ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปัญญาทั้งปวง เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีปฐวีกสิณเป็นอารมณ์ ก็มีปัญญานั้นเป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผู้เข้าสมาบัติมีอาโปกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีเตโชกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ
มีวาโยกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีนีลกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีปีตกสิณ
เป็นอารมณ์ ฯลฯ มีโลหิตกสิณเป็นอารมณ์ ฯลฯ มีโอทาตกสิณเป็น
อารมณ์ ฯลฯ ผู้เข้าอากาสานัญจายตนสมาบัติ ฯลฯ วิญญาณัญจายตน
สมาบัติ ฯลฯ อากิญจัญญายตนสมาบัติ ฯลฯ เนวสัญญานาสัญญายตน
สมาบัติ ฯลฯ ผู้ให้ทาน ฯลฯ ผู้ให้จีวร ฯลฯ ผู้ให้บิณฑบาต ฯลฯ
ผู้ให้เสนาสนะ ฯลฯ ผู้ให้คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารก็มีปัญญา ปัญญานั้น
เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๖๑] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความรู้ทั้งปวง เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปัญญาอันเป็นโลกุตตระมีอยู่ ปัญญานั้นไม่เป็นปฏิสัมภิทา หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น ความรู้ทั้งปวงก็เป็นปฏิสัมภิทาน่ะสิ
ปฏิสัมภิทากถา จบ
—————-
สัมมติญาณกถา
[๑๐๖๒] ปรวาที ไม่พึงกล่าวว่า ญาณให้สมมติ มีสัจจะเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มี
ธรรมอื่นเป็นอารมณ์ หรือ?