พุทธธรรมสงฆ์
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามันงาที่รับประเคนก่อนฉัน แม้เจืออามิสในเวลาก่อนฉันย่อมควร , ตั้งแต่หลังฉันไปปราศจากอามิสจึงควร ส่วนที่รับประเคนหลังฉันนั้น ปราศจากอามิสเท่านั้น จึงควร (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1042/103/983/3
หัวข้อธรรม (1)
ภิกษุจะดื่มกินนํ้ามันงา ที่ทำให้เป็น อุคคหิตก์ เก็บไว้ไม่ควร ควรใช้ภายนอกแม้เกิน 7 วันก็ไม่เป็นอาบัติ (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1042/143/983/8
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามัน ที่ภิกษุรับประเคนเมล็ดงาในปุเรภัตทำ เจืออามิสย่อมควรในปุเรภัตตั้งแต่ปัจฉาภัตไป เป็นของไม่ควรกิน (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1042/163/983/10
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามัน ที่ภิกษุรับประเคนเมล็ดงาในปัจฉาภัตทำ เป็นของไม่ควรกลืนกิน (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1042/193/983/12
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามัน ที่พวกอนุปสัมบันทำจากผงเมล็ดพันธุ์ผักกาด หรือเมล็ดละหุ่ง แม้เจืออามิสก็ควร ในเวลาก่อนฉัน . ก็เพราะวัตถุเป็นยาวชีวิก จึงไม่มีโทษในการรับประเคนทั้งวัตถุ ถ้าภิกษุทำเองพึงบริโภค ปราศจากอามิสอย่างเดียว (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1043/173/984/7
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามัน ที่ทำจากเมล็ดพันธุ์ผักกาด เป็นต้น ที่เป็นอุคคหิตก์ ไม่ควรกลืนกิน ควรใช้ภายนอก (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1044/13/984/13
หัวข้อธรรม (1)
เมล็ดพันธุ์ผักกาด มะซาง ละหุ่ง ที่รับประเคนไว้เพื่อทำนํ้ามัน ถ้าทำในวันนั้นเป็น สัตตาหกาลิก. ถ้าเก็บไว้จนอรุณที่ 8 ขึ้น เป็นของต้องสละ ภิกษุต้องอาบัติทุกกฏ (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1044/23/984/15
หัวข้อธรรม (1)
นํ้ามันผลมะพร้าว เมล็ดสะเดา สะคร้อ เล็บเหยี่ยว สำโรง อื่นๆ ที่ไม่ได้มาในบาลี เมื่อภิกษุรับประเคนนํ้ามันเหล่านั้นแล้วให้ล่วง 7 วันไป เป็นทุกกฏ
3/1044/123/984/24
หัวข้อธรรม (1)
ทรงอนุญาต เปลวมัน ของสัตว์ที่มีเนื้อเป็นอกัปปิยะ ยกเว้นเปลวมันแห่งมนุษย์เสีย ส่วนเปลวมันของสัตว์ที่มีเนื้อเป็น กัปปิยะ ได้ทุกชนิด (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1045/23/985/10
หัวข้อธรรม (1)
เปลวมันที่อนุปสัมบันเจียวและกรองแล้ว ภิกษุรับก่อนฉัน แม้เจืออามิสก็ควรในเวลาก่อนฉัน หลังฉันไป ไม่เจืออามิสจึงควรตลอด 7 วัน ธุลีละเอียด เป็นเนื้อ เอ็น กระดูก ปนอยู่ จัดเป็นอัพโพหาริก (ติงสกกัณฑวรรณนา)
3/1045/123/985/19