พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 162 (เล่ม 37)

ส. บัญญัติว่าขาวหรือว่าผ้าก็ดี ว่าผ้าหรือว่าขาวก็ดี รวมเพ่งถึงผ้าขาว บัญญัติ
ทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน
เหมือนกัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผ้าขาว เมื่อถูกย้อม ย่อมละความเป็นผ้าขาว หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ย่อมละความเป็นผ้า หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. บัญญัติว่าขาวหรือว่าผ้าก็ดี ว่าผ้าหรือว่าขาวก็ดี รวมเพ่งถึงผ้าขาว บัญญัติ
ทั้งสองนี้ ก็อย่างเดียวกัน มีอรรถอันเดียวกัน เสมอกัน เท่ากัน
เหมือนกัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผ้าขาวเมื่อถูกย้อม ย่อมไม่ละความเป็นผ้า หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ย่อมไม่ละความเป็นผ้าขาว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๒๒] ส. รูปย่อมไม่ละความเป็นรูป หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เพราะรูปย่อมละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คง
ทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า รูปไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า รูปย่อมไม่ละความเป็นรูป

162
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 163 (เล่ม 37)

[๓๒๓] ส. เพราะนิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึงชื่อว่า เที่ยง
ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันไปเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะรูปย่อมไม่ละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่า เที่ยง ยั่งยืน คงทน
มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๒๔] ส. เพราะรูปย่อมไม่ละความเป็นรูป ฉะนั้น รูปจึงชื่อว่าไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน
ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะนิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึงชื่อว่า
ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๒๕] ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๒๖] ส. อนาคตมีอยู่ อนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

163
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 164 (เล่ม 37)

[๓๒๗] ส. ปัจจุบันมีอยู่ ปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๒๘] ส. อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อดีตเที่ยง ยั่งยืน คงทน มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อดีตไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่คงทน มีอันแปรผันเป็นธรรมดา
ก็ต้องไม่กล่าวว่า อดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต
[๓๒๙] ส. เพราะนิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน ฉะนั้น นิพพาน
จึงชื่อว่า เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะอดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต ฉะนั้น อดีตจึงชื่อว่า
เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๐] ส. เพราะอดีตมีอยู่ อดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต ฉะนั้น อดีตจึงชื่อว่า
ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เพราะนิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความนิพพาน ฉะนั้น นิพพานจึง
ชื่อว่า ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดาหรือ?

164
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 165 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๑] ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๒] ส. รูปอนาคตมีอยู่ รูปอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๓] ส. รูปปัจจุบันมีอยู่ รูปปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๔] ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปอดีต เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา มิใช่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว

165
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 166 (เล่ม 37)

ส. หากว่า รูปอดีต ไม่เที่ยง ฯลฯ มีอันแปรผันเป็นธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าว
ว่า รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต
[๓๓๕] ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานเที่ยง ยั่งยืน
มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต รูปอดีต เที่ยง ยั่งยืน
มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๖] ส. รูปอดีตมีอยู่ รูปอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต รูปอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน
ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพาน ไม่เที่ยง ไม่
ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๓๗] ส. เวทนาอดีตมีอยู่ ฯลฯ สัญญาอดีต ฯลฯ สังขาร อดีตมีอยู่ ฯลฯ
[๓๓๘] ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

166
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 167 (เล่ม 37)

[๓๓๙] ส. วิญญาณอนาคตมีอยู่ วิญญาณอนาคตย่อมไม่ละความเป็นอนาคต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๐] ส. วิญญาณปัจจุบันมีอยู่ วิญญาณปัจจุบันย่อมไม่ละความเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๑] ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณอดีต เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิญญาณอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา
มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า วิญญาณอดีต ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่แน่นอน มีอันแปรผันเป็น
ธรรมดา ก็ต้องไม่กล่าวว่า วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละ
ความเป็นอดีต
[๓๔๒] นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานเที่ยง ยั่งยืน
มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต วิญญาณอดีต
เที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีอันไม่แปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

167
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 168 (เล่ม 37)

[๓๔๓] ส. วิญญาณอดีตมีอยู่ วิญญาณอดีตย่อมไม่ละความเป็นอดีต วิญญาณอดีตไม่
เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นิพพานมีอยู่ นิพพานย่อมไม่ละความเป็นนิพพาน นิพพานไม่เที่ยง
ไม่ยั่งยืน ไม่มั่นคง มีอันแปรผันเป็นธรรมดา หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๔] ส. อดีตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อดีตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ คำว่าอดีตมีอยู่ก็ผิด ก็หรือหากว่าสภาวะ
อันมิใช่อดีตมีอยู่ คำว่าอดีตมีอยู่ก็ผิด
ส. อนาคตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่า อนาคตมิใช่สภาวะที่มีอยู่ คำว่าอนาคตมีอยู่ก็ผิด ก็หรือหากว่า
สภาวะอันมิใช่อนาคตมีอยู่ คำว่าอนาคตมีอยู่ก็ผิด
[๓๔๕] ส. เป็นอนาคตแล้วจึงเป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้ว เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้ว เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่
หรือ?

168
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 169 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่ไม่เป็น (อนาคต) แล้ว ไม่เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าไม่เป็นแล้ว
ไม่เป็นอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๖] ส. เป็นปัจจุบันแล้วจึงเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เป็น (ปัจจุบัน แล้ว เป็น (อดีต) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่เป็น (ปัจจุบัน) แล้ว เป็น (อดีต) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่ไม่เป็น (ปัจจุบัน) แล้ว ไม่เป็น (อดีต) ชื่อว่าไม่เป็นแล้ว
ไม่เป็น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๗] ส. เป็นอนาคตแล้วจึงเป็นปัจจุบัน เป็นปัจจุบันแล้วจึงเป็นอดีต หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อนาคตก็อันนั้นแหละ ปัจจุบันก็อันนั้นแหละ อดีตก็อันนั้นแหละ หรือ?

169
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 170 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้วเป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สิ่งที่เป็น (อนาคต) แล้วเป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าเป็นแล้วจึงเป็นอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่ไม่เป็น (อนาคต) แล้วไม่เป็น (ปัจจุบัน) ชื่อว่าไม่เป็นแล้วไม่
เป็น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๘] ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ. แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลเห็นรูปอดีตได้ ด้วยจักขุอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตอดีตมีอยู่ เสียง, โสตวิญญาณ, อากาศ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลฟังเสียงอดีตได้ ด้วยโสตอดีตหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ฆานอดีตมีอยู่ กลิ่น, ฆานวิญญาณ, ลม, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลสูดกลิ่นอดีตได้ ด้วยฆานอดีตหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ชิวหาอดีตมีอยู่ รส, ชิวหาวิญญาณ, น้ำ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลลิ้มรสอดีต หรือ?

170
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 171 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กายอดีตมีอยู่ โผฏฐัพพะ, กายวิญญาณ, ดิน, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลถูกต้องโผฏฐัพพอดีตได้ ด้วยกายอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. มโนอดีตมีอยู่ ธรรมารมณ์, มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อดีตได้ ด้วยมโนอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๔๙] ส. จักขุอนาคตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอนาคตมีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลเห็นรูปอนาคตได้ ด้วยจักขุอนาคต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. โสตะ … ฆานะ … ชิวหา … กาย … มโนอนาคตมีอยู่ ธรรมารมณ์,
มโนวิญญาณ, วัตถุ, มนสิการอนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลรู้แจ้งธรรมารมณ์อนาคตได้ ด้วยมโนอนาคตหรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๕๐] ส. จักขุปัจจุบันมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการปัจจุบัน
มีอยู่บุคคลเห็นรูปปัจจุบันได้ ด้วยจักขุปัจจุบัน หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขุอดีตมีอยู่ รูป, จักขุวิญญาณ, แสงสว่าง, มนสิการอดีตมีอยู่
บุคคลเห็นรูปอดีตได้ ด้วยจักขุอดีต หรือ?

171