พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 472 (เล่ม 37)

อิโตทินนกถา
[๑๑๕๓] สกวาที บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทาน
ที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เมื่อให้จีวรแต่โลกนี้ ก็บริโภคจีวรนั้นในปรโลกหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เมื่อให้บิณฑบาตแต่โลกนี้ … เมื่อให้เสนาสนะแต่โลกนี้ … เมื่อให้
คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารแต่โลกนี้ … เมื่อให้ของขบเคี้ยวแต่โลกนี้ …
เมื่อให้ของกินแต่โลกนี้ … เมื่อให้น้ำดื่มแต่โลกนี้ ก็บริโภคน้ำดื่มนั้นใน
ปรโลกหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๕๔] ส. บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกด้วยทานที่บุคคล
ให้แล้วแต่โลกนี้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้อื่นเป็นผู้กระทำแก่ผู้อื่น สุขและทุกข์ผู้อื่นกระทำให้ ผู้อื่นกระทำผู้อื่น
เสวยผลหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๕๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พวกเปรต เห็นเขาให้ทานเพื่อประโยชน์แก่ตน ย่อมอนุโมทนา ย่อมยัง
จิตให้เลื่อมใส ย่อมยังปีติให้เกิดขึ้น ย่อมได้โสมนัส มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว

472
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 473 (เล่ม 37)

ป. หากว่า เปรตเห็นเขาให้ทานเพื่อประโยชน์แก่ตน ย่อมยังจิตให้เลื่อมใส
ย่อมยังปีติให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่
ปรโลกยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น ด้วยทานอันบุคคลให้แล้ว
แต่โลกนี้
[๑๑๕๖] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า น้ำฝนตกในที่ดอน ย่อมไหลไปสู่ที่ลุ่ม
ฉันใด ทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมเข้าไปสำเร็จแก่บุคคลผู้
ละไปแล้ว ฉันนั้นแล
ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมไหลหลากยังสมุทรสาครให้เต็มรอบได้
ฉันใด ทานที่บุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ย่อมเข้าไปสำเร็จแก่บุคคลผู้
ละไปแล้ว ฉันนั้นแล
กสิกรรมไม่มีในเปตโลกนั้นเลย โครักขกรรมก็ไม่มี ณ ที่
นั้นพาณิชกรรมก็เช่นกัน การซื้อขายด้วยเงินก็ไม่มี บุคคลผู้ละไป
แล้ว คือ ผู้ที่ตายไปแล้ว ย่อมยังอัตภาพให้เป็นไปในเปตโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ น่ะสิ

473
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 474 (เล่ม 37)

[๑๑๕๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย มารดาบิดาเล็งเห็น
ฐานะ ๕ ประการ จึงปรารถนาบุตรซึ่งจะเกิดในสกุล ฐานะ ๕ เป็น
ไฉน? เราเลี้ยงเขามาแล้ว เขาจักเลี้ยงเราตอบ เขาจักช่วยทำกิจ
ของเรา สกุลวงศ์จักดำรงอยู่นาน เขาจักดูแลทรัพย์ มฤดกสืบไป
ก็หรือเมื่อเราล่วงลับไปแล้ว เขาจักทำบุญส่งไปให้ ดูกรภิกษุทั้ง
หลาย มารดาบิดาเล็งเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้แล จึงปรารถนา
บุตรซึ่งจะเกิดในสกุล
บัณฑิตเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการ จึงปรารถนาบุตร คือ เรา
เลี้ยงเขามาแล้ว เขาจักเลี้ยงเราตอบ เขาจักช่วยทำกิจของเรา สกุล
วงศ์จักดำรงอยู่ได้นาน เขาจักดูแลทรัพย์มฤดกสืบไป ก็หรือเมื่อเรา
ล่วงลับไปแล้ว เขาจักทำบุญส่งไปให้ บัณฑิตทั้งหลายเล็งเห็นฐานะ
๕ ประการนี้ จึงปรารถนาบุตร
เพราะฉะนั้น สัปปุริสชน คนเรียบร้อย จึงเป็นคนกตัญญูกต
เวที เมื่อระลึกถึงอุปการคุณที่ท่านได้ทำก่อน ย่อมเลี้ยงมารดาบิดา
ทำกิจของท่านตามฐานะที่ท่านเป็นบุพพการี บุตรผู้อยู่ในโอวาท
บิดามารดาเลี้ยงมาแล้ว เลี้ยงตอบ ไม่ทำวงศ์สกุลให้เสื่อม มีศรัทธา
ถึงพร้อมด้วยศีล เป็นบุตรที่ควรสรรเสริญ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว

474
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 475 (เล่ม 37)

ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้ไปสู่ปรโลก ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้น
ด้วยทานอันบุคคลให้แล้วแต่โลกนี้ น่ะสิ
อิโตทินนกถา จบ
———–
ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา
[๑๑๕๘] ป. สกวาที แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วย
สุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา
ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบ
ด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ
ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจ ของแผ่นดิน
นั้นมีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. แผ่นดินไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ไม่มีอทุกขมสุขเวทนา ไม่
ประกอบด้วยสุขเวทนา ไม่ประกอบด้วยทุกขเวทนา ไม่ประกอบด้วย
อทุกขมสุขเวทนา ไม่ประกอบด้วยผัสสะ ไม่ประกอบด้วยเวทนา ไม่
ประกอบด้วยสัญญา ไม่ประกอบด้วยเจตนา ไม่ประกอบด้วยจิต ไม่มี
อารมณ์ ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความ
จงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจของแผ่นดินนั้น ไม่มี มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า แผ่นดินไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ ไม่มีอารมณ์
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของแผ่นดินนั้นไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่าแผ่นดิน
เป็นกรรมวิบาก

475
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 476 (เล่ม 37)

[๑๑๕๙] ส. ผัสสะ เป็นกรรมวิบาก และผัสสะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขม
สุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบ
ด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบ
ด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ ความนึก
ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก และแผ่นดินมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มี
อทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา
ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา
ประกอบด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์
ความนึก ความผูกใจ ความสนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ
ความปรารถนา ความตั้งใจของแผ่นดิน มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๐] ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก แต่แผ่นดินไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ
ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของแผ่นนั้นไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะ เป็นกรรมวิบาก แต่ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ
ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้น ไม่มี หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๑] ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินเชิดชูได้ เหยียบย่ำได้ ตัดได้ ทำลายได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

476
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 477 (เล่ม 37)

ส. กรรมวิบาก เชิดชูได้ เหยียบย่ำได้ ตัดได้ ทำลายได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๒] ส. แผ่นดิน บุคคล จะพูน จะเพิ่ม จะถม จะก่อ จะเสริมก็ทำได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบาก บุคคลจะพูน จะเพิ่ม จะถม จะก่อ จะเสริมก็ทำได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๓] ส. แผ่นดินทั่วไปแก่ชนอื่นๆ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากทั่วไปแก่ชนอื่นๆ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๔] ส. กรรมวิบาก ทั่วไปแก่ชนอื่นๆ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า นิธิ คือ บุญ ไม่ทั่วไปแก่ชนอื่นๆ
โจรลักไม่ได้ ผู้มีอันจะพึงตายเป็นสภาวะควรทำบุญ ผู้นั้นพึง
ประพฤติสุจริต ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า กรรมวิบากทั่วไปแก่ชนอื่นๆ
[๑๑๖๕] ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินตั้งอยู่ด้วยดีก่อน สัตว์ทั้งหลายจึงบังเกิดขึ้นในภายหลัง หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบากบังเกิดขึ้นก่อน ต่อภายหลังสัตว์ทั้งหลายจึงทำกรรมเพื่อได้วิบาก
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

477
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 478 (เล่ม 37)

[๑๑๖๖] ส. แผ่นดินเป็นวิบากแห่งกรรมของสัตว์ทั้งปวงหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งปวง บริโภคแผ่นดิน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งปวง บริโภคแผ่นดิน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บางพวกบริโภคแผ่นดิน แล้วปรินิพพานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บางพวกไม่ยังกรรมวิบากให้สิ้นไปแล้วปรินิพพาน มีอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๗] ส. แผ่นดินเป็นวิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นจักรพรรดิ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่นๆ บริโภคแผ่นดิน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่นๆ บริโภควิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นจักรพรรดิ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์อื่นๆ บริโภควิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นจักรพรรดิ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่นๆ บริโภคผัสสะ เวทนา เจตนา จิต สัทธา วิริยะ สติ
สมาธิ ปัญญา ของสัตว์ผู้จะเป็นจักรพรรดิ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๖๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก หรือ?
ส. ถูกแล้ว

478
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 479 (เล่ม 37)

ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้ไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่ กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไป
พร้อมเพื่อความเป็นเจ้าเป็นใหญ่ มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่ กรรมที่ยังสัตว์
ให้เป็นไปพร้อม เพื่อความเป็นเจ้าเป็นใหญ่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง
ต้องกล่าวว่า แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก
ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา จบ
————–
ชรามรณวิปาโกติกถา
[๑๑๖๙] สกวาที ชรามรณะ เป็นวิบาก หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะ มีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วย
สุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา
ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบ
ด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ความนึก ความผูกใจ ความ
สนใจ ความทำไว้ในใจ ความจงใจ ความปรารถนา ความตั้งใจของ
ชรามรณะนั้น มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ
ความตั้งใจ ของชรามรณะนั้น ไม่มี มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ ไม่มีอารมณ์
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ ของชรามรณะนั้นไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ชรามรณะ เป็นวิบาก

479
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 480 (เล่ม 37)

[๑๑๗๐] ส. ผัสสะ เป็นวิบาก และผัสสะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ มีอารมณ์
ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของผัสสะนั้นมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะ เป็นวิบาก และชรามรณะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ฯลฯ
มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของชรามรณะนั้น มีอยู่หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๑] ส. ชรามรณะ เป็นวิบาก แต่ชรามรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ
ไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งชรามรณะนั้นไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะ เป็นวิบาก แต่ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ฯลฯ ไม่มี
อารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจของชรามรณะนั้น ไม่มีหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๒] ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๓] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่งกุศลธรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๔] ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

480
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 481 (เล่ม 37)

[๑๑๗๕] ส. ชรามรณะแห่งอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๖] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๗] ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่ง
กุศลธรรม หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชรามรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ไม่พึงกล่าวว่าเป็นวิบากแห่ง
อกุศลธรรม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๑๗๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ชรามรณะเป็นวิบาก หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณขี้ริ้ว กรรมที่ยัง
สัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุน้อย มีอยู่ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว

481