ในนัยที่มีมูล ๑๘ จึงมีปุจฉา ๓๔๓ ข้อ โดยการ
คำนวณ.
ใน นัยที่มีมูล ๑๙ มีปัจจัยหมวดละ ๑๙ รวม ๖ หมวด ด้วย
อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่งๆ ในบรรดาปัจจัย ๖ มีสัมปยุต ปัจจัย เป็นต้น
กับปัจจัยหมวด ๑๘ ก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในหมวดหนึ่ง ๆ
ในบรรดาปัจจัยหมวด ๑๙ เหล่านั้น
ในนัยที่มีมูล ๑๙ จึงมีปุจฉา ๒๙๔ ข้อ โดยการ
คำนวณ.
ใน นัยที่มีมูล ๒๐ มีปัจจัยหมวดละ ๒๐ รวม ๕ หมวด ด้วย
อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่งๆ ในบรรดาปัจจัย ๕ มีวิปปยุตตปัจจัย เป็นต้น
กับปัจจัยหมวด ๑๙ ก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๑๙ ข้อ เข้าในหมวดหนึ่ง ๆ
ในบรรดาปัจจัยหมวด ๒๐ เหล่านั้น
ในนัยที่มีมูล ๒๐ จึงมีปุจฉา ๒๔๕ ข้อ โดยการ
คำนวณ.
ใน นัยที่มีมูล ๒๑ มีปัจจัยหมวดละ ๒๑ รวม ๔ หมวด ด้วย
อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ ในบรรดาปัจจัย มีอัตถิปัจจัย เป็นต้น
กับหมวด ๒๐ ก่อน. เพราะจัดปุจฉา ๔๙ ข้อ เข้าในหมวดหนึ่ง ๆ ใน
บรรดาปัจจัยหมวด ๒๑ เหล่านั้น
ในนัยที่มีมูล ๒๑ ผู้รู้ลักษณะ จึงนับประมวล
ปุจฉาได้ ๑๙๖ ข้อ.
ใน นัยที่มีมูล ๒๒ มีปัจจัยหมวดละ ๒๒ รวม ๓ หมวด ด้วย
อำนาจการเชื่อมปัจจัยหนึ่ง ๆ บรรดาปัจจัย ๓ มีนัตถิปัจจัย เป็นต้น กับ