พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๓๘๙-๓๙๐] เวทนา 3 เกิดแต่ผัสสะ มีผัสสะเป็นปัจจัย เปรียบเหมือนไม้ 2 อัน สีกันจึงเกิดความร้อน จึงเกิดไฟ (ผัสสมูลกสูตร)
29/23/1129/22/10
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๑] ที่พระพุทธองค์กล่าวว่า ความเสวยอารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นทุกข์ ดังนี้ทรงกล่าวหมายเอาความที่สังขารทั้งหลายนั่นเองไม่เที่ยง มีความสิ้นไป เสื่อมไป คลายไป ดับไป แปรปรวนไปเป็นธรรมดา (รโหคตสูตร)
29/26/1529/25/15
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๒] ทรงกล่าวความดับสนิทแห่งสังขารทั้งหลายโดยลำดับ ตั้งแต่ปฐมฌาน ถึงความดับราคะ โทสะ โมหะ ของพระอรหันต์ (รโหคตสูตร)
29/27/129/26/1
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๕-๓๙๗] ทรงแสดงเวทนา 3 เปรียบด้วยลมต่างชนิด (สูตร ๒-๓)
29/29/329/28/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๘] เวทนา 3 ย่อมเกิดขึ้นในกายนี้ เปรียบเหมือน เรือนพักคนเดินทาง (นิวาสสูตร)
29/31/829/30/3
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๙] เวทนา 3 เกิดขึ้นเพราะผัสสะเกิดขึ้น เพราะผัสสะดับเวทนาจึงดับ, สุขโสมนัสย่อมเกิดขึ้น เพราะอาศัย เวทนาใดนี้เป็นคุณแห่งเวทนา เวทนาใด ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา นี้เป็นโทษแห่งเวทนา การกำจัด การละฉันทราคะในเวทนาใด นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา (สูตร ๕-๖)
29/33/929/31/17
หัวข้อธรรม (1)
[๔๐๔-๔๐๘] ภิกษุมากรูปด้วยกันเข้าเฝ้าทูลถามเรื่องเวทนา พระองค์ทรงตรัสถึง เวทนามี 3 เพราะผัสสะเกิดขึ้น เวทนาจึงเกิด ผัสสะดับเวทนาจึงดับอริยมรรค 8 เป็นทางดาเนินให้ถึงความดับ สุขโสมนัสเกิดขึ้น เพราะอาศัยเวทนาใดนี้เป็นคุณ แห่งเวทนา เวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวน นี้เป็นโทษแห่งเวทนา การกำจัดฉันทราคะในเวทนาใด นี้เป็นอุบายเครื่องสลัดออกแห่งเวทนา (สูตร ๗-๘)
29/35/1329/34/3
หัวข้อธรรม (1)
[๔๑๒] เมื่อธรรมอันเราแสดงแล้วโดยปริยายอย่างนี้แล ชนเหล่าใดจักไม่สำคัญ ตาม จักไม่รู้ตาม จักไม่บันเทิงตาม ซึ่งคำที่เรากล่าวดีแล้ว เจรจาดีแล้วแก่กันและกัน เหตุนี้จักเป็นอันชนเหล่านั้น หวังได้ คือ ชนเหล่านั้นจักเกิดความบาดหมางกัน เกิดความทะเลาะกัน วิวาทกัน จักทิ่มแทงกันและกันด้วยหอกคือปาก (ปัญจกังคสูตร)
29/39/1629/37/16
หัวข้อธรรม (1)
[๔๑๓-๔๒๔] ทรงแสดง กามสุข และสุขที่ยิ่งกว่าประณีตกว่าไปโดยลำดับถึง สัญญาเวทยิตนิโรธ (ปัญจกังคสูตร)
29/40/729/38/4
หัวข้อธรรม (1)
เวทนา 2 ถึง เวทนา 108 (อ.ปัญจกังคสูตร)
29/44/1729/42/1