พุทธธรรมสงฆ์


หัวข้อธรรม (1)
[๗๖๖] “ ภิกษุไม่พึงเป็นผู้พูดโอ้อวด ไม่พึงกล่าววาจามุ่งได้ ไม่พึงศึกษาความเป็นผู้คะนอง และไม่พึงกล่าวถ้อยคำแก่งแย่ง” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/347/1866/322/2
หัวข้อธรรม (1)
[๗๖๘] ภิกษุแสดงธรรมแก่ชนทั้งหลาย ด้วยคิดว่า เขาฟังธรรมของเรา แล้วพึงเลื่อมใสและพึงทำอาการของคนผู้เลื่อมใสต่อเรา วาจานี้ก็เรียกว่า วาจามุ่งได้. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/349/866/323/10
หัวข้อธรรม (1)
[๗๖๙] ความคะนอง 3 อย่าง คือ ความคะนอง ทางกาย ทางวาจา ทางใจ. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/349/2066/323/22
หัวข้อธรรม (1)
[๗๗๑] “ ภิกษุพึงเว้นจากความพูดเท็จ เมื่อรู้สึกตัว ไม่พึงทำความโอ้อวด อนึ่งภิกษุไม่พึงดูหมิ่นผู้อื่นด้วยความเป็นอยู่ด้วยปัญญา ด้วยศีลและวัตร”. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/355/666/328/20
หัวข้อธรรม (1)
[๗๗๒] มุสาวาท ย่อมมีด้วยอาการ 3 อย่าง (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/355/1466/329/6
หัวข้อธรรม (1)
[๗๗๕] “ ภิกษุถูกประทุษร้าย ได้ฟังวาจามากของพวกสมณะหรือของพวกคนผู้มีถ้อยคำมาก ไม่พึงโต้ตอบกะคนเหล่านั้นด้วยคำหยาบ เพราะภิกษุผู้สงบ ย่อมไม่ทำผู้อื่นให้เป็นศัตรู” (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/358/1966/332/5
หัวข้อธรรม (1)
[๗๗๙] “ ก็ภิกษุรู้ธรรมนั้นแล้วค้นคว้าอยู่ พึงเป็นผู้มีสติ ศึกษาในกาลทุกเมื่อภิกษุรู้ความดับว่าเป็นความสงบแล้ว ไม่พึงประมาทในศาสนาของพระโคดม”. (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/360/1766/333/23
หัวข้อธรรม (1)
[๗๘๖] คำว่าได้เห็นแล้ว ซึ่งสักขิธรรมโดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่น ได้แก่ ได้เห็น เห็นทั่วพบเห็น แทงตลอดแล้วซึ่งธรรมที่ประจักษ์แก่ตน อันตนรู้ยิ่งเอง มิใช่โดยต้องเชื่อต่อผู้อื่นว่าธรรมนี้เป็นดังนี้ (ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/363/2066/336/22
หัวข้อธรรม (1)
สำหรับคนมีอายุ 100 ปี ในวัยหนึ่งๆ ก็มีอายุ 33 ปี กับ 4 เดือน (อ.ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/370/466/342/22
หัวข้อธรรม (1)
การขอขมา เมื่อติเตียนพระอริยเจ้า (อ.ตุวฏกสุตตนิทเทส)
66/378/1166/351/4