พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
[๖๔๗] ภิกษุคิดเห็นว่า ความบาดหมาง ความทะเลาะ ความแก่งแย่ง การวิวาท ก็ดี จักมีแก่สงฆ์ แล้วไม่บอก, ไม่บอกด้วยคิดว่าสงฆ์จักแตกแยกกัน หรือ จะร้าวรานกัน, ไม่บอกด้วยคิดเห็นว่า ภิกษุรูปนี้เป็นผู้โหดร้าย หยาบคายจะทำอันตรายแก่ชีวิต หรือพรหมจรรย์, ไม่พบภิกษุอื่นที่สมควรจึงไม่บอก,ไม่ตั้งใจจะปิดแต่ยังไม่ได้บอก, ไม่บอกด้วยคิดเห็นว่าจะปรากฏเอง ด้วยการกระทำของตน...ไม่ต้องอาบัติ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๔)
4/696/24/695/16
หัวข้อธรรม (1)
อัชฌาจาร อันชั่วหยาบของอนุปสัมบัน ได้แก่ ตั้งใจทำอสุจิให้เคลื่อน และ เคล้าคลึงด้วยกายกับผู้หญิง (ขุททกกัณฑวรรณนา)
4/697/124/696/18
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕๐] บุคคลมีอายุหย่อน 20 ปี ย่อมเป็นผู้ไม่อดทนต่อ เย็น ร้อน หิว กระหายต่อคำกล่าวที่เขากล่าวร้าย ต่อทุกขเวทนาทางกาย อันอาจผลาญชีวิตได้ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๕)
4/700/94/699/2
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕๑] จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย พระอุปัชฌาย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คณะ และพระอาจารย์ต้องอาบัติทุกกฏ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๕)
4/701/124/700/11
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕๒] บุคคลมีอายุหย่อน 20 ปี ภิกษุสำคัญว่าครบ 20 ปี ให้อุปสมบท ไม่ต้องอาบัติ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๕)
4/701/214/700/20
หัวข้อธรรม (1)
บุคคลมีอายุครบ 20 ปี ได้แก่ มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ นับแต่ถือปฏิสนธิมา (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๕)
4/703/144/702/13
หัวข้อธรรม (1)
ผู้อยู่ในท้องมารดา 6 เดือน แล้วคลอด จะไม่รอด (ขุททกกัณฑวรรณนา)
4/705/44/703/22
หัวข้อธรรม (1)
ถ้าบุคคลผู้มีอายุ หย่อน 20 ปี ได้บวชจนเป็นพระอุปัชฌาย์ หากเว้นอุปัชฌาย์ นั้นเสียคณะครบ การอุปสมบทของกุลบุตรนั้นดีแล้ว ถ้าพระอุปัชฌาย์นั้น ยังไม่รู้เพียงใด ว่าตนไม่ได้เป็นภิกษุ. ก็ยังไม่เป็นอันตรายต่อสวรรค์ และนิพพาน ครั้นรู้แล้ว พึงอุปสมบทใหม่ (ขุททกกัณฑวรรณนา)
4/705/84/704/1
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕๗] ภิกษุไม่ได้ชักชวนกันไป, คนทั้งหลายชักชวน ภิกษุไม่ได้ชักชวน,ไปผิดวันผิดเวลา มีอันตราย...ไม่ต้องอาบัติ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๖)
4/709/24/707/9
หัวข้อธรรม (1)
[๖๕๙] มาตุคาม ได้แก่ หญิงมนุษย์ ไม่ใช่หญิงยักษ์ ไม่ใช่หญิงเปรต ไม่ใช่สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย เป็นสตรีที่รู้เดียงสา สามารถทราบถ้อยคำ วาจาชั่วหยาบและสุภาพได้ (สัปปาณกวรรคสิกขาบทที่ ๗)
4/711/204/710/6