พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 741 (เล่ม 83)

ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.

741
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 742 (เล่ม 83)

ทุกมูลกะ - เอกมูลี - น รูปธาตุ - น อรุปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๘๐] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึง
รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงอรูป-
ธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.

742
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 743 (เล่ม 83)

น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูล - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
อรูปธาตุมูละ :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคน
มีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูละ น รูปธาตุ - น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี

743
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 744 (เล่ม 83)

อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูป-
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
ทุกมูลกะ เอกมูลี - น กามูธาตุ - น รูปธาตุมูละ กามธาตุมูลี :-
[๑๕๘๑] เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ
เข้าถึงกามธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึง
รูปธาตุย่อมไม่มี บุคคลนั้น เมื่อเกิดในเบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุ
เท่านั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.

744
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 745 (เล่ม 83)

น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงอรูป
ธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป ย่อม
ไม่มี.

745
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 746 (เล่ม 83)

ทุกมูลกะ ทวิมูลี - น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ - น
รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ การเข้าถึง
ภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ ย่อมไม่มี บุคคลนั้นเมื่อเกิดใน
เบื้องต่ำ ย่อมเข้าถึงกามธาตุนั้น มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง
อนุสัยที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ - น รูปธาตุมูละ น รูปธาตุ น อรูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิ
ที่ไม่ใช่รูปธาตุ ไม่ใช่อรูปธาตุ มีอนุสัย ๗ เท่านั้น นอนเนื่อง อนุสัย
ที่ดับไป ย่อมไม่มี.
น กามธาตุ น รูปธาตุมูละ น กามธาตุ น รูปธาตุมูลี :-
เมื่อบุคคลจุติจากภูมิที่ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ เข้าถึงภูมิที่
ไม่ใช่กามธาตุ ไม่ใช่รูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมี
อนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง อนุสัยที่ดับไป
ย่อมไม่มี.
ธาตุวาระ จบ
อนุสยยมก ที่ ๗ จบ

746
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 747 (เล่ม 83)

อรรถกถา
อนุสยยมก
บัดนี้ เป็นการวรรณนาเนื้อความแห่งอนุสยยมกเหมือนที่พระ-
ผู้มีพระภาคเจ้าทรงรวบรวมเอกเทศแห่งกุศลธรรมเป็นต้นทรงแสดงไว้
ในมูลยมกนั้นนั่นแหละ ด้วยสามารถแห่งการหยั่งเห็นได้แล้วทรงแสดง
ไว้ในลำดับแห่งสังขารยมก. บัณฑิตพึงทราบการกำหนดบาลี ในอนุสย-
ยมกก่อน เพราะว่า ในอนุสยยมกนี้พระองค์ทรงทำบาลีเทศนาไว้อีก
อย่างหนึ่ง ไม่เหมือนทำเทศนาในขันธยมก เป็นต้น.
ถามว่า ทำเทศนาอย่างไร ?
ตอบว่า ในเบื้องต้นทำเทศนาแสดงไว้ ๓ วาระ คือ ปริจเฉท-
วาระ วาระว่าด้วยการกำหนด, ปริจฉินนุทเทสวาระ วาระว่าด้วย
อุทเทสที่กำหนดไว้แล้ว, อุปปัตติฏฐานวาระ วาระว่าด้วยที่เป็นที่เกิดขึ้น
ก่อน, เพื่อจะให้ศึกษาอนุสัยทั้งหลาย โดยอาการ ๓ อย่าง คือ โดย
ปริจเฉท โดยอุทเทส และโดยอุปปัตติฏฐาน ต่อจากนั้นก็ทรงประกอบ
อนุสัยทั้งหลายทำยมกเทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗.
ในอนุสยยมกนั้น คำว่า " สตฺต อนุสยา " นี้ ชื่อว่า
ปริจเฉทวาระ เพราะความที่อนุสัยทั้งหลาย พระองค์กำหนดจำนวน
แสดงไว้ว่า " อนุสัยนี้ มี ๗ เท่านั้น ไม่เกินกว่านี้ ไม่ต่ำกว่านี้ "
ดังนี้.

747
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 748 (เล่ม 83)

คำว่า " กามราคานุสโย ฯเปฯ อวิชฺชานุสยโย " นี้ ชื่อว่า
ปริจฉินนุทเทสวาระ เพราะความที่วาระนี้ทรงยกเพียงแต่ชื่อแห่งธรรม
ที่กำหนดไว้แล้วโดยปริจเฉทวาระนั้น ขึ้นแสดงว่า " ชื่อว่า ธรรม
เหล่านี้ เป็นธรรมชนิดนั้น " ดังนี้.
ในข้อนั้น คำว่า กามราคานุสโย อนุเสติ เอตฺถ ฯเปฯ
อวิชฺชานุสโย อนุเสติ นี้ ชื่อว่า อุปปัตติฏฐานวาระ เพราะความที่
วาระนี้ ทรงแสดงที่เป็นที่เกิดขึ้นแห่งธรรมเหล่านั้นนั่นแหละ อย่างนี้
ว่า " อนุสัยเหล่านี้ ย่อมนอนเนื่อง ในวาระทั้งหลายชื่อนี้ " ดังนี้.
อนึ่ง พระผู้มีพระภาคเจ้า ประกอบอนุสัยทั้งหลายแล้วทำยมก
เทศนา ด้วยอำนาจแห่งมหาวาระ ๗ เหล่าใด มหาวาระเหล่านั้น มีชื่อ
ดังนี้ คือ.-
๑. อนุสยวาระ ( วาระว่าด้วยอนุสัย )
๒. สานุสยวาระ ( วาระว่าด้วยผู้มีอนุสัย )
๓. ปชหนวาระ ( วาระว่าด้วยการละ )
๔. ปริญญาวาระ ( วาระว่าด้วยการกำหนดรู้ )
๕. ปหีนวาระ ( วาระว่าด้วยการละได้แล้ว )
๖. อุปปัชชนวาระ ( วาระว่าด้วยการเกิด )
๗. ธาตุวาระ ( วาระว่าด้วยธาตุ )

748
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 749 (เล่ม 83)

อธิบายอนุสยวาระ
บรรดามหาวาระเหล่านั้น วาระที่ ๑ ชื่อว่า อนุสยวาระ นั้น
มี ๒ นัย คือ ด้วยสามารถแห่งอนุโลมนัย และปฏิโลมนัย. ในนัย
ทั้ง ๒ นั้น อนุโลมนัยมีอันตรวาระ ๓ วาระ ด้วยอำนาจแห่งบุคคล
และภูมิ คือ. -
ยสฺส อนุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใด (ปุคคล-
วาระ)
ยตฺถ อนุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องในภูมิใด ( โอกาส-
วาระ)
ยสฺส ยตฺถานุเสติ แปลว่า . . . กำลังนอนเนื่องแก่บุคคลใดใน
ภูมิใด ( ปุคคโลกาสวาระ )
ในอันตรวาระ ๓ เหล่านั้น ในปุคคลวาระมี ๒๑ ยมก คือ มี
กามราคานุสัยเป็นมูล ๖ ยมก โดยพระบาลีว่า :-
" ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส ปฏิฆานุสโย อนุเสติ
ยสฺส วาปน ปฏิฆานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย
อนุเสติ ฯ
ยสฺส กามราคานุสโย อนุเสติ ตสฺส มานานุสโย. . . .
ทิฏฐานุสโย ... วิจิกิจฉานุสโย ... ภวราคานุสโย . . . อวิชาชานุสโย
อนุเสติ

749
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๒ - หน้าที่ 750 (เล่ม 83)

ยสฺส วาปน อวิชฺชานุสโย อนุเสติ ตสฺส กามราคานุสโย
อนุเสติ "
ที่มีปฏิฆานุสัยเป็นมูล ๕ ยมก มีมานานุสัยเป็นมูล ๔ ยมก
มีทิฏฐานุสัยเป็นมูล ๓ ยมก มีวิจิกิจฉานุสัยเป็นมูล ๒ ยมก มีภวราคา-
นุสัยเป็นมูล ๑ ยมก ด้วยสามารถแห่งการนับแล้วไม่นับอีก วาระแม้
ทั้งหมดที่มีมูล ๑ จึงรวมเป็น ๒๑ ยมก ด้วยประการฉะนี้.
ปุคคลวาระอื่นอีก ๑๕ ยมก คือ ที่มีมูล ๒ ( ทุกมูล ) อันมา
แล้วในพระบาลีอย่างนี้ว่า ยสฺส กามราคานุสโย จ ปฏิฆานุสโย
จ อนุเสนฺติ ดังนี้ มี ๕ ยมก ที่มีมูล ๓ ( ติกมูล ) มี ๔ ยมก,
ที่มีมูล ๔ ( จตุกกมูล ) มี ๓ ยมก ที่มีมูล ๕ ( ปัญจกมูล ) มี ๒ ยมก.
ที่มีมูล ๖ ( ฉักกมูล ) มี ๑ ยมก. รวมในปุคคลวาระเป็น ๓๖ ยมก
คือ ยมกที่มีมูล ๑ มี ๒๑ ยมก ที่มีมูล ๒ เป็นต้นอีก ๑๕ ยมก
( ๒๑ + ๑๕ = ๓๖ ) ดังนี้.
ในโอกาสวาระก็เหมือนกัน คือ มี ๓๖ ในปุคคโลกาสวาระก็
เหมือนกัน คือมี ๓๖ เพราะฉะนั้น อันตรวาระแม้ทั้งหมดในอนุโลมนัย
จึงเป็น ๑๐๘ ยมก ในปฏิโลมนัยก็เหมือนกัน ( มี ๑๐๘ ) ดังนั้นใน
มหาวาระแรก คืออนุสยวาระ จึงรวมเป็น ๒๑๖ ยมก. บัณฑิตพึงทราบ
คำปุจฉาต้องคูณด้วย ๒ แต่ยมกนั้น เนื้อความคือคำวิสัชนาคูณด้วย ๒
จากคำปุจฉานั้น. ก็ในอนุสยวาระนี้ ฉันใด พึงทราบการนับยมกหนึ่ง ๆ

750