สัตตกมาติกา
[๘๕๕] อนุสัย ๗ ปริยุฏฐาน ๗ สัญโญชน์ ๗ อสัทธรรม ๗ ทุจริต ๗มานะ ๗
ทิฏฐิ ๗
อัฏฐกมาติกา
[๘๕๖] กิเลสวัตถุ ๘ กุสีตวัตถุ ๘ จิตตปฏิฆาตในโลกธรรม ๘ อนริยโวหาร ๘
มิจฉัตตะ ๘ ปุริสโทษ ๘ อสัญญีวาทะ ๘ เนวสัญญีนาสัญญีวาทะ ๘
นวกมาติกา
[๘๕๗] อาฆาตวัตถุ ๙ ปุริสมละ ๙ มานะ ๙ ตัณหามูลกธรรม ๙ อิญชิตะ๙
มัญญิตะ ๙ผันทิตะ ๙ ปปัญจิตะ ๙ สังขตะ ๙
ทสกมาติกา
[๘๕๘] กิเลสวัตถุ ๑๐ อาฆาตวัตถุ ๑๐ อกุศลกรรมบถ ๑๐ สัญโญชน์๑๐
มิจฉัตตะ ๑๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคาหิกทิฏฐีมีวัตถุ ๑๐
[๘๕๙] ตัณหาวิจริตอาศัยอายตนะภายใน ๑๘ ตัณหาวิจริต อาศัยอายตนะภายนอก ๑๘
ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๓๖
ตัณหาวิจริตเป็นอดีต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นอนาคต ๓๖ ตัณหาวิจริตเป็นปัจจุบัน ๓๖
ประมวลเข้าด้วยกันเป็นตัณหาวิจริต ๑๐๘
ทิฏฐิ ๖๒ ที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ในพรหมชาลสูตร
มาติกา จบ
เอกกนิเทศ
[๘๖๐] ในเอกกมาติกาเหล่านั้น ความมัวเมาในชาติ เป็นไฉน
ความมัวเมา กิริยาที่มัวเมา สภาพที่มัวเมา ความถือตัว กิริยาที่ถือตัวสภาพที่ถือตัว
การยกตน การเทอดตน การเชิดชูตนดุจธง การยกตนขึ้น ความที่จิตต้องการเป็นดุจธง
เพราะอาศัยชาติ นี้เรียกว่า ความมัวเมาในชาติ