พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 431 (เล่ม 85)

และอรูปาวจรวิบากที่เป็นไปด้วยอำนาจภวังค์อย่างเดียว แก่โลกกุตตรวิบาก
๑๒ ที่เป็นไปด้วยอำนาจผลสมาบัติ.
กุศลจิตดวงที่ ๒ ก็เหมือนกัน. ส่วนดวงที่ ๓ และที่ ๔ ย่อมเป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวงที่เหลือ เว้นกุศลที่เกิดในภูมิสูง ๆ ขึ้นไป
และโลกุตตรวิบาก.
มหากุศลจิตดวงที่ ๕ และที่ ๖ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๓๓ ดวง
คือแก่ตนเอง แก่กุศลจิตที่สหรคตด้วยอุเบกขาซึ่งเกิดในภูมิสูง ๆ ขึ้นไป ๙
ดวง และแก่วิบากจิต ๒๓ ดวง.
มหากุศลจิตดวงที่ ๗ และที่ ๘ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวง
เท่านั้น.
รูปาวจรกุศลจิต ๕ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๐ ดวง คือ แก่
รูปาวจรกุศลที่เกิดภายหลังตน ๑ แก่มหาวิบากญาณสัมปยุต ๔ ดวง และ
แก่รูปาวจรวิบาก ๕ ดวง.
โดยนัยนี้แหละ บรรดา อรูปาวจรกุศล ทั้งหลาย ดวงที่ ๑ เป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๑ ดวง พร้อมกับวิบากของตน.
อรูปาวจรกุศลดวงที่ ๒ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง.
อรูปาวจรกุศลดวงที่ ๓ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๓ ดวง.
อรูปาวจรกุศลดวงที่ ๔ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๕ ดวง คือ
จิต ๑๔ ดวง และผลสมาบัติ ๑ ดวง.
โลกุตตรกุศล เป็นอนันตรปัจจัยเฉพาะแก่วิบากของ ๆ ตน เท่า-
นั้น.

431
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 432 (เล่ม 85)

บรรดาจิตที่สหรคตด้วยโลภะ ๘ ดวง อกุศลจิตดวงหนึ่ง ๆ เป็น
ปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวง คือ กามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑๑ ดวง
มหัคคตวิบาก ๙ ดวง และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
จิตที่สหรคตด้วยโทสะ ๒ ดวง เป็นอนันตรปัจจัย แก่จิต ๗ ดวง
คือกามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๖ ดวง ซึ่งสหรคตด้วยอุเบกขาและ
แก่คนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
จิตที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและอุทธัจจะ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต
๒๑ ดวง คือกามาวจรวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑ ดวง พร้อมกับอเหตุก-
วิบากที่สหรคตด้วยโสมนัสมหัคคตวิบาก ๙ และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
ปัญจวิญญาณฝ่ายกุศลวิบาก เป็นอนันตรปัจจัยแก่มโนธาตุฝ่าย
กุศลวิบาก.
มโนธาตุ เป็นอนันตรปัจจัย แก่มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๒ ดวง.
บรรดามโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๒ ดวงนั้น ดวงที่สหรคตด้วยโสมนัส
เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง คือ มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบาก ๑๐ ดวง
ที่ทำหน้าที่เป็นภวังค์ แก่ตนเองที่เกิดภายหลังตนในเวลาเป็นตทารัมมณะ
และแก่โวฏฐัพพนกิริยา.
ส่วน อเหตุกมโนวิยญาณธาตุที่สหรคตด้วยอุเบกขา เป็นอนันตร-
ปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง เหมือนกัน คือ แก่อาวัชชนมโนธาตุ อาวัชชน-
มโนวิญญาณธาตุที่มีฐาน ๒ และวิบากมโนวิญญาณธาตุ ๑๐.
มหาวิบากที่เป็นติเหตุกะ เป็นปัจจัยแก่จิต ๒๑ ดวง คือ แก่
มโนวิญญาณธาตุฝ่ายวิบากที่เป็นกามาวจร ๑๐. เว้นโสมนัสสันตีรณะ
รูปาวจรวิบาก อรุปาวจรวิบาก และอาวัชชนจิตทั้งสอง.

432
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 433 (เล่ม 85)

ทุเหตุวิบาก เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง ที่เหลือเว้น
มหัคคตวิบาก.
รูปาวจรวิบาก ๕ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๙ ดวง คือ แก่
สาเหตุกกุศลวิบากปฏิสนธิจิต อันเป็นไปในภูมิทั้งสาม ๑๗ ดวง และ
อาวัชชนจิต ๒.
ใน บรรดาอรูปาวจรวิบาก อรูปาวจรวิบากจิตดวงที่ ๑ เป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๙ ดวง คือ ติเหตุกปฏิสนธิฝ่ายกุศลวิบากชั้นกามา-
วจร ๔ อรูปาวจรวิบาก ๔ และมโนทวาราวัชชนจิต ๑.
อรูปวจรวิบากจิตดวงที่ ๒ เป็นอนันตรปัจจัย ๘ ดวง เว้น
วิบากชั้นต่ำกว่าเสียหนึ่งดวง.
อรูปวจรวิบากจิตดวงที่ ๓ เป็นอนันตรปัจจัยยแก่จิต ๗ ดวง เว้น
วิบากที่ต่ำกว่า ๒ ดวง.
อรูปาวจรวิบากจิตดวงที่ ๔ เป็นปัจจัยแก่จิต ๖ ดวง เว้นวิบาก
เบื้องต่ำ ๓ ดวง.
โลกุตตรวิบาก ๔ ดวง เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๔ ดวง คือ
ติเหตุกวิบาก ๑๓ ดวง และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑. ปัญจวิญญาณฝ่าย
อกุศลวิบาก เป็นอนันตรปัจจัยแก่อกุศลวิบากมโนธาตุ. มโนธาตุเป็น
อนันตรปัจจัยแก่อเหตุกมโนวิญญาณธาตุฝ่ายอกุศลวิบาก. อเหตุกมโน-
วิญญาณธาตุฝ่ายอกุศลวิบากนั้น เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๒ ดวง คือ
แก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ในเวลาเป็นตทารัมมณะ กามาวจรวิบาก ๙
ที่เป็นไปด้วยอำนาจปฏิสนธิและภวังค์ในจุติกาล และกามาวจรกิริยา ๒
ดวง ที่สหรคตด้วยอุเบกขา.

433
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 434 (เล่ม 85)

กิริยามโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่ทวิปัญจวิญญาณจิต ๑๐. ิ
หสิตุปปาทกิริยา เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๓ ดวง โดยไม่นับที่
ซ้ำ คือ แก่ติเหตุกวิบาก ๙ ที่เป็นไปด้วยอำนาจภวังค์ในปัญจโวการภพ
และแก่วิบากที่สหรคตด้วยโสมนัส ๕ ที่เป็นไปด้วยอำนาจตทารัมมณะ และ
แก่ตนเองที่เกิดภายหลัง.
โวฏฐัพพนกิริยา เป็นปัจจัยแก่จิต ๔๕ ดวง คือ กามาวจรกิริยา
๑๐ เว้นกิริยามโนธาตุ กามาวจรกุศล ๘ อกุศล ๑๒ และวิบากจิต ๑๕
ที่เป็นไปด้วยอำนาจภวังค์ในปัญจโวการภพ.
กามาวจรติเหตุกิริยา ที่สหรคตด้วยโสมนัส ๒ ดวง เป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๒๕ ดวง ที่นับแล้วไม่นับซ้ำอีก คือ แก่ติเหตุก-
วิบาก ๑๓ ที่เป็นไปด้วยอำนาจภวังค์ โสมนัสสหรคตวิบาก ๕ ด้วยอำนาจ
ตทารัมมณะ รูปาวจรกิริยา ๔ ที่เป็นไปด้วยอำนาจบริกรรม อรหัตตผล-
สมาบัติที่สหรคตด้วยโสมนัส ๔ ด้วยอำนาจแห่งอรหัตตผลสมาบัติ และ
แก่คนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
ทุเหตุกโสมนัสสหรคตกิริยา ๒ ดวง เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๗
ดวง โดยไม่นับที่ซ้ำกัน คือ แก่ภวังคจิต ๑๓ ตามที่กล่าวแล้ว ตทา-
รัมมณะ ๕ และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
กามาวจรติเหตุอุเบกขาสหรคตกิริยา ๒ ดวง เป็นอนันตรปัจจัย
แก่จิต ๒๔ ดวง โดยไม่นับที่ซ้ำกัน คือ แก่ภังคจิต ๑๓ ดวง เหล่านั้น
นั้นแหละ อุเบกขาสหรคตวิบาก ๖ ที่เป็นไปด้วยอำนาจตทารัมมณะ
รูปาวจรกิริยา ๑ ที่เป็นไปด้วยอำนาจบริกรรม อรูปาวจรกิริยา ๔ อรหัตต-
ผลสมาบัติ ๑ และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.

434
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 435 (เล่ม 85)

ทุเหตุกอุเบกขาสหรคตกิริยา ๒ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๘ ดวง
โดยไม่นับที่ซ้ำ คือ แก่ภวังคจิต ๑๓ เหล่านั้นด้วย แก่ตทารัมมณจิต ๖
และแก่ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑.
บรรดา รูปวจรกิริยาดวงหนึ่ง ๆ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๐
ดวง คือ ติเหตุกภวังค์ในปัญจโวการภพ ๙ ดวง และแก่ตนเองที่เกิด
ภายหลัง ๑ ดวง.
บรรดา อรูปาวจรกิริยาจิตทั้งหลาย
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๑ เป็นอนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๑ ดวง คือ
ภวังค์จิต ๙ ดวงในปัญจโวการภพ อีก ๑ ดวงในจตุโวการภพ และแก่
ตนเองที่เกิดภายหลัง ๑ ดวง.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๒ ย่อมได้ภวังคจิต ๒ ดวง ในจตุโว-
การภพ.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๓ ได้ ๓ ดวง.
อรูปาวจรกิริยาจิตดวงที่ ๔ ย่อมได้ภวังคจิต ๔ ดวง และผล-
สมาบัติอีก ๑ ดวง. บรรดาอรูปาวจรกิริยาเหล่านั้น ดวงหนึ่ง ๆ เป็น
อนันตรปัจจัยแก่จิต ๑๑-๑๒-๑๓ และ ๑๕ ดวง ตามลำดับดังนี้แล.
อนันตรปัจจัยย่อมได้นิทเทสแม้หลายอย่างด้วยประการฉะนี้ . เพราะเหตุนั้น
ท่านจึงกล่าวว่า บัณฑิตควรกำหนดนิทเทส ๑๐-๑๗-๖๐ และแม้มาก
หลาย (ของอนันตรปัจจัย) ให้ดี.
สมนันตรปัจจัย เป็นต้น มีเนื้อความกระจ่างแล้ว.
อรรถกถาอนันตรปัจจัย จบ

435
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 436 (เล่ม 85)

๕. สมนันตรปัจจัย
[๕๑๒] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
สมนันตรปัจจัย
คือ ๑. กุศลขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์
ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
๒. อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู ด้วยอำนาจของสมนันตร-
ปัจจัย.
๓. อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โวทาน ด้วยอำนาจของสมนันตร-
ปัจจัย
๔. โคตรภู เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของสมนันตร-
ปัจจัย
๕. โวทาน เป็นปัจจัยแก่มรรค ด้วยอำนาจของสมนันตร-
ปัจจัย
[๕๑๓] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย
คือ ๑. กุศล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจของสมนันตร
ปัจจัย
๒. มรรค เป็นปัจจัย แก่ผลด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
๓. อนุโลมของพระเสขะทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ
ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.

436
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 437 (เล่ม 85)

๔. เนวสัญญานาสัญญายตนกุศลของพระอริยบุคคลผู้ออกจาก
นิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
[๕๑๔] ๓. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
สมนันตรปัจจัย
คือ ๑. อกุศลขันธ์ทั้งหลายที่เกิดก่อน เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์
ทั้งหลายที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
[๕๑๕] ๔. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย
คือ ๑. อกุศล เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจของสมนันตร-
ปัจจัย.
[๕๑๖] ๕. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย
อำนาจของสมนันตรปัจจัย
คือ ๑. ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากตกิริยาที่
เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัพยากตวิบาก และอัพยากต-
กิริยาที่เกิดหลัง ๆ ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
๒. ภวังคจิต เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ด้วยอำนาจของ
สมนันตรปัจจัย.
๓. กิริยา เป็นปัจจัย แก่วุฏฐานะ ด้วยอำนาจสมนันตรปัจจัย.
๔. อนุโลมของพระอรหันต์ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วย
อำนาจของสมนันตรปัจจัย.

437
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 438 (เล่ม 85)

๕. เนวสัญญานาสัญญายตนกิริยาของพระอรหันต์ ผู้ออกจาก
นิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติ ด้วยอำนาจของสมนันตรปัจจัย.
[๕๑๗] ๖. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย
คือ ๑. อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่กุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย.
[๕๑๘] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย
คือ ๑. อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่อกุศลขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจ
ของสมนันตรปัจจัย.
๖. สหชาตปัจจัย๑
[๕๑๙] ๑. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรม ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย. ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย,
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.
๑. ไม่มีอรรถกถาแก้.

438
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 439 (เล่ม 85)

[๕๒๐] ๒. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย
คือ กุศลขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย.
[๕๒๑] ๓. กุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่กุศลธรรมและอัพยากตธรรม
ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน-
ูรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัย แก่ขันธ์ ๑ และ
จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.
[๕๒๒] ๔. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรม ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย,
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย,
[๕๒๓] ๕. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย
คือ อกุศลขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจ
ของสหชาตปัจจัย.

439
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 440 (เล่ม 85)

[๕๒๔] ๖. อกุศลธรรม เป็นปัจจัยแก่อกุศลธรรมและอัพยากต-
ธรรม ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย
คือ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐาน-
รูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และ
จิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่
ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.
[๕๒๕] ๗. อัพยากตธรรม เป็นปัจจัยแก่อัพยากตธรรม ด้วย
อำนาจของสหชาตปัจจัย
คือ ๑. ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและอัพตยากตกิริยา เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๓
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย,
ขันธ์ ๒ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย.
๒. ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก เป็นปัจจัย
แก่ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย, ขันธ์ ๓ เป็น
ปัจจัยแก่ขันธ์ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย ขันธ์ ๒
เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูป ด้วยอำนาจของสหชาตปัจจัย.
๓. ขันธ์ทั้งหลาย เป็นปัจจัยแก่หทยวัตถุ ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย.
๔. หทยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ด้วยอำนาจของ
สหชาตปัจจัย.

440