พุทธธรรมสงฆ์

ยังไม่มีบันทึก



ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 402 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เลยอนาคามิมรรคไปแล้ว เลย
กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย
พยาบาทอย่างละเอียดนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๐๖] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัต
ติผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว มิ
ใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไป
แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็น
ผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล
[๑๐๐๗] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว แต่
ยังประกอบด้วยโสดาปัตติผลนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว
เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะที่เป็นอปายคามีไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย
โมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๐๘] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยสกทาคามิ
ผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว

402
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 403 (เล่ม 37)

ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว มิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไป
แล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลเป็นผู้
ประกอบด้วยสกทาคามิผล
[๑๐๐๙] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิผลไปแล้ว แต่
ยังประกอบด้วยสกทาคามิผลนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เลยสกทาคามิมรรคไปแล้ว
เลยกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย
พยาบาทอย่างหยาบนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๑๐] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยโสดา
ปัตติผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้วมิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผล
ไปแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล
เป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล
[๑๐๑๑] ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติผลไปแล้ว
แต่ยังประกอบด้วยโสดาปัตติผลนั้น หรือ?

403
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 404 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล เลยโสดาปัตติมรรคไปแล้ว
เลยสักกายทิฏฐิ ฯลฯ โมหะที่เป็นอปายคามีไปแล้ว แต่ยังประกอบด้วย
โมหะที่เป็นอปายคามีนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๑๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลเป็นผู้ประกอบ
ด้วยผล ๓ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้ผล ๓ แล้ว และไม่เสื่อม
จากผล ๓ นั้น มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผลได้ผล ๓ แล้ว และไม่
เสื่อมจากผล ๓ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติ
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล เป็นผู้ประกอบด้วยผล ๓
[๑๐๑๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผลเป็นผู้ประกอบ
ด้วยผล ๒ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และไม่เสื่อม
จากผล ๒ นั้น มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และ
ไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติ
เพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล เป็นผู้ประกอบด้วยผล ๒

404
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 405 (เล่ม 37)

[๑๐๑๔] ป. ไม่พึงกล่าวว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผลเป็นผู้ประกอบ
ด้วยโสดาปัตติผล หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว และ
ไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว
และไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า
บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผลเป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัต
ติผล
[๑๐๑๕] ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้ผล ๓ แล้ว และไม่
เสื่อมจากผล ๓ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล
จึงเป็นผู้ประกอบด้วยผล ๓ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ได้มรรค ๔ แล้ว และ
ไม่เสื่อมจากมรรค ๔ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล
จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๔ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๑๖] ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้ผล ๒ แล้ว และ
ไม่เสื่อมจากผล ๒ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิ
ผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยผล ๒ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

405
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 406 (เล่ม 37)

ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ได้มรรค ๓ แล้ว และ
ไม่เสื่อมจากมรรค ๓ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคา
มิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๓ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๑๗] ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้โสดาปัตติผลแล้ว
และไม่เสื่อมจากโสดาปัตติผลนั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่ง
สกทาคามิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยโสดาปัตติผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ได้มรรค ๒ แล้ว และ
ไม่เสื่อมจากมรรค ๒ นั้น ฉะนั้น บุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคา-
มิผล จึงเป็นผู้ประกอบด้วยมรรค ๒ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สมันนาคตกถา อีกกถาหนึ่ง จบ
——————
สัพพสัญโญชนปหานกถา
[๑๐๑๘] สกวาที การละสัญโญชน์ทั้งปวง ชื่อว่า อรหัตผล หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๑๙] ส. สัญโญชน์ทั้งปวง ละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

406
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 407 (เล่ม 37)

[๑๐๒๐] ส. สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่า โสดาปัตติผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละสัญโญชน์ ๓ ว่า โสตาปัตติผล ก็
ต้องไม่กล่าวว่า สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัตมรรค
ส. สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๒๑] ส. กามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบ ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาทว่าสทกคา
มิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสความเบาบางแห่งกามราคะ และพยาบาท
ว่าสกทาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัต
มรรค ดังนี้
[๑๐๒๒] ส. สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

407
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 408 (เล่ม 37)

[๑๐๒๓] ส. กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด ก็ละได้ด้วยอรหัตมรรค
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละไม่มีส่วนเหลือ แห่งกามราคะและพยาบาทว่า
อนาคามิผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละไม่มีส่วนเหลือแห่งกามราคะและ
พยาบาทว่าอนาคามิผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วย
อรหัตมรรค
[๑๐๒๔] ส. สัญโญชน์ทั้งปวง ละได้ด้วยอรหัตมรรค หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคตรัสการละไม่มีส่วนเหลือแห่งรูปราคะ อรูปราคะ มานะ
อุทธัจจะ และอวิชชาว่า เป็นอรหัตผล มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระผู้มีพระภาคตรัสการละไม่มีส่วนเหลือแห่งรูปราคะ อรูปราคะ
มานะ อุทธัจจะ และอวิชชาว่า เป็นอรหัตผล ก็ต้องไม่กล่าวว่า
สัญโญชน์ทั้งปวงละได้ด้วยอรหัตมรรค
[๑๐๒๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า การละสัญโญชน์ทั้งปวง ชื่อว่า อรหัตผล หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์มีสัญโญชน์ทั้งปวงเสื่อมสิ้นแล้ว มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า พระอรหันต์มีสัญโญชน์ทั้งปวงเสื่อมสิ้นแล้ว ด้วยเหตุนั้นนะ
ท่านจึงต้องกล่าวว่า การละสัญโญชน์ทั้งปวง ชื่อว่าอรหัตผล ดังนี้
สัพพสัญโญชนปหานกถา จบ

408
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 409 (เล่ม 37)

วรรคที่ ๕
วิมุตตกถา
[๑๐๒๖] สกวาที วิมุตติญาณ ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณ ไม่ว่าอย่างใดหมด ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณ ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัจจเวกขณญาณ ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณ ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของโคตรภูบุคคล ชื่อว่าหลุดพ้นแล้วหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๒๗] ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งโสดาปัตติผลชื่อว่าหลุด
พ้นแล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระโสดาบัน เป็นญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง
ซึ่งโสดาปัตติผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้ง ซึ่งสกทาคามิผลชื่อว่าหลุด
พ้นแล้วหรือฯ
ป. ถูกแล้ว

409
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 410 (เล่ม 37)

ส. ญาณของพระสกทาคามี เป็นญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้ง
ซึ่งสกทาคามิผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้วหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระอนาคามี เป็นญาณของบุคคลผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้
แจ้งซึ่งอนาคามิผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ส. ญาณของพระอรหันต์ ชื่อว่า ญาณของผู้ถึง ได้เฉพาะ บรรลุ ทำให้แจ้งซึ่ง
อรหัตผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๒๘] ส. วิมุตติญาณ ของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยโสดาปัตติผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยสกทาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว

410
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 411 (เล่ม 37)

ส. วิมุตติญาณ ของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคล ผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอนาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้วหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตผลชื่อหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอรหัตผล ชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๐๒๙] ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งโสดาปัตติผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยสกทาคามิผลชื่อว่าหลุดพ้น
แล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติ เพื่อทำให้แจ้งซึ่งสกทาคามิผล ชื่อว่าหลุด
พ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิมุตติญาณของบุคคลผู้ปฏิบัติเพื่อทำให้แจ้งซึ่งอนาคามิผล ชื่อว่า
หลุดพ้นแล้ว และนั้นเป็นญาณของผู้บรรลุผล หรือ?

411