นุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อนาคามิมรรค ไม่ละภวราคานุสัย ที่ทุกขเวทนา บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่บุคคลผู้มีความพร้อม
เพรียงด้วยอนาคามิมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละปฏิฆานุสัย จากที่นั้น,
บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นย่อมไม่ละภวราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลนั้น จะไม่ใช่ไม่ละกามรา-
คานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้นนั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัย ที่รูปธาตุ
ที่อรูปธาตุ ที่อปริยาปันนธรรม บุคคลนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย
ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัย จากที่นั้น บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยอรหัตมรรค ไม่ละ
ภวราคานุสัย ที่เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วย
อรหัตมรรคนั้น ย่อมไม่ละภวราคานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น แต่บุคคลผู้มีความพร้อมเพรียง
ด้วยอรหัตมรรคนั้น จะไม่ใช่ไม่ละมานานุสัย จากที่นั้น, บุคคลนั้น
นั่นแหละ ไม่ละภวราคานุสัยในทุกขเวทนา ที่อปริยาปันนธรรม
บุคคลนั้นย่อมไม่ละภวราคานุสัย ไม่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย จากที่นั้น, บุคคลทั้งหลาย
ที่เหลือ เว้นบุคคลผู้มีความพร้อมเพรียงด้วยมรรค ๒ จำพวก และ