ส. เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร
เป็นสัญญโยนิ (กำเนิดแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ
(การได้อัตภาพแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๓๙] ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญ
สงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็น
อสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่
กล่าวว่าสัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
[๘๔๐] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นปัญจโวการภพ เป็นปัญจโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตต
ภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๑] ส. เป็นเอกโวการภพ เป็นเอกโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาว
ปฏิลาภ มิใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นเอกโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
[๘๔๒] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทำกิจที่พึ่งทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ