พุทธธรรมสงฆ์


แก้ไขหรือแก้กรรมในหลักพระพุทธศาสนา

แก้กรรมมีหลายทาง เช่น แก้โดยการขอขมา เมื่อเห็นโทษโดยความเป็นโทษ ทำคืนตามธรรม ถึงความสำรวมต่อไป เป็นความเจริญในอริยวินัย

การขอขมามีหลายเรื่องในพระไตรปิฎก ตัวอย่างเรื่องนี้ พระพุทธเจ้าให้พระสารีบุตรอดโทษให้พระรูปหนึ่งที่กล่าวตู่ท่าน มิฉะนั้น ศีรษะของภิกษุนั้นจะแตก 7 เสี่ยง เมื่อได้รับการอดโทษศีรษะก็ไม่แตก และนี้ก็คือตัวอย่างของการแก้กรรมหรือแก้ไข

ดูก่อนสารีบุตร เธอจงอดโทษต่อโมฆบุรุษผู้นี้ มิฉะนั้น เพราะโทษนั้นนั่นแล ศีรษะของโมฆบุรุษนี้จักแตก ๗ เสี่ยง

แก้ไขบาปอันเก่าด้วยการให้บุญแก่เจ้ากรรมนายเวร

...ภิกษุทั้งหลายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเธอทำการฟังธรรมใหญ่ก็ดี การฟังธรรมตามปกติก็ดี กล่าวอุปนิสินนกถาก็ดี โดยที่สุดแม้การอนุโมทนา แล้วพึงให้ส่วนบุญแก่สัตว์ทั้งปวง...

แก้ไขด้วยการไม่ทำบาปกรรมอันใหม่ ทำกุศลให้ถึงพร้อม

การไม่ทำบาปทั้งปวง ๑ การยังกุศลให้ถึงพร้อม ๑ การยังจิตของตนให้ผ่องแผ้ว ๑ นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย

ประกันไม่ให้ไปนรกมีตัวอย่างในเรื่อง นายตัมพทาฐิกะ ฆ่าโจรอยู่ 55 ปี แต่ได้ถวายข้าวยาคูแด่พระสารีบุตร ซึ่งออกจากสมาบัติ พระเถระกล่าวอนุโมทนา และลวงเขาว่าอกุศลไม่ได้เกิดกับเขาซึ่งทำตามคำสั่งพระราชาแล้วแสดงธรรม เขาฟังธรรมแล้วได้บรรลุโสดาบัน

...ถูกพระเถระกล่าวอย่างนั้น มีความสำคัญว่า "อกุศลไม่มีแก่เรา" จึงกล่าวว่า " ท่านผู้เจริญ ถ้ากระนั้น ขอท่านจงกล่าวธรรมเถิด" อุบาสกนั้น เมื่อพระเถระทำอนุโมทนาอยู่ล มีจิตมีอารมณ์เป็นหนึ่ง ฟังธรรมอยู่ ยังขันติเป็นไปโดยอนุโลม (แก่อริยสัจ) ภายในแห่งโสดาปัตติมรรค ให้บังเกิดแล้ว แม้พระเถระ...

เรื่องสุพรหมเทวบุตร มีนางเทพอัปสรพันหนึ่งเป็นบริวาร เทพอัปสร 500 นางเกิดความประมาท ไปเกิดในนรก แล้วก็รู้ว่าตนเองก็จะได้ไปเหมือนกัน จึงกลัวเลยไปเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์แสดงธรรมให้ฟัง ได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน พร้อมด้วยนางเทพอัปสรอีก 500

...ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสกะท้าวเธอว่า เรามองไม่เห็นความสวัสดีอย่างอื่นของสัตว์ทั้งหลายนอกจากการบำเพ็ญเพียร อันเป็นองค์แห่งการตรัสรู้นอกจากการสำรวมอินทรีย์ (และ) นอกจากการปล่อยวางทั้งหมด ในเวลาจบพระธรรมเทศนา ท้าวเธอ ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลพร้อมด้วยเทพอัปสร ๕๐๐ ทรงทำทิพยสมบัตินั้นให้มีเสถียรภาพแล้วได้เสด็จไปยังเทวโลกตามเดิม...

เรื่อง องคุลิมาล แก้ไขไม่ให้หมกไหม้อยู่ในนรกจากผลกรรมที่ไปฆ่าคน เสวยแต่ทุกข์ในชาติปัจจุบันนี้เท่านั้น เพราะหลุดพ้นแล้ว

...ครั้นแล้วได้ตรัสกะท่านพระองคุลิมาลว่าเธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ เธอจงอดกลั้นไว้เถิดพราหมณ์ เธอได้เสวยผลกรรมซึ่งเป็นเหตุจะให้เธอพึงหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีเป็นอันมาก ตลอดร้อยปีเป็นอันมาก ตลอดพันปีเป็นอัน มาก ในปัจจุบันนี้เท่านั้น

หญิงมีครรภ์จะไปนรก แต่พระพุทธเจ้าไปแก้เอา ไม่ได้ไป

...ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรวจดูโลกเวลาใกล้รุ่ง ทรงเห็นนางด้วยทิพยจักษุ ทรงพระดำริว่า วันนี้ หญิงผู้นี้จักตายไปบังเกิดในนรก ถ้ากระไร เราพึงท่านางให้ไปสวรรค์ด้วยการรับอาหารคืองา พระองค์ก็เสด็จจากกรุงสาวัตถี ถึงกรุงราชคฤห์ ขณะนั้นนั่นเองเวลาเช้าทรงนุ่งแล้ว ก็ทรงถือบาตรและจีวรเที่ยวบิณฑบาตในกรุงราชคฤห์เสด็จถึงประตูเรือนของนางโดยลำดับ หญิงผู้นั้น เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้าเกิดปีติโสมนัส รีบลุกขึ้นประคองอัญชลีประนม ไม่เห็นสิ่งอื่นที่ควรถวายล้างมือเท้าแล้ว ตะล่อมงาเป็นกอง กอบด้วยมือทั้ง ๒ เกลี่ยงาเต็มอัญชลีลงในบาตรของพระผู้มีพระภาคเจ้า แล้วถวายบังคม พระผู้มีพระภาคเจ้าเมื่อจะทรงอนุเคราะห์นางจึงตรัสว่า จงเป็นสุขเถิด แล้วเสด็จกลับไป เวลาใกล้รุ่งของคืนนั้น นางก็ตายไปบังเกิดในวิมานทอง สิบสองโยชน์ภพดาวดึงส์เหมือนหลับแล้วตื่นขึ้น...

เพราะบาปกรรมที่ทำไว้แล้ว อันผู้ใดย่อมปิดกั้นไว้ด้วยกุศล

...ผู้ใดเคยประมาทในตอนต้น ภายหลังเขาไม่ประมาทผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอกฉะนั้น บาปกรรมที่ทำไว้แล้ว อันผู้ใดย่อมปิดกั้นไว้ด้วยกุศล ผู้นั้นย่อมทำโลกนี้ให้สว่างไสว เหมือนพระจันทร์พ้นแล้วจากหมอกฉะนั้น...

กระทู้เกี่ยวข้อง :   # เรื่องการขอขมา ขออโหสิกรรม มีไหมในพระไตรปิฎก