พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 481 (เล่ม 85)

ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย ๓ วาระ แก่กุศล ๓ วาระ แก่อกุศล ๓
วาระ.
อรรถกถาอุปนิสสยปัจจัย จบ
๑๐. ปุเรชาตปัจจัย
[๕๕๖] ๑. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากธรรม ด้วย
อำนาจของปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
๑. พระอรหันต์พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๒. พระอรหันต์พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็น
ทุกข์ เป็นอนัตตา.
๓. พระอรหันต์เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพโสต-
ธาตุ.
๔. รูปายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๕. สัททายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ, คันธายตนะ เป็น
ปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ, รสายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ, โผฏ-
ฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย.

481
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 482 (เล่ม 85)

ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่
๑. จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๒. โสตายตนะ เป็นปัจจัยแก่โสตวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๓. ฆานายตนะ เป็นปัจจัยแก่ฆานวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๔. ชิวหายตนะ เป็นปัจจัยแก่ชิวหาวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๕. กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
๖. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากต-
วิบาก และอัพยากตกิริยา ด้วยอำนาจของปุเรชาตปัจจัย
[๕๕๗] ๒. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
๑. พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นจักษุ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๒. พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นโสตะ ฆานะ ชิวหา

482
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 483 (เล่ม 85)

กายะ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และหทยวัตถุ โดยความเป็น
ของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๓. พระเสขะหรือปุถุชน พิจารณาเห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟัง
เสียงด้วยทิพโสตธาตุ.
ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่
๑. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของ
ปุเรชาตปัจจัย.
[๕๕๘] ๓. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ และ วัตถุปุเรชาตะ
ที่เป็น อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่
๑. บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ เพราะปรารภจักษุนั้น ราคะ
ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
๒. บุคคลยินดีเพลิดเพลินโสตะ ฆานะ ชิวหา กายะ รูป
เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และหทัยวัตถุ เพราะปรารภโสตะเป็นต้น
ราคะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา อุทธัจจะ โทมนัส ย่อมเกิดขึ้น.
ที่เป็น วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่
๑. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจ
ของปุเรชาตปัจจัย.

483
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 484 (เล่ม 85)

อรรถกถาปุเรชาตปัจจัย
ใน ปุเรชาตปัจจัย แม้จักขายตนะเป็นต้น พระผู้มีพระภาคเจ้า
ตรัสไว้ด้วยอำนาจรูปหยาบ ส่วนอาโปธาตุเป็นต้น เป็นอารัมมณปุเรชาต-
ปัจจัยเท่านั้น. สำหรับวัตถุปุเรชาตะ คำว่า จกฺขวายตนํ เป็นต้น พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ เพื่อแสดงจักขายตนะเป็นต้นนั้นว่า เป็นวัตถุรูป
ที่เกิดก่อน. คำว่า วตฺถุ วิปากาพฺยากตานํ คือ วัตถุเป็นปัจจัยแก่
วิบากอัพยากตะ ตรัสหมายถึงปุเรชาตปัจจัยในปวัตติกาล.
อรรถกถาปุเรชาตปัจจัย จบ
๑๑. ปัจฉาชาตปัจจัย
[๕๕๙] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของปัจฉาชาตปัจจัย
คือ ๑. กุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วย
อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
[๕๖๐] ๒. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของปัจฉาชาตปัจจัย
คือ อกุศลขันธ์ที่เกิดภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วย
อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
[๕๖๑] ๓. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย
อำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย

484
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 485 (เล่ม 85)

คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่เกิด
ภายหลัง เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อน ด้วยอำนาจของปัจฉาชาตปัจจัย.
อรรถกถาปัจฉาชาตปัจจัย
ใน ปัจฉาชาตปัจจัย คำว่า อิมสฺส กายสฺส ได้แก่ กายอัน
ประกอบด้วยมหาภูตรูป ๔. คำว่า ปจิฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ความว่า
เป็นธรรมที่เกิดภายหลัง และเป็นปัจจัยด้วยอำนาจการค้ำจุน. ปัจฉาชาต-
ปัจจัยนี้มาแล้ว โดยอนุโลมในปัญหาวาระนี้ว่า ความเป็นปัจจัยเพราะ
อรรถว่าค้ำจุนนี้แหละ ชื่อว่า ปัจฉาชาตปัจจัย.
อรรถกถาปัจฉาชาตปัจจัย จบ
๑๒. อาเสวนปัจจัย
[๕๖๒] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
อาเสวนปัจจัย
คือ ๑. กุศลขันธ์ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ที่เกิดหลังๆ
ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย.
๒. อนุโลม เป็นปัจจัย แก่โคตรภู ด้วยอำนาจของอาเสวน-
ปัจจัย.
๓. อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ด้วยอำนาจของอาเสวน-
ปัจจัย.

485
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 486 (เล่ม 85)

๔. โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย.
๕. โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของอาเสวน
ปัจจัย.
[๕๖๓] ๒. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของอาเสวนปัจจัย
คือ อกุศลขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ
ด้วยอำนาจของอาเสวนปัจจัย.
[๕๖๔] ๓. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย
อำนาจของอาเสวนปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตกิริยาที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นอัพยากตกิริยาที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของอาเสวน-
ปัจจัย.
อรรถกถาอาเสวนปัจจัย
ในการถือเอาคำเป็นต้นว่า อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อนุโลมเป็นปัจจัย
แก่โคตรภู ใน อาเสวนปัจจัย แยกออกไปส่วนหนึ่ง พึงทราบเหตุ
แห่งการแยกไปนั้น โดยนัยที่กล่าวไว้ในหนหลังนั่นแหละ.
อรรถกถาอาเสวนปัจจัย จบ

486
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 487 (เล่ม 85)

๑๓. กัมมปัจจัย
[๕๖๕] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
กัมมปัจจัย
คือ กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจของกัมม-
ปัจจัย.
[๕๖๖] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
กุศลเจตนา เป็นนปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของกัมม-
ปัจจัย.
ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่
กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของ
กัมมปัจจัย.
[๕๖๗] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
คือ กุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป
ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๕๖๘] ๔. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของกัมมปัจจัย

487
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 488 (เล่ม 85)

คือ อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจของ
กัมมปัจจัย
[๕๖๙] ๕. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของกัมมปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น สหชาตะ และ นานาขณิกะ
ที่เป็น สหชาตะ ได้แก่
อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของกัมม-
ปัจจัย.
ที่เป็น นานาขณิกะ ได้แก่
อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจ
ของกัมมปัจจัย.
[๕๗๐] ๖. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากต-
ธรรม ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย
คือ อกุศลเจตนา เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐาน-
รูป ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
[๕๗๑] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย
อำนาจของกัมมปัจจัย
คือ เจตนาที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยา เป็นปัจจัยแก่
สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.

488
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 489 (เล่ม 85)

ในปฏิสนธิขณะ เจตนาที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่สัมป-
ยุตตขันธ์ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย.
อรรถกถากัมมปัจจัย
ในคำนี้ว่า กุสลา เจตนา สมฺปยุตตกานํ ใน กัมมปัจจัย เจตนา
พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ตรัสว่าสหชาตะ เพราะไม่มีการจำแนกเป็นสหชาต-
กัมมปัจจัย และนานักขณิกกัมมปัจจัย๑ แต่ในการวิสัชนาอัพยากตธรรม
การจำแนกนั้นมีอยู่. เพราะฉะนั้น เจตนาที่เป็นสหชาตะและนานักขณิกะ
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสไว้ในวาระนั้น. ปฏิสนธิ ศัพท์ ตรัสไว้ด้วย
อำนาจกฏัตตารูป.
สองบทว่า เจตนา วตฺถุสฺส คือ เจตนาเป็นปัจจัยแก่วัตถุ ตรัส
ไว้เพื่อแสดงว่าอรูปธรรมอิงอาศัยวัตถุในปฏิสนธิขณะ ย่อมเป็นไปเพราะ
วัตถุเป็นปัจจัยแม้ก็จริง ถึงเจตนาก็เป็นปัจจัยแก่วัตถุได้. แม้ในวิปาก-
ปัจจัย ผู้ศึกษาพึงทราบเนื้อความในปฏิสนธิวาระ โดยนัยนี้เหมือนกัน.
อรรถกถากัมมปัจจัย จบ
๑. บาลี เรียก นานาขณิกะ.

489
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 490 (เล่ม 85)

๑๔. วิปากปัจจัย๑
[๕๗๒] อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของวิปากปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตต-
สมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑
และจิตตสมุฏฐานรูป ขันธ์ ์๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป
ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย.
ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย. ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัย
แกขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็น
ปัจจัย แก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย.
ขันธ์ทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ ด้วยอำนาจของวิปากปัจจัย.
๑๕. อาหารปัจจัย
[๕๗๓] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
อาหารปัจจัย
คือ อาหารที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ ด้วยอำนาจ
ของอาหารปัจจัย.
[๕๗๔] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของอาหารปัจจัย
๑. ไม่มีอรรถกถาแก้.

490