ทรงประกาศธรรมโดยอเนกปริยายฉันนั้นเหมือนกัน ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระ-
ผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรมและภิกษุสงฆ์ว่าเป็นสรณะ ขอพระผู้มีพระภาคเจ้า
จงทรงจำข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสก ผู้ถึงสรณะตลอดชีวิตตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป.
ลำดับนั้น ปุกกุสมัลลบุตร สั่งบุรุษคนหนึ่งว่า ดูก่อนพนายท่านจง
ช่วยนำคู่ผ้าเนื้อเกลี้ยง มีสีดังทองสิงคีซึ่งเป็นผ้าทรงของเรา. บุรุษนั้นรับคำ
ของปุกกุสมัลลบุตรแล้ว นำคู่ผ้าเนื้อเกลี้ยงมีสีดังทองสิงคี ซึ่งเป็นผ้าทรงมา
แล้ว. ปุกกุสมัลลบุตรน้อมคู่ผ้าเนื้อเกลี้ยงมีสีดังทองสิงคี ซึ่งเป็นผ้าทรงนั้น
เข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ คู่ผ้าเนื้อเกลี้ยงนี้
มีสีดังทองสิงคี เป็นผ้าทรง ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงอาศัยความอนุเคราะห์
ทรงรับคู่ผ้านั้นของข้าพระองค์เถิด. พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า ดูก่อนปุกกุสะ
ถ้าเช่นนั้น ท่านจงให้เราครองผืนหนึ่ง ให้อานนท์ครองผืนหนึ่ง.ปุกกุสมัลล-
บุตรทูลรับพระดำรัสพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้ว น้อมถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงครองผืนหนึ่ง ถวายท่านพระอานนท์ครองผืนหนึ่ง. พระผู้มีพระภาคเจ้า
ทรงยังปุกกุสมัลลบุตรให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วย
ธรรมีกถาแล้ว ปุกกุสมัลลบุตรอันพระผู้มีพระภาคเจ้า ให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน
ให้อาจหาญ ให้รื่นเริง ด้วยธรรมีกถาแล้วลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มี
พระภาคเจ้ากระทำประทักษิณแล้วหลีกไป.
ผิวกายพระตถาคตผ่องใสยิ่งใน ๒ กาล
[๑๒๒] ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ เมื่อปุกกุสมัลลบุตรหลีกไปแล้วไม่
นาน ได้น้อมคู่ผ้าเนื้อเกลี้ยงมีสีดังทองสิงดี ซึ่งเป็นผ้าทรงนั้น เข้าไปสู่พระกาย
ของพระผู้มีพระภาคเจ้า. ผ้าที่พระอานนท์น้อมเข้าไปสู่พระกายของพระมีพระ-
ภาคเจ้านั้น ย่อมปรากฏดังถ่านไฟที่ปราศจากเปลวฉะนั้น. ท่านพระอานนท์