พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 451 (เล่ม 85)

๒. บุคคลอาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา แล้วให้ทาน สมาทาน-
ศีล กระทำอุโบสถกรรม ยังฌานให้เกิดขึ้น ยังวิปัสสนาให้เกิดขึ้น ยัง
มรรคให้เกิดขึ้น ยังอภิญญาให้เกิดขึ้น ยังสมาบัติให้เกิดขึ้น.
๓. ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ศีล
สุตะ จาคะ ปัญญา ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๔. บริกรรมแห่งปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ปฐมฌาน ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๕. บริกรรมแห่งทุติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๖. บริกรรมแห่งตติยฌาน เป็นปัจจัยแก่ตติยฌาน ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๗. บริกรรมแห่งจตุตถฌาน เป็นปัจจัยแก่จตุตถฌาน ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๘. บริกรรมแห่งลากาสานัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่อากาสานัญ-
จายตนะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๙. บริกรรมแห่งวิญญาณัญจายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจาย-
ตนะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๐. บริกรรมแห่งอากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่อากิญจัญญาย-
ตนะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๑. บริกรรมแห่งเนวสัญญานาสัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนว-
สัญญานาสัญญายตนะ ด้วยอำนาจของนิสสยปัจจัย.

451
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 452 (เล่ม 85)

๑๒. ปฐมฌาน เป็นปัจจัยแก่ทุติยฌาน ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย ฯ ลฯ.
๑๓. จตุตถฌาน เป็นปัจจัยแก่อากาสานัญจายตนะ อากาสานัญ-
จายตนะ เป็นปัจจัยแก่วิญญาณัญจายตนะ วิญญาณัญจายตนะ เป็นปัจจัย
แก่อากิญจัญญยตนะ อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานา-
สัญญายตนะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๔. บริกรรมแห่งทิพยจักษุ เป็นปัจจัยแก่ทิพยจักษุ ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๕. บริกรรมแห่งทิพโสตธาตุ เป็นปัจจัยแก่ทิพโสตธาตุ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๖. บริกรรมแห่งอิทธิวิธญาณ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๗. บริกรรมแห่งเจโตปริยญาณ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๘. บริกรรมแห่งปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เป็นปัจจัยแก่ปุพเพ-
นิวาสานุสสติญาณ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๙. บริกรรมแห่งยถากัมมูปคญาณ เป็นปัจจัยแก่ยถากัมมูปคญาณ
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๐. บริกรรมแห่งอนาคตังสญาณ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๑. ทิพยจักษุ เป็นปัจจัยแก่ทิพยจักษุ ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.

452
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 453 (เล่ม 85)

๒๒. ทิพโสตธาตุ เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ด้วยอำนาจของอุป-
นิสสยปัจจัย.
๒๓. อิทธิวิธญาณ เป็นปัจจัยแก่เจโตปริยญาณ ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
๒๔. เจโตปริญาณ เป็นปัจจัยแก่ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๕. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ เป็นปัจจัยแก่ยถากัมมูปคญาณ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๖. ยถากัมมูปคญาณ เป็นปัจจัยแก่ยถากัมมูปคญาณ ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๗. บริกรรมแห่งปฐมมรรค เป็นปัจจัยแก่ปฐมมรรค ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๘. บริกรรมแห่งทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ทุติยมรรค ด้วยอำนาจ
ของนิสสยปัจจัย.
๒๙. บริกรรมแห่งตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๐. บริกรรมแห่งจตุตถมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๑. ปฐมมรรคเป็นปัจจัยแก่ทุติมรรค ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
๓๒. ทุติยมรรค เป็นปัจจัยแก่ตติยมรรค ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.

453
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 454 (เล่ม 85)

๓๓. ตติยมรรค เป็นปัจจัยแก่จตุตถมรรค ด้วยอำนาจของนิสสย-
ปัจจัย.
๓๔. พระเสขะทั้งหลาย อาศัยมรรคแล้ว ยังสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้
เกิดขึ้น เข้าสมาบัติที่เกิดแล้ว พิจารณาเห็นแจ้งสังขารทั้งหลาย โดย
ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๓๕. มรรค เป็นปัจจัย แก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติ-
ปฏิสัมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา และแก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและ
อฐานะ ของพระเสขะทั้งหลาย ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๕๔๕] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลให้ทาน สมาทานศีล การทำอุโบสถกรรมแล้ว ย่อมยินดี
เพลิดเพลิน เพราะกระทำกุศลนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้น
การทำกุศลนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อม
เกิดขึ้น.
๒. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำกุศลทั้งหลายที่สั่งสม
ไว้ดีแล้วในกาลก่อน ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำกุศลนั้น
ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๓. บุคคลออกจากฌานแล้ว ย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำ
ฌานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ครั้นกระทำฌานนั้นให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.

454
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 455 (เล่ม 85)

ที่เป็น ปกตูนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว ย่อมถือมานะ ทิฏฐิ.
๒. บุคคลอาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา แล้ว ย่อมถือมานะ ทิฏฐิ.
๓. ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่ราคะ โทสะ
มานะ ทิฏฐิ และแก่ความปรารถนา ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
[๕๔๖] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ
และ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่
๑. พระอรหันต์ออกจากมรรค กระทำมรรคให้เป็นอารมณ์อย่าง
หนักแน่น แล้วพิจารณา.
ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่
๑. กุศลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒. มรรค เป็นปัจจัยแก่ผล.
๓. อนุโลมของพระเสขะทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ.
๔. เนวสัญญานาสัญญายตนกุศล ของพระอริยบุคคลผู้ออกจาก
นิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลอาศัยศรัทธา แล้วทำตนให้เดือดร้อน ทำให้ตนเร่าร้อน
ย่อมเสวยทุกข์ อันมีการแสวงหาเป็นมูล.

455
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 456 (เล่ม 85)

๒. บุคคลอาศัยศีล สุตะ จาคะ ปัญญา แล้ว ทำตนให้เดือดร้อน
ทำตนให้เร่าร้อน ย่อมเสวยทุกข์ อันมีการแสวงหาเป็นมูล.
๓. ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ ปัญญา เป็นปัจจัยแก่สุขทางกาย
แก่ทุกข์ทางกาย แก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๔. กุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
๕. พระอรหันต์ อาศัยมรรค ยังกิริยาสมาบัติที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น
เข้ากิริยาสมาบัติที่เกิดขึ้นแล้ว พิจารณาสังขารด้วยความเป็นของไม่เที่ยง
เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา.
๖. มรรค เป็นปัจจัยแก่อัตถปฏิสัมภิทา ธัมมปฏิสัมภิทา นิรุตติ-
ปฏิสมภิทา ปฏิภาณปฏิสัมภิทา และแก่ความเป็นผู้ฉลาดในฐานะและ
อฐานะของพระอรหันต์ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๗. มรรค เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
[๕๔๗] ๔. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ
และ ปกตูปนิสสยะ
ที่เป็น อารัมมณูปนิสสยะ ได้แก่
๑. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำราคะให้เป็นอารมณ์

456
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 457 (เล่ม 85)

อย่างหนักแน่น ครั้น กระทำราคาให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ
ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๒. บุคคลย่อมยินดีเพลิดเพลิน เพราะกระทำทิฏฐิให้เป็นอารมณ์
อย่างหนักแน่น ครั้นการทำทิฏฐิให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ราคะ
ทิฏฐิ ย่อมเกิดขึ้น.
๓. ที่เป็น อนันตรูปนิสสยะ ได้แก่
อกุศลขันธ์ที่เกิดขึ้นก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๔. ที่เป็น ปกตูปนิสสยะ ได้แก่
บุคคลอาศัยราคะแล้วฆ่าสัตว์ ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้
พูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบ พูดเพ้อเจ้อ ตัดที่ต่อ ปล้นไม่ให้เหลือ
ทำการปล้นในเรือนหนึ่ง คอยดักอยู่ในหนทางเปลี่ยว คบหาภรรยาของ
ชายอื่น ทำการฆ่าชาวบ้าน ทำการฆ่าชาวนิคม ฆ่ามารดา ฆ่าบิดา
ฆ่าพระอรหันต์ ยังโลหิตพระตถาคตให้ห้อด้วยจิตประทุษร้าย ทำลายสงฆ์
ให้แตกกัน.
๕. บุคคลอาศัยโทสะแล้ว ฯลฯ.
๖. บุคคลอาศัยโมหะ มานะ ทิฏฐิ และความปรารถนา แล้ว ฆ่า
สัตว์ ฯ ล ฯ ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน.
๗. ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และความปรารถนา เป็น
ปัจจัยแก่ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ และแก่ความปรารถนา
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.

457
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 458 (เล่ม 85)

[๕๔๘] ๘. ปาณาติบาต เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย
๙. ปาณาติบาต เป็นปัจจัยแก่อทินนาทาน...กาเมสุมิจฉาจาร
มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา พยาบาท...
แก่มิจฉาทิฏฐิ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๐. อทินนาทาน เป็นปัจจัยแก่อทินนาทาน ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
๑๑. อทินนาทานเป็นปัจจัยแก่กาเมสุมิจฉาจาร มุสาวาท ฯลฯ
มิจฉาทิฏฐิ และแก่ปาณาติบาต ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
พึงผูกให้เป็นจักกเปยยาล.
[๕๔๙] ๑๒. กาเมสุมิจฉาจาร เป็นปัจจัยแก่กาเมสุมิจฉาจาร ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย
๑๓. กาเมสุมิจฉาจาร เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่
อทินนาทาน ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๔. มุสาวาท เป็นปัจจัยแก่มุสาวาท ด้วยอำนาจของอุปนิสส-
ปัจจัย.
๑๕. มุสาวาท เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่กาเมสุ-
มิจฉาจาร ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๖. ปิสุณาวาจา เป็นปัจจัยแกปิสุณาวาจา ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.

458
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 459 (เล่ม 85)

๑๗. ปิสุณาวาจา เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่มุสาวาท
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑๘. ผรุสวาจา เป็นปัจจัยแก่ผรุสวาจา ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
๑๙. ผรุสวาจา เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่ปิสุณา-
วาจา ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๐. สัมผัปปลาปะ เป็นปัจจัยแก่สัมผัปปลาปะ ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๑. สัมผัปปลาปะ เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่ผรุส-
วาจา ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๒. อภิชฌา เป็นปัจจัยแก่อภิชฌา ด้วยอำนาจของอุปนิสสย-
ปัจจัย.
๒๓. อภิชฌา เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่สัมผัป-
ปลาปะ ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๔. พยาบาท เป็นปัจจัยแก่พยาบาท ด้วยอำนาจของอุป-
นิสสยปัจจัย.
๒๕. พยาบาท เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต ฯลฯ แก่อภิชฌา
ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๒๖. มิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่มิจฉาทิฏฐิ ด้วยอำนาจของ
อุปนิสสยปัจจัย.
๒๗. มิจฉาทิฏฐิ เป็นปัจจัยแก่ปาณาติบาต อทินนาทาน กาเม-

459
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 460 (เล่ม 85)

สุมิจฉาจาร มุสาวาท ปิสุณาวาจา ผรุสวาจา สัมผัปปลาปะ อภิชฌา
พยาบาท ด้วยอำนาจชองอุปนิสสยปัจจัย.
[๕๕๐] ๒๘. มาตุฆาตกรรม๑ เป็นปัจจัยแก่มาตุฆาตกรรม ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย
๒๙. มาตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่ปิตุฆาตกรรม อรหันต-
ฆาตกรรม โรหิรุปปาทกรรม สังฆเภทกรรม... นิตยมิจฉาทิฏฐิ ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๐. ปิตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่ปิตุฆาตกรรม ด้วยอำนาจ
ของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๑. ปิตุฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่อรหันตฆาตกรรม โรหิรุป-
ปาทกรรม สังฆเภทกรรม นิยตมิจฉาทิฏฐิ... มาตุฆาตกรรม ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๒. อรหันตฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่อรหันต์ฆาตกรรม ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๓. อรหันต์ฆาตกรรม เป็นปัจจัยแก่โรหิรุปปาทกรรม ฯ ล ฯ
ปิตุฆาตกรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๔. โรหิรุปปาทกรรม เป็นปัจจัยแก่โรหิรุปปาทกรรม ด้วย
อำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๓๕. โรหิรุปปาทกรรม เป็นปัจจัยแก่สังฆเภทกรรม ฯ ล ฯ
อรหันต์ฆาตกรรม ด้วยอำนาจของอุปนิสสยปัจจัย.
๑. ข้อความในข้อ ๕๔๘-๕๔๙-๕๕๐ รวมอยู่ในข้อ ๕๔๗ ที่ว่าด้วยอกุศลเป็นปัจจัยแก่อกุศล.

460