พุทธธรรมสงฆ์
บันทึกแบบเก่าจะเลิกใช้งานใน 15/08/2026 สํารองข้อมูลไว้ด้วยครับ
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 422 (เล่ม 35)

สัตตกมาติกา
[๘๕๕] อนุสัย ๗ ปริยุฏฐาน ๗ สัญโญชน์ ๗ อสัทธรรม ๗ ทุจริต ๗มานะ ๗
ทิฏฐิ ๗
อัฏฐกมาติกา
[๘๕๖] กิเลสวัตถุ ๘ กุสีตวัตถุ ๘ จิตตปฏิฆาตในโลกธรรม ๘ อนริยโวหาร ๘
มิจฉัตตะ ๘ ปุริสโทษ ๘ อสัญญีวาทะ ๘ เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ ๘
นวกมาติกา
[๘๕๗] อาฆาตวัตถุ ๙ ปุริสมละ ๙ มานะ ๙ ตัณหามูลกธรรม ๙ อิญชิตะ๙
มัญญิตะ ๙ผันทิตะ ๙ ปปัญจิตะ ๙ สังขตะ ๙
ทสกมาติกา
[๘๕๘] กิเลสวัตถุ ๑๐ อาฆาตวัตถุ ๑๐ อกุศลกรรมบถ ๑๐ สัญโญชน์๑๐
มิจฉัตตะ ๑๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคาหิกทิฏฐีมีวัตถุ ๑๐
[๘๕๙] ตัณหาวิจริตอาศัยอายตนะภายใน ๑๘ ตัณหาวิจริต อาศัยอายตนะภายนอก ๑๘
ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๓๖
ตัณหาวิจริตเป็นอดีต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นอนาคต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นปัจจุบัน ๓๖
ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘
ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร
มาติกา จบ
เอกกนิเทศ
[๘๖๐] ในเอกกมาติกาเหล่านั้น ความมัวเมาในชาติ เป็นไฉน
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัวสภาพที่ถือตัว
การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง
เพราะอาศัยชาติ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในชาติ

422
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 423 (เล่ม 35)

[๘๖๑] ความมัวเมาในโคตร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโคตรนี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในโคตร
ความมัวเมาในความไม่มีโรค เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มีโรค นี้เรียกว่า
ความมัวเมาในความไม่มีโรค
ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นหนุ่มสาว นี้เรียกว่า
ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว
ความมัวเมาในชีวิต เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยชีวิต นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในชีวิต
ความมัวเมาในลาภ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยลาภ นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในลาภ
ความมัวเมาในสักการะ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยสักการะนี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในสักการะ
ความมัวเมาในการทำความเคารพ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการทำความเคารพ นี้เรียก
ว่า ความมัวเมาในการทำความเคารพ
ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นหัวหน้า นี้เรียก
ว่า ความมัวเมาในความเป็นหัวหน้า
ความมัวเมาในบริวาร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยบริวาร นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในบริวาร

423
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 424 (เล่ม 35)

ความมัวเมาในโภคสมบัติ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยโภคสมบัตินี้เรียกว่า
ความมัวเมาในโภคสมบัติ
ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยวรรณะแห่งสรีระและ
คุณความดี นี้เรียกว่า ความมัวเมาในวรรณะแห่งสรีระและคุณความดี
ความมัวเมาในการศึกษา เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยการศึกษานี้เรียกว่า
ความมัวเมาในการศึกษา
ความมัวเมาในปฏิภาณ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยปฏิภาณ นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในปฏิภาณ
ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้รัตตัญญู นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในความเป็นผู้รัตตัญญู
ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความเป็นผู้ถือบิณฑบาต
เป็นวัตร นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความถือบิณฑบาตเป็นวัตร
ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความไม่มีใครดูหมิ่น นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในความไม่มีใครดูหมิ่น
ความมัวเมาในอิริยาบถ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิริยาบถ นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในอิริยาบถ
ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยอิทธิฤทธิ์นี้เรียกว่า
ความมัวเมาในอิทธิฤทธิ์

424
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 425 (เล่ม 35)

ความมัวเมาในยศ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยยศ นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในยศ
ความมัวเมาในศีล เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศีล นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในศีล
ความมัวเมาในฌาน เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยฌาน นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในฌาน
ความมัวเมาในศิลปะ เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยศิลปะ นี้เรียกว่า ความ
มัวเมาในศิลปะ
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงสูง นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสูง
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงสันทัด
นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงสันทัด
ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม เป็นไฉน
ความมัวเมา ฯลฯ ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะอาศัยความมีทรวดทรงงาม นี้
เรียกว่า ความมัวเมาในความมีทรวดทรงงาม
ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์ เป็นไฉน
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัวสภาพที่ถือตัว
การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง เพราะ
อาศัยความมีร่างกายบริบูรณ์ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในความมีร่างกายบริบูรณ์

425
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 426 (เล่ม 35)

[๘๖๒] ความมัวเมา เป็นไฉน
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัวสภาพที่ถือตัว
การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด
นี้เรียกว่า ความมัวเมา
[๘๖๓] ความประมาท เป็นไฉน
ความปล่อยจิตไป ความเพิ่มพูนการปล่อยจิตไป ในกายทุจริต วจีทุจริตมโนทุจริต
หรือในกามคุณ ๕ หรือความกระทำโดยไม่เคารพ ความกระทำโดยไม่ติดต่อ ความกระทำไม่มั่นคง
ความประพฤติย่อหย่อน ความทอดทิ้งฉันทะ ความทอดทิ้งธุระ ความไม่เสพให้มาก ความไม่ทำ
ให้เจริญ ความไม่ทำให้มาก ความไม่ตั้งใจจริง ความไม่ประกอบเนืองๆ ความประมาท ใน
การเจริญกุศลธรรมทั้งหลายความประมาท กิริยาที่ประมาท สภาพที่ประมาท อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้นี้เรียกว่า ความประมาท
[๘๖๔] ความหัวดื้อ เป็นไฉน
ความหัวดื้อ กิริยาที่หัวดื้อ สภาพที่หัวดื้อ ความแข็งกระด้าง ความหยาบคาย ความ
ถือรั้น ความไม่อ่อนโยน อันใด นี้เรียกว่า ความหัวดื้อ
[๘๖๕] ความแข่งดี เป็นไฉน
ความแข่งดี ความแข่งขึ้นหน้า กิริยาที่แข่งดี กิริยาที่แข่งขึ้นหน้า สภาพที่แข่งขึ้นหน้า
อันใด นี้เรียกว่า ความแข่งดี
[๘๖๖] ความอยากได้เกินประมาณ เป็นไฉน
ความอยากได้มากของภิกษุผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะคิลานปัจจย
เภสัช และบริขาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนาความมักมาก ความกำหนัด
ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความ
อยากได้เกินประมาณ
[๘๖๗] ความมักมาก เป็นไฉน
ความอยากได้มากของภิกษุผู้ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะคิลานปัจจย
เภสัช และบริขาร หรือด้วยกามคุณ ๕ ความปรารถนา การปรารถนาความมักมาก ความกำหนัด
ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิตอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความ
มักมาก

426
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 427 (เล่ม 35)

[๘๖๘] ความปรารถนาลามก เป็นไฉน
คนบางคนในโลกนี้ เป็นผู้ไม่มีศรัทธา ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่าเป็นผู้มีศรัทธา
เป็นผู้ทุศีล ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีศีล เป็นผู้มีการศึกษาน้อย ย่อมปรารถนา
ว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีการศึกษามาก เป็นผู้ยินดีในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ย่อมปรารถนา
ว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้ชอบสงัด เป็นผู้เกียจคร้าน ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า
เป็นผู้ปรารภความเพียรเป็นผู้มีสติหลงลืม ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีสติตั้งมั่น
เป็นผู้มีจิตไม่ตั้งมั่น ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีจิตตั้งมั่น เป็นผู้มีปัญญาทราม
ย่อมปรารถนาว่า ขอชนจงรู้เราว่า เป็นผู้มีปัญญา เป็นผู้ยังไม่สิ้นอาสวะย่อมปรารถนาว่า ขอ
ชนจงรู้เราว่า เป็นผู้สิ้นอาสวะ ความปรารถนา การปรารถนาความปรารถนาลามก ความกำหนัด
ความกำหนัดนัก ฯลฯ ความกำหนัดนักแห่งจิต อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความ
ปรารถนาลามก
[๘๖๙] การพูดเสียดแทง เป็นไฉน
การพูดเสียดแทง สภาพที่พูดเสียดแทง การพูดเป็นสี่เหลี่ยมสี่คม กิริยาที่พูดเป็น
สี่เหลี่ยมสี่คม การพูดมีเหลี่ยมมีคู สภาพที่พูดมีเหลี่ยมมีคู อันใด นี้เรียกว่า การพูดเสียดแทง
[๘๗๐] การพูดเกียดกัน เป็นไฉน
การพูดเกียดกัน กิริยาที่พูดเกียดกัน สภาพที่พูดเกียดกัน ความละโมภกิริยาที่ละโมภ
สภาพที่ละโมภ ความถ่อมตนเพื่อจะได้ ความต้องการสิ่งที่ประณีตอันใด นี้เรียกว่า การพูด
เกียดกัน
[๘๗๑] การชอบตกแต่ง เป็นไฉน
การตกแต่งจีวร การตกแต่งบาตร การตกแต่งเสนาสนะ การตกแต่งกายอันเปื่อยเน่า
หรือการตกแต่งบริขารภายนอก การประเทืองผิว การเล่นหัว การร่าเริง ความกำหนัดยินดี
สภาพที่กำหนัดยินดี ความตกแต่ง กิริยาที่ตกแต่งอันใด นี้เรียกว่า การชอบตกแต่ง
[๘๗๒] ความประพฤติไม่สมควร เป็นไฉน
ความไม่ประพฤติตาม ความประพฤติขัดขืน ความไม่เอื้อเฟื้อ สภาพที่ไม่เอื้อเฟื้อ
ความไม่เคารพ ความไม่เชื่อฟัง ในบุคคลใดบุคคลหนึ่งผู้ควรเคารพคือ บิดามารดา พี่ชาย

427
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 428 (เล่ม 35)

พี่สาว อาจารย์ อุปัชฌายะ พระพุทธเจ้า หรือสาวกของพระพุทธเจ้า นี้เรียกว่า ความประพฤติ
ไม่สมควร
[๘๗๓] ความไม่ยินดี เป็นไฉน
ความไม่ยินดี กิริยาที่ไม่ยินดี ความไม่ยินดียิ่ง กิริยาที่ไม่ยินดียิ่ง ความรำคาญ ความ
กระวนกระวายใจ ในเสนาสนะที่สงัด หรือในอธิกุศลธรรมคือสมถะและวิปัสสนาอย่างใด
อย่างหนึ่ง นี้เรียกว่า ความไม่ยินดี
[๘๗๔] ความโงกง่วง เป็นไฉน
ความง่วงงุน กิริยาที่ง่วงงุน สภาพที่ใจง่วงงุน ความเกียจคร้าน กิริยาที่เกียจคร้าน
สภาพที่เกียจคร้าน อันใด นี้เรียกว่า ความโงกง่วง
[๘๗๕] ความบิดกาย เป็นไฉน
ความเหยียดกาย การเหยียดกาย ความโน้มกายไปข้างหน้า ความโน้มกายไปรอบ ๆ
ความตั้งตัวตรง ความไม่สบายกาย อันใดนี้เรียกว่า ความบิดกาย
[๘๗๖] ความเมาอาหาร เป็นไฉน
ความมึนเมาเพราะอาหาร ความอึดอัดเพราะอาหาร ความร้อนกระวนกระวายเพราะ
อาหาร ความหนักเนื้อหนักตัวเพราะอาหาร อันใด ของผู้บริโภคอาหารแล้ว นี้เรียกว่า ความ
เมาอาหาร
[๘๗๗] ความย่อหย่อนแห่งจิต เป็นไฉน
ความไม่สมประกอบแห่งจิต ความไม่ควรแก่การงานแห่งจิต ความท้อแท้ความถดถอย
การย่อหย่อน กิริยาที่ย่อหย่อน สภาพที่ย่อหย่อน การหดหู่ กิริยาที่หดหู่ สภาพที่หดหู่ แห่งจิต
อันใด นี้เรียกว่า ความย่อหย่อนแห่งจิต
[๘๗๘] การหลอกลวง เป็นไฉน
การหลอกลวงเกี่ยวด้วยการเสพปัจจัย การหลอกลวงด้วยการพูดเลียบเคียงหรือการ
ดำรงอิริยาบถ กิริยาที่ดำรงอิริยาบถ ความดำรงอิริยาบถด้วยดี ความสยิ้วหน้า สภาพที่สยิ้วหน้า
การหลอกลวง กิริยาที่หลอกลวง สภาพที่หลอกลวงของภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้ม
ีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ นี้เรียกว่า การหลอกลวง

428
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 429 (เล่ม 35)

[๘๗๙] การพูดประจบ เป็นไฉน
การทักทายคนอื่น การแนะนำตัวเอง การพูดปลอบโยน การพูดยกย่องการพูดเยินยอ
การพูดอ้อมค้อม การพูดชมเชย การพูดสรรเสริญ การพูดสรรเสริญบ่อยๆ การพูดเอาใจให้
คนรัก การพูดยกย่องเพื่อต้องการให้เขารักการพูดทีจริงทีเล่นเสมอด้วยแกงถั่ว การเป็นผู้รับ
เลี้ยงเด็ก ของภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ
อันใดนี้เรียกว่า การพูดประจบ
[๘๘๐] การแสดงนิมิต เป็นไฉน
การทำนิมิต ความฉลาดในการทำนิมิต การพูดเกี่ยวด้วยปัจจัย การพูดเป็นเลศนัย
การกระซิบใกล้ๆ การพูดเลียบเคียง แก่ชนเหล่าอื่น อันใด ของภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อ
เสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำนี้เรียกว่า การแสดงนิมิต
[๘๘๑] การพูดติเตียน เป็นไฉน
การด่า การพูดข่ม การนินทา การพูดตำหนิโทษ การกล่าวโทษ การพูดติเตียน การ
พูดเหยียดหยาม การพูดให้เสียชื่อเสียง การพูดให้เสียชื่อเสียงอย่างร้ายแรง การนำเรื่องไป
เที่ยวติเตียน การพูดไพเราะต่อหน้านินทาลับหลังแก่ชนเหล่าอื่น อันใด ของภิกษุผู้มุ่งลาภ
สักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ นี้เรียกว่า การพูดติเตียน
[๘๘๒] การแลกเปลี่ยนลาภด้วยลาภ เป็นไฉน
ภิกษุผู้มุ่งลาภสักการะและชื่อเสียง ผู้มีความปรารถนาลามก ถูกความอยากครอบงำ นำ
อามิสที่ได้จากข้างนี้ไปให้ข้างโน้น นำอามิสที่ได้จากข้างโน้นมาให้ข้างนี้ การปรารถนา การเสาะ
หา การแสวงหา กิริยาที่เที่ยวหา กิริยาที่แสวงหา ซึ่งอามิสด้วยอามิส อันใด มีลักษณะเช่น
ว่านี้ นี้เรียกว่า การแลกเปลี่ยนลาภด้วยลาภ
[๘๘๓] ความสำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมถือตัวโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติโดยโคตร
โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่
การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษาหรือโดยปฏิภาณ ความถือตัว กิริยาที่ถือ
ตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้อง
การเป็นดุจธง อันใดมีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา

429
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 430 (เล่ม 35)

[๘๘๔] ความสำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมถือตัวโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โดยชาติโดยโคตร
โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์ โดย ความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่
การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษาโดยปฏิภาณ ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว
สภาพที่ถือตัว การยกตน การเทิดตนการเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการ
เป็นดุจธง อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ความสำคัญตนว่าเสมอเขา
[๘๘๕] ความสำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมดูหมิ่นตนเองโดยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง คือโดยชาติ โดย
โคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดยทรัพย์โดยความเป็นใหญ่ โดย
หน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษาหรือโดยปฏิภาณ ความดูหมิ่นตน
กิริยาที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน ความเกลียดตน ความเกลียดตนยิ่ง สภาพที่เกลียดตนยิ่ง
ความดูถูกตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า
ความสำคัญตนว่าเลวกว่าเขา
[๘๘๖] ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดย
ทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะโดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือ
โดยปฏิภาณ เขาอาศัยการถือตนว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือ
ตัว สภาพที่ถือตัว การยกตนการเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้อง
การเป็นดุจธงอันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา
[๘๘๗] ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆโดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุลโดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดย
ทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือโดยปฏิภาณ
เขาอาศัยการถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่
ถือตัว การยกตนการเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง
อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา

430
ฉบับหลวง
พระอภิธรรมปิฎก เล่ม ๒ วิภังคปกรณ์ - หน้าที่ 431 (เล่ม 35)

[๘๘๘] ผู้เลิศกว่าเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เลิศกว่าเขา ถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล โดยความเป็นผู้มีรูปงาม โดย
ทรัพย์ โดยความเป็นใหญ่ โดยหน้าที่การงาน โดยศิลปะ โดยวิทยฐานะ โดยการศึกษา หรือ
โดยปฏิภาณ เขาอาศัยการถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วดูหมิ่นตน ความดูหมิ่นตน
กิริยาที่ดูหมิ่นตน ความเกลียดตน กิริยาที่เกลียดตนยิ่ง สภาพที่เกลียดตนอย่างยิ่ง ความดูถูก
ตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เลิศกว่า
เขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา
[๘๘๙] ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตัวว่าเลิศกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯเขาอาศัยการถือตนว่า
เลิศกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน
การเทิดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลิศกว่าเขา
[๘๙๐] ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตนว่าเสมอกับคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯเขาอาศัยการถือตนว่า
เสมอกับคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วถือตัว ความถือตัว กิริยาที่ถือตัว สภาพที่ถือตัว การยกตน
การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง ความยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง อันใด มีลักษณะ
เช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเสมอเขา
[๘๙๑] ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา เป็นไฉน
บุคคลบางคนในโลกนี้ เป็นผู้เสมอเขา ถือตนว่าเลวกว่าคนอื่นๆ โดยเหตุอย่างใด
อย่างหนึ่ง คือ โดยชาติ โดยโคตร โดยความเป็นลูกผู้มีสกุล ฯลฯเขาอาศัยการถือตนว่า
เลวกว่าคนอื่นๆ เช่นนั้นแล้วดูหมิ่นตน ความดูหมิ่นตน กิริยาที่ดูหมิ่นตน สภาพที่ดูหมิ่นตน
ความเกลียดตน กิริยาที่เกลียดตนยิ่ง สภาพที่ดูหมิ่นตน ความดูถูกตน ความดูถูกตนว่าต่ำช้า
ความดูแคลนตน อันใด มีลักษณะเช่นว่านี้ นี้เรียกว่า ผู้เสมอเขา สำคัญตนว่าเลวกว่าเขา

431