พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 412 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตผล ชื่อหลุดพ้น
แล้วและนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
วิมุตตกถา จบ
———–
อเสกขญาณกถา
[๑๐๓๐] สกวาที พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. พระเสกขะ รู้เห็นธรรมของพระอเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกาย
อยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตนเห็นแล้ว รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น
มิได้รู้ ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ มิใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ธรรมของพระอเสกขะ อันพระเสกขะ รู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้
เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ

412
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 413 (เล่ม 37)

[๑๐๓๑] ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ พระอเสกขะรู้เห็นธรรมของพระ
อเสกขะได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตน
เห็นแล้ว รู้แจ้งแล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ พระเสกขะรู้เห็นธรรมของพระอเสกขะ
ได้ เข้าถึงอยู่ ถูกต้องด้วยกายอยู่ ซึ่งธรรมของพระอเสกขะที่ตนเห็น
แล้ว รู้แล้ว ทำให้แจ้งแล้วได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๒] ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่ธรรมของพระอเสกขะอัน
พระเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้าถึง
ไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ แต่พระธรรมของพระอเสกขะ อัน
พระอเสกขะรู้ไม่ได้ เห็นไม่ได้ เมื่อมิได้เห็น มิได้รู้ มิได้ทำให้แจ้ง ก็เข้า
ถึงไม่ได้ ถูกต้องด้วยกายไม่ได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๓] ส. พระเสกขะ มีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โคตรภูบุคคล มีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มีญาณในโสดาปัตติผล
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

413
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 414 (เล่ม 37)

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
อนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีญาณในอรหัตผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า พระเสกขะมีญาณของพระอเสกขะ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะ ก็ทราบได้ว่าพระผู้มีพระภาคมีพระคุณ
อันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารีบุตรเถระ พระมหาโมคคัลลานเถระ มีคุณอัน
ยิ่ง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ท่านพระอานนท์เมื่อยังเป็นเสกขะก็ทราบได้ว่า พระผู้มีพระภาค
มีพระคุณอันยิ่ง ทราบได้ว่า พระสารีบุตรเถระ พระมหาโมคคัลลานเถระ
มีคุณอันยิ่ง ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่าพระเสกขะมีญาณของ
พระอเสกขะ
อเสกขญาณกถา จบ
—————-
วิปรีตกถา
[๑๐๓๕] สกวาที ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริตหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มีความเห็นผิดในสภาวะที่เป็นทุกข์ว่าเป็นสุขหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิด
ในสภาวะที่เป็นอนัตตาว่าเป็นอัตตาหรือ ฯลฯ มีความเห็นผิดในสภาวะที่
ไม่งามว่างาม หรือ?

414
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 415 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๖] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นอกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นกุศลไม่ใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าเป็นกุศล ก็ต้องไม่กล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์
ความรู้วิปริต
[๑๐๓๗] ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง เป็นความเห็นผิดและนั้นเป็นอกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นอกุศล
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯลฯ สภาวะที่เป็นอนัตตา เห็นว่าเป็น
อัตตา ฯลฯ สภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความเห็นผิด และนั้นเป็น
อกุศล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นอกุศล
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๘] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นกุศล
หรือ?
ป. ถูกแล้ว

415
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 416 (เล่ม 37)

ส. สภาวะที่ไม่เที่ยงเห็นว่าเที่ยง และนั้นเป็นกุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต และนั้นเป็นกุศล
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สภาวะที่เป็นทุกข์เห็นว่าเป็นสุข ฯลฯ สภาวะที่เป็นอนัตตา เห็นว่าเป็น
อัตตา ฯลฯ สภาวะที่ไม่งามเห็นว่างาม เป็นความเห็นผิด และนั้นเป็น
กุศล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๓๙] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์พึงเข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็ต้องไม่
กล่าวว่า ผู้ที่เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต
[๑๐๔๐] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต พระอรหันต์พึงเข้า
สมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๑] ส. พระอรหันต์ ยังมีความเห็นผิดอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ ยังมีความสำคัญผิด มีความคิดผิด มีความเห็นผิดอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

416
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 417 (เล่ม 37)

[๑๐๔๒] ส. พระอรหันต์ไม่มีความสำคัญผิด ความคิดผิด ความเห็นผิดหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระอรหันต์ ไม่มีความสำคัญผิด ความคิดผิด ความเห็นผิด
ก็ต้องไม่กล่าวว่า พระอรหันต์ยังมีความเห็นผิดอยู่
[๑๐๔๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปฐวีกสิณปรากฏแก่ท่านผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์อยู่ เป็นดิน
ล้วนเทียว หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็มีความรู้วิปริตน่ะสิ
[๑๐๔๔] ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ดินมีอยู่ และบางคนที่เข้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า ดินมีอยู่ และบางคนที่ถ้าปฐวีกสิณจากดินก็มีอยู่ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ มีความรู้วิปริต
[๑๐๔๕] ส. ดินมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าปฐวีกสิณจากดิน เป็นความรู้วิปริต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิพพานมีอยู่ แต่ความรู้ของผู้เข้าสมาบัติมีนิพพานเป็นอารมณ์จากนิพพาน
ก็เป็นความรู้วิปริต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์มีความ
รู้วิปริต
วิปรีตกถา จบ
—————–

417
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 418 (เล่ม 37)

นิยามกถา
[๑๐๔๖] สกวาที บุคคลผู้ไม่แน่นอน (ยังเป็นปุถุชน) มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
(อริยมรรค) หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้แน่นอน (อริยบุคคล) มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทาง
แน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๗] ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรม อันมิใช่ทางแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๘] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๔๙] ส. บุคคลผู้แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๐] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

418
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 419 (เล่ม 37)

[๑๐๕๑] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีญาณเพื่อไปสู่โลกิยธรรมอันมิใช่ทางแน่นอน
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๒] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีทางอันแน่นอน เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๓] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน มีสติปัฏฐาน ฯลฯ สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์
พละ โพชฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๔] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอนเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีทางอันแน่นอนเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน
[๑๐๕๕] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนไม่มีสติปัฏฐาน ฯลฯ โพชฌงค์ เพื่อไปสู่ทางอัน
แน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอน ไม่มีโพชฌงค์เพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน ก็
ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน

419
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 420 (เล่ม 37)

[๑๐๕๖] ส. บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่นอน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โคตรภูบุคคลมีญาณในโสดาปัตติมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๗] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล มีญาณในโสดาปัตติผล
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
อนาคามิผล ฯลฯ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล มีญาณในอรหัตผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๕๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันไม่แน่นอน หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า บุคคลนี้จักก้าวลงสู่ทางอันแน่นอนเพื่อ
ความชอบ บุคคลนี้เป็นผู้ควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรมนี้ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระผู้มีพระภาคทรงทราบได้ว่า บุคคลนี้จักก้าวลงสู่ทางอัน
แน่นอนเพื่อความชอบ บุคคลนี้เป็นผู้ควรเพื่อจะตรัสรู้ธรรม ด้วยเหตุ
นั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ไม่แน่นอนมีญาณเพื่อไปสู่ทางอันแน่
นอน
นิยามกถา จบ
————

420
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 421 (เล่ม 37)

ปฏิสัมภิทากถา
[๑๐๕๙] สกวาที ความรู้ทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. ความรู้สมมติเป็นปฏิสัมภิทาหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความรู้สมมติเป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งรู้สมมติ ชนเหล่านั้นทั้งหมดเป็นผู้ถึงปฏิสัมภิทาแล้ว
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความรู้ทั้งปวงเป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความรู้ในการกำหนดรู้ใจผู้อื่น เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ความรู้ในการกำหนดใจผู้อื่นเป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่งรู้จิตของบุคคลอื่น ชนเหล่านั้นทั้งหมด เป็นผู้ถึง
ปฏิสัมภิทาแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๖๐] ส. ความรู้ทั้งปวง เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัญญาทั้งปวง เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?

421