พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 182 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระอนาคามีมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็น
อดีตของพระอนาคามีมีอยู่ แต่พระอนาคามีหาชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วย
พยาบาทนั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พยาบาทอย่างละเอียดที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีจิต
พยาบาทนั้นไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๖๙] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ แต่พระสกทาคามีหาชื่อว่ามีทิฏฐิ
ด้วยทิฏฐินั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้น
ไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ ฯลฯ พยาบาทอย่างหยาบที่เป็น
อดีตของพระสกทาคามีมีอยู่ แต่พระสกทาคามีหาชื่อว่ามีจิตพยาบาทด้วย
พยาบาทนั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พยาบาทอย่างหยาบที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีจิต
พยาบาทด้วยพยาบาทนั้นไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๐] ส. สักกายทิฏฐิอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ แต่พระโสดาบันหาชื่อว่ามีทิฏฐิ
ด้วยทิฏฐินั้นไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

182
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 183 (เล่ม 37)

ส. สักกายทิฏฐิอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามีทิฏฐิด้วยทิฏฐินั้นไม่
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. วิจิกิจฉาอดีตของพระโสดาบันมีอยู่ ฯลฯ โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็น
อดีตของพระโสดาบันมีอยู่ แต่พระโสดาบันหาชื่อว่ามีโมหะด้วยโมหะนั้น
ไม่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โมหะอันเป็นอปายคามีที่เป็นอดีตของปุถุชนมีอยู่ แต่ปุถุชนหาชื่อว่ามี
โมหะด้วยโมหะนั้นไม่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๑] ส. มืออดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อมืออดีตมีอยู่ การจับ การวาง ยังปรากฏอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เท้าอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อเท้าอดีตมีอยู่ การก้าวไป การถอยกลับ ยังปรากฏอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ข้อพับอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เมื่อข้อพับอดีตมีอยู่ การคู้ การเหยียด ยังปรากฏอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ท้องอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

183
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 184 (เล่ม 37)

ส. เมื่อท้องอดีตมีอยู่ ความหิว ความกระหาย ยังปรากฏอยู่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กายอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กายอดีต ยังเข้าถึงการยกย่องและการปราบปราม ยังเข้าถึงการตัดและการ
ทำลาย ยังเป็นของสาธารณะแก่กา แก่แร้ง แก่เหยี่ยว หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ยาพิษพึงเข้าไป ศาตราพึงเข้าไป ไฟพึงเข้าไป ในกายอดีต หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กายอดีต ยังจะจองจำได้ด้วยเครื่องจำคือขื่อคา ด้วยเครื่องจำคือเชือก
ด้วยเครื่องจำคือตรวน ด้วยเครื่องจำคือบ้าน ด้วยเครื่องจำคือนิคม ด้วย
เครื่องจำคือนคร ด้วยเครื่องจำคือชนบท ด้วยเครื่องจำห้าประการ
หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๒] ส. น้ำอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้น้ำได้ด้วยน้ำนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ไฟอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้ไฟได้ด้วยไฟนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ลมอดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

184
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 185 (เล่ม 37)

ส. บุคคลทำกิจที่ต้องใช้ลมได้ด้วยลมนั้น หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๓] ส. รูปขันธ์อดีตมีอยู่ รูปขันธ์อนาคตมีอยู่ รูปขันธ์ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. รูปขันธ์เป็นสาม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ขันธ์ห้าที่เป็นอดีตมีอยู่ ขันธ์ห้าที่เป็นอนาคตมีอยู่ ขันธ์ห้าที่เป็นปัจจุบัน
มีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ขันธ์เป็นสิบห้า หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๔] ส. จักขายตนะอดีตมีอยู่ จักขายตนะอนาคตมีอยู่ จักขายตนะปัจจุบันมีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขายตนะเป็นสาม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อายตนะสิบสองที่เป็นอดีตมีอยู่ อายตนะสิบสองที่เป็นอนาคตมีอยู่
อายตนะสิบสองที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อายตนะเป็นสามสิบหก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๕] ส. จักขุธาตุอดีตมีอยู่ จักขุธาตุอนาคตมีอยู่ จักขุธาตุปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขุธาตุเป็นสาม หรือ?

185
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 186 (เล่ม 37)

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ธาตุสิบแปดที่เป็นอดีตมีอยู่ ธาตุสิบแปดที่เป็นอนาคตมีอยู่ ธาตุสิบแปด
ที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ธาตุเป็นห้าสิบสี่ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๖] ส. จักขุนทรีย์อดีตมีอยู่ จักขุนทรีย์อนาคตมีอยู่ จักขุนทรีย์ปัจจุบันมีอยู่
หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จักขุนทรีย์เป็นสาม หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นอดีตมีอยู่ อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นอนาคตมีอยู่
อินทรีย์ยี่สิบสองที่เป็นปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อินทรีย์เป็นหกสิบหก หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๗] ส. พระเจ้าจักรพรรดิอดีตมีอยู่ พระเจ้าจักรพรรดิอนาคตมีอยู่ พระเจ้า
จักรพรรดิปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระเจ้าจักรพรรดิทั้งสามพระองค์ทรงพบกันได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๘] ส. สัมมาสัมพุทธเจ้าอดีตมีอยู่ สัมมาสัมพุทธเจ้าอนาคตมีอยู่ สัมมาสัมพุทธ
เจ้าปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

186
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 187 (เล่ม 37)

ส. สัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งสามองค์ทรงพบกันได้ หรือ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๓๗๙] ส. อดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีต หรือ?
ป. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี
ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าอดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี
ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็นอดีต, ที่ท่านกล่าว
ในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นอดีตก็มี ไม่เป็น
อดีตก็มี ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็นอดีต
ดังนี้ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า อดีตไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตเป็นอดีต
ก็ต้องไม่กล่าวว่า อดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีตก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี
ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่าอดีตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอดีต
ก็มี ไม่เป็นอดีตก็มี ด้วยเหตุนั้น อดีตก็ไม่เป็นอดีต สิ่งที่ไม่ใช่อดีตก็เป็น
อดีต ดังนี้ผิด
[๓๘๐] ส. อนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นอนาคต หรือ?
ป. สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี
ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าอนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่
เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคต
ก็เป็นอนาคต, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อนาคตมีอยู่
สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่
เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตก็เป็นอนาคต ดังนี้ผิด, แต่ถ้าไม่พึง
กล่าวว่า อนาคตไม่เป็นอนาคต สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตเป็นอนาคต ก็ต้อง

187
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 188 (เล่ม 37)

ไม่กล่าวว่า อนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี,
ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า อนาคตมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่
เป็นอนาคตก็มี ไม่เป็นอนาคตก็มี ด้วยเหตุนั้น อนาคตก็ไม่เป็นอนาคต
สิ่งที่ไม่ใช่อนาคตก็เป็นอนาคต ดังนี้ผิด
[๓๘๑] ส. ปัจจุบันมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบัน หรือ?
ป. สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี
ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่าปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นปัจจุบันก็มี ไม่
เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบันก็ไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่
ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบัน ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ปัจจุบัน
มีอยู่ สิ่งที่มีอยู่เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบัน
ก็ไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบัน ก็เป็นปัจจุบัน ดังนี้ ผิด, แต่ถ้าไม่
พึงกล่าวว่า ปัจจุบันไม่เป็นปัจจุบัน สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันเป็นปัจจุบัน ก็ต้อง
ไม่กล่าวว่า ปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี
ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า ปัจจุบันมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็น
ปัจจุบันก็มี ไม่เป็นปัจจุบันก็มี ด้วยเหตุนั้น ปัจจุบันก็ไม่เป็นปัจจุบัน
สิ่งที่ไม่ใช่ปัจจุบันก็เป็นปัจจุบัน ดังนี้ผิด
[๓๘๒] ส. นิพพานมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สิ่งที่มีอยู่เป็นนิพพาน หรือ?
ป. สิ่งที่มีอยู่เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี
ส. ท่านจงรับรู้นิคหะ, หากว่านิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่
เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุนั้น นิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่
นิพพานก็เป็นนิพพาน, ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า

188
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 189 (เล่ม 37)

นิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุ
นั้น นิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพาน ก็เป็นนิพพาน ดังนี้
ผิด, แต่ถ้าไม่พึงกล่าวว่า นิพพานไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพาน
เป็นนิพพาน ก็ต้องไม่กล่าวว่า นิพพานมีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี
ไม่เป็นนิพพานก็มี. ที่ท่านกล่าวในปัญหานั้นว่า พึงกล่าวได้ว่า นิพพาน
มีอยู่ สิ่งที่มีอยู่ เป็นนิพพานก็มี ไม่เป็นนิพพานก็มี ด้วยเหตุนั้น
นิพพานก็ไม่เป็นนิพพาน สิ่งที่ไม่ใช่นิพพานก็เป็นนิพพาน ดังนี้ผิด
[๓๘๓] ป. ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่ หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง
ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดี
ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี ที่อยู่ในที่ไกล ในที่ใกล้ก็ดี นี้
เรียกว่า รูปขันธ์ เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ฯลฯ สัญญาอย่างใดอย่าง
หนึ่ง ฯลฯ สังขารเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ฯลฯ วิญญาณอย่างใดอย่าง
หนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน ภายในก็ดี ภายนอกก็ดี
หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี ที่อยู่ในที่ไกล ในที่ใกล้
ก็ดี นี้เรียกว่า วิญญาณขันธ์ ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น อดีตก็มีอยู่ อนาคตก็มีอยู่ น่ะสิ
[๓๘๔] ส. อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคได้ตรัสไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษา
ครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่งบัญญัติ สามประการนี้ อันสมณ
พราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้าง ไม่รังเกียจอยู่
จักไม่รังเกียจ มิได้คัดค้าน สามประการเป็นไฉน?

189
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 190 (เล่ม 37)

(๑) รูปใด ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว รูปนั้น
เขากล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาเรียกว่า ได้มีแล้ว เขาบัญญัติว่า ได้มีแล้ว แต่รูปนั้น เขา
ไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่า
ใด ฯลฯ วิญญาณใด ล่วงไปแล้ว ดับไปแล้ว ปราศไปแล้ว แปรไปแล้ว วิญญาณนั้น
เขากล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาเรียกว่า ได้มีแล้ว เขาบัญญัติว่า ได้มีแล้ว แต่วิญญาณนั้น
เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี
(๒) รูปใด ยังไม่เกิด ยังไม่ปรากฏ รูปนั้น เขากล่าวกันว่า จักมี เขา
เรียกว่า จักมี เขาบัญญัติว่า จักมี แต่รูปนั้น เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า
ได้มีแล้ว เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด ยังไม่
เกิด ยังไม่ปรากฏ วิญญาณนั้น เขากล่าวกันว่า จักมี เขาเรียกว่า จักมี เขาบัญญัติว่า
จักมี แต่เขาไม่กล่าวกันว่า มีอยู่ เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว
(๓) รูปใด เกิดแล้ว ปรากฏแล้ว รูปนั้น เขากล่าวกันว่า มีอยู่ เขาเรียก
ว่า มีอยู่ เขาบัญญัติว่า มีอยู่ แต่เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี
เวทนาใด ฯลฯ สัญญาใด ฯลฯ สังขารเหล่าใด ฯลฯ วิญญาณใด เกิดแล้ว ปรากฏ
แล้ว วิญญาณนั้น เขากล่าวกันว่า มีอยู่ เขาเรียกว่า มีอยู่ เขาบัญญัติว่า มีอยู่ แต่
วิญญาณนั้น เขาไม่กล่าวกันว่า ได้มีแล้ว เขาไม่กล่าวกันว่า จักมี
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ครรลองแห่งภาษา ครรลองแห่งชื่อ ครรลองแห่ง
บัญญัติ สามประการเหล่านี้แล อันสมณพราหมณ์ผู้รู้ทั้งหลาย ไม่ลบล้าง ไม่เคยลบล้าง
ไม่รังเกียจอยู่ จักไม่รังเกียจ มิได้คัดค้าน แม้ชนที่เป็นชาวอุกกละ ชาววัสสภัญญะ ที่
เป็นอเหตุกวาท อกิริยวาท นัตถิกวาท ก็ได้สำคัญครรลองแห่งภาษา ครรลองแห่งชื่อ
ครรลองแห่งบัญญัติ สามประการนี้ว่า อันตนไม่พึงติเตียน อันตนไม่พึงคัดค้าน ข้อนั้น
เพราะเหตุไร เพราะกลัวการติเตียน การเพิดเพ้ยและการโต้แย้ง ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง
มิใช่หรือ?

190
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๔ กถาวัตถปกรณ์ - หน้าที่ 191 (เล่ม 37)

ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่ อนาคตมีอยู่น่ะสิ
[๓๘๕] ส. อดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ท่านพระผัคคุณะได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า
บุคคลเมื่อยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มี
ธรรมเครื่องเนินช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว
ล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยจักษุใด
จักษุนั้นมีอยู่หรือหนอ ฯลฯ ชิวหานั้นมีอยู่หรือหนอ ฯลฯ บุคคล
เมื่อยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรม
เครื่องเนิ่นช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว
ล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยมโนใด
มโนนั้นมีอยู่หรือหนอ ดูกรผัคคุณะ บุคคลเมื่อยังพระพุทธเจ้า
ทั้งหลายที่ล่วงไปแล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนิ่นช้าอันตัด
แล้ว มีทางอันตัดแล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว ล่วงทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว
ให้ปรากฏ พึงให้ปรากฏได้ด้วยจักษุใด จักษุนั้นไม่มีอยู่เลย ฯลฯ
ชิวหานั้นไม่มีอยู่เลย ฯลฯ บุคคลยังพระพุทธเจ้าทั้งหลายที่ล่วงไป
แล้ว ปรินิพพานแล้ว มีธรรมเครื่องเนิ่นช้าอันตัดแล้ว มีทางอันตัด
แล้ว มีวัฏฏะอันจำกัดแล้ว ล่วงพ้นทุกข์ทั้งปวงได้แล้ว ให้ปรากฏ
พึงให้ปรากฏได้ด้วยมโนใด มโนนั้นไม่มีอยู่เลย ดังนี้ เป็นสูตร
มีอยู่จริง มิใช่หรือ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ก็ไม่พึงกล่าวว่า อดีตมีอยู่น่ะสิ
[๓๘๖] ส. อดีตมีอยู่ หรือ?
ป. ถูกแล้ว

191