เคารพอย่างนี้ ยังพวกอันเตวาสิกให้ลำบากด้วยการนั่งหลังงอและเหยียดแข้ง
เป็นต้น ย่อมเป็นเหมือนเนื้อแข้งของผู้นั้นถูกขีดให้ตกไป. แต่โลกพร้อมด้วย
เทวโลกจงรู้ความที่พระตถาคตทรงบอกด้วยความเคารพด้วยเหตุนี้ ดังนั้น
พระลักษณะคือมีพระชงฆ์ดุจแข้งทราย เรียวขึ้นไปโดยลำดับ ย่อมเกิดขึ้น
ชื่อว่า คล้ายกรรม. ลักษณะนี้แหละชื่อว่า ลักษณะ. ความเป็นผู้มีลาภอัน
สมควร ชื่อว่า อานิสงส์.
บทว่า ยุตปฆาตาย คือ ศิลปะอันใด ย่อมไม่เป็นเพื่อเข้าไป
เบียดเบียนใคร ๆ. บทว่า กิลิสฺสติ แปลว่า จักลำบาก บทว่า
สุขุมตุตโจตฺถฏา แปลว่า หุ้มด้วยหนังอันละเอียด
ถามว่า ก็ลักษณะอื่นย่อมเกิดขึ้นด้วยกรรมอื่นหรือ. ตอบว่า ไม่เกิด
ก็ลักษณะที่เกิดขึ้นเป็นอนุพยัญชนะ. เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ใน
ข้อนี้.
บทว่า สมณํ วา ความว่า ชื่อว่า สมณะเพราะอรรถว่ามีบาป
สงบแล้ว. บทว่า พฺราหฺมณํ วา ความว่า ชื่อว่า พราหมณ์ เพราะ
อรรถว่ามีบาปอันลอยแล้ว.ในบทว่า เป็นผู้มีปัญญามากเป็นต้น ความว่า
เป็นผู้ประกอบด้วยมหาปัญญา เป็นต้น ความต่างกันของมหาปัญญาเป็นต้น
มีดังต่อไปนี้.
ในบททั้งหลายนั้น มหาปัญญา เป็นไฉน มหาปัญญา คือ บุคคล
ย่อมกำหนดสีลขันธ์ อันมีคุณมาก กำหนดสมาธิขันข์ ปัญญาขันธ์
วิมุตติขันธ์ วิมุตติญาณทัสสนขันธ์ อันมีคุณมากเพราะกำหนดฐานะและ
อฐานะ วิหารสมาบัติ อริยสัจ สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท