พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 352 (เล่ม 37)

ส. เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร
เป็นสัญญโยนิ (กำเนิดแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ
(การได้อัตภาพแห่งสัตว์ผู้มีสัญญา) หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๓๙] ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญ
สงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็น
อสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่
กล่าวว่าสัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
[๘๔๐] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นปัญจโวการภพ เป็นปัญจโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตต
ภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๑] ส. เป็นเอกโวการภพ เป็นเอกโวการคติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาว
ปฏิลาภ มิใช่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นเอกโวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย
[๘๔๒] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทำกิจที่พึ่งทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

352
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 353 (เล่ม 37)

[๘๔๓] ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ
เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็นสัญญโยนิ เป็นสัญญัตตภาว
ปฏิลาภ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ
เป็นสัญญสัตตาวาส เป็นสัญญสงสาร เป็นสัญญโยนิ เป็นสัญวัตตภาว
ปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๔] ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นปัญจโวการภพ คติ สัตตา
วาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นปัญจโวการภพ คติ สัตตา
วาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๕] ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญา
นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาได้ด้วยสัญญา
นั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๖] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ
เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญ
ญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?

353
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 354 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ ฯลฯ เป็นอสัญ
ญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๗] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโวการภพ คติ
สัตตวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโวการภพ ฯลฯ อัตต
ภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๘] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วย
สัญญาไม่ได้ด้วยสัญญานั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัญญามีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั้งหลาย แต่ทำกิจที่พึงทำด้วยสัญญาไม่ได้ด้วย
สัญญานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๔๙] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เทวดาชื่ออสัญญสัตว์
มีอยู่ ก็เทวดาเหล่านั้น ย่อมจุติจากหมู่นั้น เพราะความเกิดขึ้นแห่ง
สัญญา ดังนี้เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น สัญญาก็มีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย น่ะสิ
[๘๕๐] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย หรือ?
ป. มีในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว

354
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 355 (เล่ม 37)

ส. เป็นสัญญสัตว์ในบางคราว เป็นอสัญญสัตว์ในกาลบางคราว เป็นสัญญ
ภพในกาลบางคราว เป็นสัญญภพในกาลบางคราว เป็นปัญจโวการภพ
ในกาลบางคราว เป็นเอกโวการภพในกาลบางคราว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๕๑] ส. สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลายในกาลบางคราว ไม่มีในกาลบางคราว
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มีอยู่ในกาลไหน ไม่มีในกาลไหน
ป. มีอยู่ในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ ไม่มีในกาลตั้งอยู่
ส. เป็นสัญญสัตว์ในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นอสัญญสัตว์ในกาลตั้งอยู่
เป็นสัญญภพในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นอสัญญภพในกาลตั้งอยู่ เป็น
ปัญจโวการภพในกาลจุติ ในกาลอุปบัติ เป็นเอกโวการภพในกาลตั้งอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อสัญญกถา จบ.
———
เนวสัญญานาสัญญายตนกถา
[๘๕๒] สกวาที ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นอสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร
เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

355
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 356 (เล่ม 37)

[๘๕๓] ส. เป็นสัญญภพ สัญญคติ สัญญสัตตวาส สัญญสงสาร สัญญโยนิ
สัญญัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นสัญญภพ เป็นสัญญคติ ฯลฯ เป็นสัญญัตตภาวปฏิลาภ
ก็ต้องไม่กล่าวว่า ไม่พึงกล่าวว่าสัญญมีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ
[๘๕๔] ส. ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นเอกโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เป็นจตุโวการภพ เป็นจตุโวการคติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นจตุโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญายตนภพ
[๘๕๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นอสัญญภพ
เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร เป็นอสัญญโยนิ
เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นก็เป็น
อสัญญภพ เป็นอสัญญคติ เป็นอสัญญสัตตาวาส เป็นอสัญญสงสาร
เป็นอสัญญโยนิ เป็นอสัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นเอกโว
การภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?

356
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 357 (เล่ม 37)

ส. ถูกแล้ว
ป. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญายตนภพ และนั้นก็เป็นเอก
โวการภพ คติ สัตตาวาส สงสาร โยนิ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๕๖] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นเป็น
สัญญภพ สัญญคติ ฯลฯ สัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นสัญญภพ
สัญญคติ ฯลฯ สัญญัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๕๗] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ และนั้นเป็น
จตุโวการภพ คติ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในอสัญญสัตว์ทั้งหลาย และนั้นเป็นจตุโวการ
ภพ ฯลฯ อัตตภาวปฏิลาภ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๕๘] ส. ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในเนวสัญญานายตนภพ

357
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 358 (เล่ม 37)

[๘๕๙] ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามี
อยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อากาสนัญจายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญามีอยู่
ในอากาสานัญจายตนภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๖๐] ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่า สัญญา
มีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่
พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ในอากิญจัญญยตนภพ หรือ?
ป. ไม่กล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๖๑] ส. อากาสานัญจายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัฌญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญา
มีอยู่ในภพนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

358
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 359 (เล่ม 37)

[๘๖๒] ส. ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่า ไม่มีอยู่ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ
[๘๖๓] ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพเป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามี
อยู่ หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อากาสานัญจายตนภพ ฯลฯ วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญาย
ตนภพ เป็นจตุโวการภพ แต่ไม่พึงกล่าวว่าสัญญามีอยู่ หรือว่าไม่มีอยู่
ในอากิญจัญญายตนภพ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๖๔] ส. อากาสานัญจายตนภพเป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้นหรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณัญจายตนภพ ฯลฯ อากิญจัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ
สัญญามีอยู่ในภพนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เนวสัญญานาสัญญายตนภพ เป็นจตุโวการภพ สัญญามีอยู่ในภพนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

359
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 360 (เล่ม 37)

[๘๖๕] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หาควรกล่าวไม่ว่า มี
สัญญาหรือว่าไม่มีสัญญา หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. เป็นเนวสัญญานาสัญายตนภพ มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่าเป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าว
ว่า ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หาควรกล่าวไม่ว่ามีสัญญาหรือ? ว่า
ไม่มีสัญญา
[๘๖๖] ส. เพราะทำอธิบายว่า เป็นเนวสัญญานาสัญญายตนภพ จึงหาควรกล่าวไม่ว่า
สัญญามีอยู่หรือว่าไม่มีอยู่ ในเนวสัญญานาสัญญายตนภพ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะทำอธิบายว่า เป็นอทุกขมสุขเวทนา จึงหาควรกล่าวไม่ว่าเวทนา
หรือว่ามิใช่เวทนา ในอทุกขมสุขเวทนา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
เนวสัญญานาสัญญายตนกถา จบ
วรรคที่ ๓ จบ
———-
วรรคที่ ๔
คิหิสส อรหาติกถา
[๘๖๗] สกวาที คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ยังมีอยู่ หรือ?

360
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 361 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ไม่มี หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คิหิสัญโญชน์ของพระอรหันต์ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์
พึงเป็นพระอรหันต์ได้
[๘๖๘] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คิหิสัญโญชน์อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็น
ดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิดขึ้นต่อไป
เป็นธรรมดาแล้ว มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า คิหิสัญโญชน์อันพระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำ
ให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่เกิดได้ในภายหลัง ทำให้มีอันไม่เกิด
ขึ้นต่อไปเป็นธรรมดาแล้ว ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์
ได้
[๘๖๙] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้
ในปัจจุบันเทียวมีอยู่ หรือ?
ป. ไม่มี
ส. หากว่า คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุด
แห่งทุกข์ในปัจจุบันเทียวไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์
ได้ดังนี้

361