พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 172 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะ … ฆานะ … ชิวหา … กาย … มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์,
มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบันมีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์
ปัจจุบันได้ ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่
บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีตได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๑] ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบันมีอยู่
บุคคลเห็นรูปปัจจุบันได้ ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขุอนาคตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอนาคตมีอยู่
บุคคลเห็นรูปอนาคตได้ ด้วยจักขุอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะ … ฆานะ … ชิวหา … กาย … มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์,
มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบันมีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์
ปัจจุบันได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคต
มีอยู่ บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อนาคตได้ด้วยมโนอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๒] ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่
แต่บุคคลเห็นรูปอดีตด้วยจักขุอดีตไม่ได้ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

172
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 173 (เล่ม 37)

ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบันมี
อยู่ แต่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันไม่ได้ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะ … ฆานะ … ชิวหา … กาย … มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโน
วิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีต
ไม่ได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการปัจจุบัน
มีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันไม่ได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
[๓๕๓] ส. จักขุอนาคตมีอยู่, รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง มนสิการอนาคตมี
อยู่ แต่บุคคลเห็นรูปอนาคตไม่ได้ด้วยจักขุอนาคต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง มนสิการปัจจุบันมีอยู่
แต่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันไม่ได้ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะ … ฆานะ … ชิวหา … กาย … มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์,
มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์
อนาคตไม่ได้ด้วยมโนอนาคต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มโนปัจจุบันมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ มนสิการปัจจุบัน
มีอยู่ แต่บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์ปัจจุบันไม่ได้ด้วยมโนปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๔] ส. ญาณอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

173
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 174 (เล่ม 37)

ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้ ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้ ยังมรรคให้
เกิดได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๕] ส. ญาณอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้, ยังมรรคให้
เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๖] ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณปัจจุบัน
นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณอดีตมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่, บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้
แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว

174
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 175 (เล่ม 37)

ส. ญาณอดีตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้แจ้งได้
ยังมรรคให้เกิดได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ได้ด้วยญาณที่เป็นอนาคต
นั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้
แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ได้, ละสมุทัยได้, ทำนิโรธให้
แจ้งได้, ยังมรรคให้เกิดได้ ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๗] ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณ ไม่ได้ด้วยญาณอดีตนั้น
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบัน
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณอดีตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้, ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ
ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณอดีตนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว

175
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 176 (เล่ม 37)

ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ และสมุทัยไม่ได้, ทำ
นิโรธให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๘] ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณอนาคต
นั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลทำกิจที่พึงทำด้วยญาณไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบัน
นั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ญาณอนาคตมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ
ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณอนาคตนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณปัจจุบันมีอยู่ แต่บุคคลกำหนดรู้ทุกข์ไม่ได้ ละสมุทัยไม่ได้, ทำนิโรธ
ให้แจ้งไม่ได้, ยังมรรคให้เกิดไม่ได้ด้วยญาณปัจจุบันนั้นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๙] ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโทสะด้วยโทสะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โมหะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ หรือ?

176
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 177 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มานะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีมานะด้วยมานะอดีตนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ทิฏฐิอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีวิจิกิจฉาด้วยวิจิกิจฉานั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ถีนะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีถีนะด้วยถีนะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อุทธัจจะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอุทธัจจะด้วยอุทธัจจะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

177
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 178 (เล่ม 37)

ส. อหิริกะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอหิริกะด้วยอหิริกะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์ มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๐] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามี มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียด
อดีต ของพระอนาคามี มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอนาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๑] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามี มีอยู่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, กามราคะอย่างหยาบ, พยาบาทอย่างหยาบ
ที่เป็นอดีตของพระสกทาคามี มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

178
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 179 (เล่ม 37)

ส. พระสกทาคามีชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๒] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉา, สีลัพพตปรามาส, ราคะอันเป็นอปายคามี, โทสะอันเป็น
อปายคามี, โมหะอันเป็นอปายคามี, ที่เป็นอดีตของพระโสดาบัน
มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระโสดาบันชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๓] ส. ราคะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์ชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ อโนตตัปปะอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชน
ชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ พระอรหันต์ชื่อว่ามีอโนตตัปปะ
ด้วยอโนตตัปปะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

179
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 180 (เล่ม 37)

[๓๖๔] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ พระอนาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย
ทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของ
ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ พระอนาคามีชื่อว่า
มีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น
[๓๖๕] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ พระสกทาคามีชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย
ทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของ
ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ พระสกทาคามี
ชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วยพยาบาทนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๖] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว

180
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 181 (เล่ม 37)

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ พระโสดาบันชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย
ทิฏฐินั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของปุถุชนมีอยู่ ฯลฯ โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของ
ปุถุชนมีอยู่ ปุถุชนชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ พระโสดาบันชื่อ
ว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๗] ส. ราคะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ แต่พระอรหันต์หาชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้น
ไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ราคะอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีราคะด้วยราคะนั้นไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โทสะอดีตของพระอรหันต์มีอยู่ ฯลฯ อโนตตัปปะอดีตของพระอรหันต์มี
อยู่ แต่พระอรหันต์หาชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วยอโนตตัปปะนั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อโนตตัปปะอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีอโนตตัปปะด้วย
อโนตตัปปะนั้นไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๘] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ แต่พระอนาคามีหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วย
ทิฏฐินั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่
หรือ?

181