พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
ถ้าภิกษุอาคันตุกะมาในกลางคืน แล้วไปเสียในกลางคืนนั้นเอง แม้ภิกษุ อาคันตุกะนั้น ย่อมทำรัตติเฉท(การขาดราตรี) แก่ภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้น แต่ เพราะไม่รู้จึงไม่มีอาบัติทุกกฏ เพราะวัตตเภท (ปาริวาสิกักขันธกวรรณนา)
8/263/158/247/14
หัวข้อธรรม (1)
ควรนับราตรีให้เกินไว้ แล้วจึงค่อยทำอัพภานกรรม นี้เป็นข้อปฏิบัติไม่ผิด (ปาริวาสิกักขันธกวรรณนา)
8/263/188/247/17
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุผู้สมาทานวัตร อยู่ปริวาสเสร็จแล้ว เมื่อจะถือมานัต ไม่ต้องสมาทานวัตรอีก (ปาริวาสิกักขันธกวรรณนา)
8/270/98/253/1
หัวข้อธรรม (1)
[๓๗๗] ภิกษุใดต้องสังฆาทิเสส มิได้ปิดบังไว้ สงฆ์จงให้มานัต 6 ราตรี เพื่อ อาบัติตัวหนึ่งไม่ได้ปิดบังไว้ แก่ภิกษุนั้น (สมุจจยขันธกะ)
8/273/68/255/6
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๒-๓๙๔] ภิกษุใดต้องสังฆาทิเสสตัวหนึ่ง ปิดบังไว้ 1 วัน , 2 วัน , 3 วัน 4 วัน , 5 วัน บ้าง สงฆ์จงให้ปริวาส 5 วัน เพื่ออาบัติตัวหนึ่ง ปิดบังไว้ 5 วัน แก่ภิกษุนั้น (สมุจจยขันธกะ)
8/291/88/271/6
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๕-๓๙๗] ภิกษุกำลังอยู่ปริวาส ได้ต้องอาบัติสังฆาทิเสสตัวหนึ่งในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ สงฆ์จงชักภิกษุนั้นเข้าหาอาบัติเดิม ต้องไปอยู่ปริวาสใหม่ (สมุจจยขันธกะ)
8/294/28/273/17
หัวข้อธรรม (1)
[๓๙๘-๔๐๒] ภิกษุอยู่ปริวาสแล้ว เป็นผู้ควรมานัตต้องอาบัติสังฆาทิเสส ตัว หนึ่งในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ สงฆ์จงชักเข้าหาอาบัติเดิม แล้วอยู่ปริวาสใหม่ (สมุจจยขันธกะ)
8/298/48/277/5
หัวข้อธรรม (1)
[๔๐๔-๔๐๘] ภิกษุกำลังประพฤติมานัต ได้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ตัวหนึ่งใน ระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ สงฆ์จงชักเข้าหาอาบัติเดิม แล้วให้มานัต 6 ราตรี (สมุจจยขันธกะ)
8/307/78/285/2
หัวข้อธรรม (1)
[๔๐๙-๔๑๔] ภิกษุอยู่มานัตแล้ว เป็นผู้ควรอัพภาน ได้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ตัวหนึ่งในระหว่าง ไม่ได้ปิดบังไว้ สงฆ์จงชักเข้าหาอาบัติเดิม แล้วให้ มานัต 6 ราตรี (สมุจจยขันธกะ)
8/316/88/292/18
หัวข้อธรรม (1)
[๔๑๘-๔๒๒] ภิกษุอยู่ปริวาส 1 ปักษ์ กำลังอยู่ปริวาสได้ต้องอาบัติสังฆาทิเสส ตัวหนึ่งในระหว่าง ปิดบังไว้ 5 วัน สงฆ์จงชักเข้าหาอาบัติเดิม แล้วให้ปริวาส ประมวลอาบัติตัวก่อน เข้าด้วยกัน (สมุจจยขันธกะ)
8/326/68/301/18