เอกาสนโภชนํ เอกภตฺติโก หมายถึงฉันครั้งเดียว
22/07/2025 13:08:53คือ มี 2 ช่วงเวลาก็จริงอยู่ (1. ก่อนเที่ยง และ 2. เลยเที่ยงไป) พระองค์ทรงหมายถึงช่วงเวลาก่อนเที่ยง และในช่วงเวลาก่อนเที่ยงนั้น ทรงมุ่งให้ฉันหนึ่งครั้ง เพราะมีในภัททาลิสูตร และก็บัญญัติวินัยไว้อยู่ อันจะกล่าวต่อไปนี้
คำว่า "เอกาสนโภชนํ" ในภัททาลิสูตร ก็มีความหมายเดียวกัน เพราะ เอก + อาสน = เอกาสน (เอ-กา-สะ-นะ) หมายถึงนั่งฉันภัตตาหารครั้งเดียว หรือ ฉันที่อาสนะเดียว
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว เมื่อเราฉันอาหารในเวลาภัตครั้งเดียว ย่อมรู้สึกคุณ คือ ความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคเบาบาง กายเบามีกำลัง และอยู่สำราญ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้เธอทั้งหลายจงมา จงฉันอาหารในเวลาก่อนภัตครั้งเดียว จักรู้สึกคุณคือความเป็นผู้มีอาพาธน้อย มีโรคบางเบากายเบา มีกำลัง และอยู่สำราญ
ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ทรงบัญญัติสิกขาบทที่เกี่ยวกับจำนวนครั้งของการกิน ที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกันหมดเลยว่าหนึ่งครั้ง ไม่ว่าจะเป็น ปรัมปรโภชนสิกขาบท ("ปรมฺปรโภชเน" ก็มีความหมายว่าหนึ่งครั้ง) สิกขาบทข้อห้ามภัตแล้วฉันอีก (ก็มีความหมายว่าหนึ่งครั้ง) สิกขาบทข้อฉันอาหารในโรงทาน ("เอโก อาวสถปิณฺโฑ" ก็มีความหมายว่าหนึ่งครั้ง) ฉะนั้น จึงไม่มีหลักฐานว่า ในพุทธกาล มีฉันเช้าแล้วก็ไปฉันเพลเป็นกิจวัตรประจําวันโดยปกติ
ส่วน "เอกาสนิกังคธุดงค์" สมาทานเอกาสนิกังคธุดงค์ คือ หนึ่งเท่านั้น ไม่เอาอนุโลม จุดนี้ละ มีคนไปสับสนว่า ถ้ามีข้อนี้อยู่แล้ว จะมีฉันหนึ่งครั้งข้ออื่นอีกไปทำไม แต่ที่จริงแล้ว โดยหลักคือฉันหนึ่งครั้งเหมือนกันหมด ไม่ว่าธุดงค์หรือไม่ เพียงแต่ว่า ธุดงค์ไม่เอาอนุโลมก็เท่านั้นเอง แม้การถือธุดงค์จะไม่ได้บังคับก็ตาม แต่ถ้าฉันไม่ถูกต้องตามที่บัญญัติวินัยไว้ (สิกขาบทตามที่กล่าวมาข้างต้น) มันก็ต้องอาบัติเหมือนเดิม เช่น ฉันเสร็จแล้วก็รับใหม่ฉันใหม่ (ไม่ใช่เป็นเดน ... ตามที่อนุญาตในข้ออนุโลม) ต้องอาบัติแน่นอน
ไม่มีหลักฐานว่า พระพุทธเจ้าและสาวกฉันเช้าและก็ฉันเพลเป็นกิจวัตรประจําวันโดยปกติในครั้งพุทธกาล มีภิกษุรูปหนึ่งกินเยอะ ยังถูกเรียกว่าเป็นภิกษุเหลาะแหละเลย ถ้าการฉันหลายครั้งแบบนี้ไม่ผิด ภิกษุทั้งหลายจะยกเอาเรื่องภิกษุรูปนั้นมาพูดถึงทำไม ?