พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๑๗๐] พราหมณ์คนหนึ่งเข้าไปถามพระพุทธเจ้าว่า คนนั้นทำเหตุ คนนั้นเสวยผล หรือ, คนอื่นทำเหตุคนอื่นเสวยผลหรือ พระองค์ตรัสถึงคำถามทั้งสองว่า เป็น ส่วนสุดที่หนึ่งและส่วนสุดที่สอง พระตถาคตแสดงธรรมสายกลาง แล้วทรงแสดง ปัจจยาการ ทั้งข้างเกิด ข้างดับ (อัญญตรสูตร)
26/229/826/212/1
หัวข้อธรรม (1)
[๑๗๓] ชาณุสโสณีพราหมณ์ ทูลถามว่าสิ่งทั้งปวงมีอยู่หรือ, สิ่งทั้งปวงไม่มีอยู่หรือ ซึ่งเป็นส่วนสุดทั้งสอง พระองค์แสดงธรรมสายกลางแล้วแสดงปัจจยาการทั้งข้าง เกิดข้างดับ (ชาณุสโสณิสูตร)
26/231/126/213/11
หัวข้อธรรม (1)
[๑๗๖] พราหมณ์ผู้รอบรู้คัมภีร์โลกายตะ ทูลถามปัญหาว่าสิ่งทั้งปวงมีอยู่หรือหนอ เป็นต้น พระองค์แสดงให้เห็นว่าข้อที่ถามนั้นเป็นทิฏฐิ ว่าด้วยความสืบต่อแห่งโลก แล้วทรงแสดงปัจจยาการ (โลกายติกสูตร)
26/232/1126/215/6
หัวข้อธรรม (1)
[๑๗๘-๑๘๒] อริยสาวกผู้ได้สดับมิได้มีความสงสัย มีญาณหยั่งรู้ โดยไม่ต้องเชื่อ ผู้อื่นในปัจจัยรู้ทั่วถึงเหตุเกิด และความดับไปแห่งโลกตามเป็นจริง เรียกว่าเป็น ผู้สมบูรณ์ด้วยทิฏฐิบ้าง... อยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง (ปฐมอริยสาวกสูตร)
26/234/1826/217/8
หัวข้อธรรม (1)
[๑๘๓-๑๘๗] อริยสาวกผู้ได้สดับมิได้มีความสงสัย มีญาณหยั่งรู้ โดยไม่ต้อง เชื่อผู้อื่นว่าเมื่ออวิชชามี สังขารจึงมี เป็นต้น เมื่อรู้ทั่วถึงเหตุเกิด และความดับไป แห่งโลกตามเป็นจริงอย่างนี้ จึงเรียกว่าเป็นผู้สมบูรณ์ ด้วยทิฏฐิบ้าง... อยู่ชิด ประตูอมตนิพพานบ้าง (ทุติยอริยสาวกสูตร)
26/236/1726/219/8
หัวข้อธรรม (1)
[๑๘๘-๑๙๓] ทรงแสดงการพิจารณาเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ โดยประการ ทั้งปวง (ปริวีมังสนสูตร)
26/240/926/222/9
หัวข้อธรรม (1)
[๑๙๑] " บุคคลตกอยู่ในอวิชชา ถ้าสังขารที่เป็นบุญปรุงแต่ง วิญญาณก็เข้าถึง บุญ ถ้าสังขารที่เป็นบาปปรุงแต่ง วิญญาณก็เข้าถึงบาป ถ้าสังขารที่เป็นอเนญชา ปรุงแต่งวิญญาณก็เข้าถึง อเนญชา " (ปริวีมังสนสูตร)
26/242/1326/224/9
หัวข้อธรรม (1)
[๑๙๔-๑๙๕] ทรงตรัสถามให้ภิกษุตอบหลายประการ และทรงกล่าวตอนท้ายว่า " ดีละๆ ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงสำคัญจงเชื่อซึ่งข้อนั้นไว้อย่างนั้นเถิด พวกเธอจง น้อมใจไปสู่ข้อนั้นอย่างนั้นเถิด จงหมดความเคลือบแคลงสงสัยในข้อนั้นเถิด นั่น เป็นที่สุดทุกข์ " (ปริวีมังสนสูตร)
26/243/2026/225/13
หัวข้อธรรม (1)
เมื่อจับชรามรณะนั้นได้แล้ว ก็จะเป็นอันจับทุกข์ทั้งปวงได้ (อ.ปริวีมังสนสูตร)
26/245/1926/227/7
หัวข้อธรรม (1)
พระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทรงมีกถา(การกล่าว) อยู่ 2 อย่าง คือ สมมติกถา ปรมัตถกถา เมื่อทรงกล่าว สมมติ ก็ดี ทรงกล่าว ปรมัตถ์ก็ดี ย่อมทรงกล่าวเรื่องจริงเท่านั้น (อ.ปริวีมังสนสูตร)
26/247/326/228/12