก็ต้องไม่กล่าวว่า คติมี ๖
[๑๑๙๕] ส. คติมี ๖ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกอสูรบริษัทท้าวเวปจิตติ มีรูปร่างเหมือนกัน มีการเสวยอารมณ์
อย่างเดียวกัน มีอาหารอย่างเดียวกัน มีอายุเท่ากัน กับพวกเทวดา ทำ
อาวาหะวิวาหะกับด้วยพวกเทวดา มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พวกอสูรบริษัทท้าวเวปจิตติ มีรูปร่างเหมือนกันมี การเสวยอารมณ์
อย่างเดียวกัน มีอาหารอย่างเดียวกัน มีอายุเท่ากันกับพวกเทวดา ทำ
อาวาหะวิวาหะกับด้วยพวกเทวดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า คติมี ๖
[๑๑๙๖] ส. คติมี ๖ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกอสูรบริษัทท้าวเวปจิตติ เคยเป็นเทวดา มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พวกอสูรบริษัทท้าวเวปจิตติ เคยเป็นเทวดาก็ต้องไม่กล่าวว่า
คติมี ๖
[๑๑๙๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า คติมี ๖ หรือ?
ส. ถูกแล้ว

488
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 489 (เล่ม 37)

ป. มีอสุรกาย มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่ามีอสุรกาย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า คติมี ๖
ฉคติกถา จบ
————
อันตราภวกถา
[๑๑๙๘] สกวาที อันตราภพ มีอยู่หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นกามภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นรูปภพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นอรูปภพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๙๙] ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

489
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 490 (เล่ม 37)

ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันตราภพมีอยู่ในระหว่างรูปภพและอรูปภพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๐๐] ส. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างกามภพและรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
อันตราภพมีอยู่
ป. อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพหรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า อันตราภพไม่มีอยู่ในระหว่างรูปภพกับอรูปภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
อันตราภพมีอยู่
[๑๒๐๑] ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันตราภพนั้น เป็นกำเนิดที่ห้า เป็นคติที่หก เป็นวิญญาณฐิติที่แปด
เป็นสัตตาวาสที่สิบ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด
เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

490
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 491 (เล่ม 37)

ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุปบัติอยู่ ในอันตราภพ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีในอันตราภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อันตราภพเป็นปัญจโวการภพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๐๒] ส. กามภพมีอยู่ กามภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร
เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อันตราภพมีอยู่ อันตราภพ เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร
เป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงกามภพมีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอันตราภพมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

491