พุทธธรรมสงฆ์


บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นผู้รู้ธรรมเพียงเพราะเรียนบาลี

มีพราหมณ์คนหนึ่งบวชในลัทธินอกเที่ยวขออาหารอยู่ อยากให้พระพุทธเจ้าเรียกตนว่า "ภิกษุ" แต่ท่านตรัสแก้ให้ว่า "เราหาเรียกว่าภิกษุเพราะอาการเพียงขอ" ก็เหมือนกัน ใครจะไปเรียกบุคคลว่าเป็นผู้รู้ธรรมเพียงเพราะรู้บาลี

...พราหมณ์อยากให้พระศาสดาเรียกตนว่าภิกษุ

ได้ยินว่า พราหมณ์นั้นบวชในลัทธิภายนอกเที่ยวภิกษาอยู่ คิดว่า "พระสมณโคดมเรียกสาวกของตนผู้เที่ยวภิกษาว่า ภิกษุ' การที่พระสมณโคดมเรียกแม้เราว่า ' ภิกษุ ' ก็ควร" เขาเข้าไปเฝ้าพระศาสดา ทูลว่า " ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ แม้ข้าพเจ้าก็เที่ยวภิกษาเลี้ยงชีพอยู่ พระองค์จงเรียกแม้ข้าพเจ้าว่า 'ภิกษุ"

ลักษณะภิกษุและผู้มิใช่ภิกษุ

ลำดับนั้น พระศาสดาตรัสกะพราหมณ์นั้นว่า "พราหมณ์ เราหาเรียกว่า ' ภิกษุ ' เพราะอาการเพียงขอ (เขาไม่) เพราะผู้สมาทานธรรมอันเป็นพิษแล้วประพฤติอยู่ ย่อมเป็นผู้ชื่อว่าภิกษุหามิได้ ส่วนผู้ใดเที่ยวไปด้วยพิจารณาสังขารทั้งปวง ผู้นั้นชื่อว่าเป็นภิกษุ" ดังนี้แล้ว ได้ตรัส...

และพระพุทธเจ้าก็ยังตรัสไว้อีกว่า บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเพราะศีรษะโล้น ถ้ามีใครไปพูดต่อหน้าพระพุทธเจ้าว่า บุคคลที่รู้ภาษาบาลีชื่อว่ารู้ธรรม คุณจะโดนพระพุทธเจ้าตรัสแก้ให้เลยว่า ไม่ใช่ ก็เหมือนกับที่ท่านตรัสว่า เห็นธรรมจึงชื่อว่าเห็นเรา ศาสนานี้นับเอาตรงที่รู้แล้วปฏิบัติตามได้ จึงชื่อว่า "รู้"

...บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นสมณะเพราะศีรษะโล้น บุคคลผู้ไม่มีวัตร พูดเหลาะแหละ มากด้วยความอิจฉาและความโลภจักเป็นสมณะอย่างไรได้ ส่วนผู้ใดสงบบาปน้อยใหญ่ได้โดยประการทั้งปวง ผู้นั้นเรากล่าวว่าเป็นสมณะ เพราะสงบบาปได้แล้ว บุคคลไม่ชื่อว่าเป็นภิกษุด้วยเหตุเพียงที่ขอคนอื่น บุคคลสมาทานธรรมอันเป็นพิษไม่ชื่อว่าเป็นภิกษุด้วยเหตุนั้น ผู้ใดในโลกนี้ลอยบุญและบาปแล้วประพฤติพรหมจรรย์รู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เที่ยวไปในโลก ผู้นั้นแลเราเรียกว่าเป็นภิกษุ...

กว่าจะรู้พระธรรมได้ ไม่ใช่ง่าย การศึกษามีเป็นลำดับ จะรู้พระธรรมต้องปฏิบัติตามมรรค 8 ต้องผ่านการสร้างบารมีมาแสนกัลป์เป็นอย่างต่ำ จึงจะรู้ได้ ไม่ใช่ไปเรียนแค่ภาษาแล้วจะมาอ้างว่ารู้ คนไปเกิดเป็นเทวดาใช้ภาษามคธ หรือ ไปเกิดในถิ่นที่ใช้ภาษาบาลี ถ้าเขาจะรู้ธรรม เขาก็รู้เพราะเขาสร้างมา ไม่ใช่รู้เพราะไปเกิดในถิ่นที่ใช้ภาษานั้นๆ

บางคนพูดว่าเรียนบาลีน้อยก็รู้ธรรมได้น้อย เรียนมากก็รู้มาก พูดยังกะตั้ง AUTO ไว้เลยว่าเรียนบาลีแล้วมันจะรู้พระธรรมได้เองโดยอัตโนมัติ คือไปเรียนภาษาอังกฤษแล้วมันจะรู้คณิตศาสตร์เองว่างั้น คนที่พูดว่าต้องบาลีเท่านั้น เขาพูดเอาเอง เขาไม่ได้อ้างพระสูตรว่าพระพุทธเจ้าตรัสไว้ที่ไหน

คุณไปถามคนที่สอนบาลีว่าบาลีจำเป็นต้องเรียนเพื่อรู้ธรรมไหม เข้าก็ต้องตอบว่าจำเป็น เพราะเขาชอบสอน คุณไปถามคนที่ชอบกรวดน้ำเวลาอุทิศบุญว่าจำเป็นไหม เขาก็ต้องตอบว่าจำเป็น เพราะเขาชอบกรวดน้ำ ถึงแม้ไม่มีในคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ตาม เขาก็เถียงให้ได้กรวดอยู่นั่นแหละ สัตว์โลกชอบสิ่งไหนก็จะเอียงไปสิ่งนั้น จะไม่ตรงต่อหลักธรรม