พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 362 (เล่ม 37)

[๘๗๐] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปริพาชก ผู้วัจฉโคตร ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระ
โคดมผู้เจริญ คฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญโญชน์ แล้วเป็นผู้
กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ เพราะกายแตกมีอยู่หรือหนอ พระผู้มีพระ
ภาคตรัสตอบว่า ดูกรวัจฉะ ไม่มีคฤหัสถ์ไรๆ ที่ยังมิได้ละคิหิสัญ
โญชน์แล้วเป็นผู้กระทำที่สุดแห่งทุกข์ได้เพราะกายแตก ดังนี้ เป็น
สูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ ดังนี้
[๘๗๑] ส. คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ทรงเสพเมถุนธรรม พึงยังเมถุนธรรมให้เกิดขึ้น พึงนอนที่
นอนอันคับแคบด้วยบุตร พึงใช้ผ้ากาสิกและจุรณจันทน์ พึงทัดทรงดอก
ไม้ของหอมและเครื่องลูบไล้ พึงยินดีเงินทอง พึงรับแพะ แกะ ไก่
สุกร พึงรับช้าง วัว ม้า ลา พึงรับนกกระทา นกคุ่ม และหางนกยูง
พึงทรงเกี้ยว (เครื่องประดับมวยผม) มีขั้วอันเหลือง พึงทรงผ้าขาวมีชาย
ยาว พึงเป็นผู้ครองเรือนตลอดชีวิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๗๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ยสกุลบุตร อุตติยคฤหบดี เสตุมาณพ ได้บรรลุพระอรหัตทั้งเพศคฤหัสถ์
มิใช่หรือ?

362
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 363 (เล่ม 37)

ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า ยสกุลบุตร อุตติยคฤหบดี เสตุมาณพ ได้บรรลุพระอรหัตทั้งเพศ
คฤหัสถ์ ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึงต้องกล่าวว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์
ได้
คิหิสส อรหาติกถา จบ
———-
อุปปัตติกถา
[๘๗๓] สกวาที เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว
ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๗๔] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามีพร้อมกับการผุดก็เกิดได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๗๕] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๗๖] ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้

363
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 364 (เล่ม 37)

[๘๗๗] ส. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
[๘๗๘] ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้ ก็ต้องไม่กล่าวว่า
เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
[๘๗๙] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสารีบุตรเถระ เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. พระโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ ฯลฯ พระมหากัจจายน
เถระ ฯลฯ พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ พระมหาปัณฐกเถระ เป็น
พระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๐] ส. พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระสารีบุตรเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด
ก็ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
[๘๘๑] ส. พระมหาโมคคัลลานเถระ ฯลฯ พระมหากัสสปเถระ มหากัจจายนเถระ
พระมหาโกฏฐิตเถระ ฯลฯ
[๘๘๒] ส. พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า พระมหาปัณฐกเถระ มิได้เป็นพระอรหันต์พร้อมกับผุดเกิด ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้

364
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 365 (เล่ม 37)

[๘๘๓] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทำให้แจ้งซึ่งพระอรหัตได้ด้วยจิตดวงแสวงหาการผุดเกิด อันเป็นโลกิยะ
มีอาสวะ ฯลฯ ประกอบด้วยสังกิเลส หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๔] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ให้ถึงความสิ้น
ไปให้ถึงความตรัสรู้ ให้ถึงนิพพาน ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ
ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๕] ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ ไม่เป็น
ธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรมให้
ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลส
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด ไม่เป็นเหตุนำออกจากสังสารวัฏ
ไม่เป็นธรรมให้ถึงความสิ้นไป ไม่เป็นธรรมให้ถึงความตรัสรู้ ไม่เป็นธรรม
ให้ถึงนิพพาน เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสก็
ต้องไม่กล่าวว่า เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้
[๘๘๖] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

365
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 366 (เล่ม 37)

ส. ละราคะได้ ละโทสะได้ ละโมหะได้ ฯลฯ ละอโนตตัปปะ ได้ด้วย
จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๗] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นมรรค ฯลฯ เป็นสติปัฏฐาน เป็น
สัมมัปปธาน เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ ฯลฯ เป็นโพชฌงค์
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๘] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กำหนดรู้ทุกข์ ละสมุทัย ทำให้แจ้งนิโรธ ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยจิตดวง
แสวงหาการผุดเกิด หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๘๙] ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จุติจิตเป็นมัคคจิต จิตดวงแสวงหาการผุดเกิด เป็นผลจิต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อุปปัตติกถา จบ
———–
อนาสวกถา
[๘๙๐] สกวาที ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ปรวาที ถูกแล้ว

366
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 367 (เล่ม 37)

ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
เป็นสกทาคามิมรรค เป็นสกทาคามิผล เป็นอนาคามิมรรค เป็นอนาคามิผล
เป็นอรหัตมรรค เป็นอรหัตผล เป็นสติปัฏฐาน เป็นสัมมัปปธาน
เป็นอิทธิบาท เป็นอินทรีย์ เป็นพละ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๑] ส. ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. จักษุของพระอรหันต์ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะของพระอรหันต์ ฯลฯ ฆานะของพระอรหันต์ ฯลฯ ชิวหาของ
พระอรหันต์ ฯลฯ กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๒] ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล
ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๓] ส. กายของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

367
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 368 (เล่ม 37)

ส. กายของพระอรหันต์ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยังเข้าถึงการตัด
และการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังเข้าถึงการยกย่องและการข่มขี่ ยัง
เข้าถึงการตัดและการทำลาย ยังทั่วไปแก่ฝูงกา ฝูงแร้ง ฝูงเหยี่ยว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๔] ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายของพระอรหันต์หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไปในธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของ
อาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๕] ส. กายของพระอรหันต์ ยังจะจองจำ ด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ ด้วยเครื่องจอง
จำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำคือบ้าน ด้วย
เครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่องจองจำคือ
ชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธรรมอันไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ยังจะจองจำด้วยเครื่องจองจำคือขื่อ
ด้วยเครื่องจองจำคือเชือก ด้วยเครื่องจองจำคือตรวน ด้วยเครื่องจองจำ
คือบ้าน ด้วยเครื่องจองจำคือนิคม ด้วยเครื่องจองจำคือเมือง ด้วยเครื่อง
จองจำคือชนบท ด้วยเครื่องจองจำ ๕ ประการ ได้หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๖] ส. ผิว่า พระอรหันต์ให้จีวรแก่ปุถุชน จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว
เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

368
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 369 (เล่ม 37)

ส. จีวรนั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็
นั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๗] ส. ผิว่า พระอรหันต์ ให้บิณฑบาต ให้เสนาสนะ ให้คิลานปัจจัยเภสัชชบริ
ขาร แก่ปุถุชน คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. คิลานปัจจัยเภสัชชบริขารนั้น ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้วเป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของเป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

369
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 370 (เล่ม 37)

ส. ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มรรคไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วเป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ผล สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะแล้ว เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๘] ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายจีวรแก่พระอรหันต์ จีวรนั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะ
แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๘๙๙] ส. จีวรนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็
อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว ไม่เป็น
อารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

370
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 371 (เล่ม 37)

[๙๐๐] ส. ผิว่า ปุถุชน ถวายบิณฑบาต ถวายเสนาสนะ ถวายคิลานปัจจยเภสัชช
บริขารแก่พระอรหันต์ คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของ
อาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๑] ส. คิลานปัจจยเภสัชชบริขารนั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์
ของอาสวะ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ของที่เป็นอารมณ์ของอาสวะอันนั้น ของที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะก็อัน
นั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะเป็นอารมณ์ของอาสวะ แล้วไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะ ฯลฯ โมหะ ฯลฯ อโนตตัปปะ เป็นอารมณ์ของอาสวะแล้ว
ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๙๐๒] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ธรรมทั้งปวงของพระอรหันต์ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์เป็นผู้ไม่มีอาสวะ มิใช่หรือ?

371