ก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบาปบางอย่าง อันกาลสมบัติห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี กัมมสมาทาน
อันเป็นบาปบางอย่าง อันปโยคสมบัติห้ามไว้จึงไม่ให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบาปบางอย่าง
อาศัยคติวิบัติจึงได้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบาปบางอย่าง อาศัยอุปธิวิบัติจึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทานอันเป็นบาปบางอย่าง อาศัยกาลวิบัติจึงให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบาป
บางอย่าง อาศัยปโยควิบัติจึงให้ผลก็มี
กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง อันคติวิบัติห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มีกัมมสมาทาน
อันเป็นบุญบางอย่าง อันอุปธิวิบัติห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง
อันกาลวิบัติห้ามไว้ จึงไม่ให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง อันปโยควิบัติห้ามไว้
จึงไม่ให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง อาศัยคติสมบัติ จึงให้ผลก็มี กัมมสมาทาน
อันเป็นบุญบางอย่างอาศัยอุปธิสมบัติ จึงให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง อาศัยกาล
สมบัติจึงให้ผลก็มี กัมมสมาทานอันเป็นบุญบางอย่าง อาศัยปโยคสมบัติ จึงให้ผลก็มี
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิในกัมมสมาทาน
เหล่านั้น อันใด นี้ชื่อว่า ญาณรู้วิบากของกัมมสมาทานที่เป็นอดีตอนาคต ปัจจุบัน ตามความ
เป็นจริง โดยฐานะ โดยเหตุ ของพระตถาคต
[๘๔๑] ญาณรู้ทางไปสู่ภูมิทั้งปวง ตามความเป็นจริง ของพระตถาคตเป็นไฉน
พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฏิปทานี้ ให้ไปสู่นรก ย่อมทรงทราบ
ว่า ทางนี้ ปฏิปทานี้ ให้ไปสู่กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ย่อมทรงทราบว่าทางนี้ ปฏิปทานี้ ให้ไปสู่
ปิตติวิสัย ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฏิปทานี้ ให้ไปสู่มนุสสโลก ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้
ปฏิปทานี้ ให้ไปสู่เทวโลก ย่อมทรงทราบว่า ทางนี้ ปฏิปทานี้ ให้ถึงนิพพาน
ปัญญา กิริยาที่รู้ชัด ฯลฯ ความไม่หลง ความวิจัยธรรม สัมมาทิฏฐิในทางไปสู่ภูมิ
ทั้งปวงนั้น อันใด นี้ชื่อว่า ญาณรู้ทางไปสู่ภูมิทั้งปวงตามความเป็นจริง ของพระตถาคต
[๘๔๒] ญาณรู้โลกอันเป็นอเนกธาตุ เป็นนานาธาตุ ตามความเป็นจริงของพระตถาคต
เป็นไฉน
พระตถาคตในโลกนี้ ย่อมทรงทราบความเป็นต่างๆ แห่งขันธ์ ย่อมทรงทราบความ
เป็นต่างๆ แห่งอายตนะ ย่อมทรงทราบความเป็นต่างๆ แห่งธาตุ ชื่อว่าย่อมทรงทราบโลก
เป็นอเนกธาตุเป็นนานาธาตุ