พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 969 (เล่ม 82)

มัคคสัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้
เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาล
ก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่
กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังตาย
ก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลผู้ที่ยัง
ไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดัในอุปปาทขณะ
แห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับ และทุกขสัจจะก็ไม่ใช่
กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี
ทุกขสัจจมูล จบ
สมุทยสัจจมูล
สุมทยสัจจมูละ มัคคสัจจะมูลี :-
[๙๕๑] สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็
ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

969
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 970 (เล่ม 82)

ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มาแล้วก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคล
ผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้รู้อริยสัจ ๔ มาแล้วก็ดี บุคคลที่กำลังเข้านิโรธ
สมาบัติอยู่ก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังแก่บุคคลนั้น แต่มัคค-
สัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคล
ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริสัจ ๔ มานั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหา
วิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔
มานั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลัง
ดับ และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็
ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มานั้น มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สมุทย-
สัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคล
ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหา
วิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔
มานั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิเหล่านั้นก็ดี มัคคสัจจะไม่
ใช่เคยดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
สมุทยสัจจมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ

970
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 971 (เล่ม 82)

โอกาสวาระ
ทุกขสัจจมูล
ทุกขสัจจมูละ ฯ ล ฯ
[๙๕๒] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับในภูมิใด, ฯ เป ฯ
ทุกขสัจจมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
ทุกขสัจจมูล
ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-
[๙๕๓] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-
สัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในจตุโวการภูมิ ปัญโวการภูมิก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและ
ผลจิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ-

971
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 972 (เล่ม 82)

นั้น แต่สมุทยสัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะ-
แห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่กำลังเกิด
ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่
เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สมุทยสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกข-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปฎิสนธจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกขสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น,
ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนธิจิตของผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี
บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่เคยดับ และ
ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-
[๙๕๔] ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, มรรค-
สัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
บุคคลผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มาแล้วกำลังเกิดก็ดี
ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผล

972
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 973 (เล่ม 82)

จิตในอรูปภูมิก็ดี ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
แต่มัคคสัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่ง
ปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึง
ความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี ทุกขสัจจะไม่
ใช่กำลังดับ และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, ทุกข-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งปฏิสนธิจิตของบุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ก็ดี บุคคลที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังตายก็ดีใน
ภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี บุคคลที่กำลังตายในอสัญญสัตตภูมิก็ดี
มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่ทุกขสัจจะกำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, ในอุปปาทขณะแห่งปฏิสนจิตของ
บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคย
รู้อริยสัจ ๔ มานั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี
บุคคลที่กำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับ และ
ทุกขสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูล จบ

973
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 974 (เล่ม 82)

สมุทยสัจจมูล
สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-
[๙๕๕] สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, มัคค-
สัจจะก็ไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มาแล้วก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคล
ผู้ที่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มาแล้วก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลัง
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่มัคคสัจจะเคยดับแก่บุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้น, เมื่อจิตดวงที่ ๒ เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
ก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มานั้นก็ดี ในขณะที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคล
ผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิก็ดี สมุทยสัจจะไม่ใช่กำลังดับ และมัคคสัจจะก็ไม่ใช่เคย
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, สมุทย-
สัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งตัณหาของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มานั้น มัคคสัจจะไม่ใช่เคยดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น

974
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 975 (เล่ม 82)

แต่สมุทยสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อจิตดวงที่ ๒
เกิดขึ้นแก่บุคคลผู้เกิดอยู่ในสุทธาวาสภูมิก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งตัณหา
ของบุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้อริยสัจ ๔ มานั้นก็ดี ในขณะ
ที่ตัณหาวิปปยุตตจิตกำลังเกิดแก่บุคคลผู้ที่ยังไม่เข้าถึงความเป็นผู้เคยรู้
อริยสัจ ๔ มานั้นก็ดี บุคคลผู้เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี มัคคสัจจะ
ไม่ใช่เคยดับ และสมุทยสัจจะก็ไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น.
จบ สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
สมุทยสัจจมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
ปัจจุปปันนาตีตวาระ ปัจจนิก จบ

975
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 976 (เล่ม 82)

ปัจจุปปันนานาคตวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
ทุกขสัจจมูล
ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี :-
[๙๕๖] ทุกขสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, สมุทยสัจจะก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระ-
อรหันต์ทั้งหลายก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด
ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี ทุกขสัจจะกำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่
สมุทยสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่นอกนี้กำลังตายก็ดี
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังดับ และสมุทยสัจจะ
ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า สมุทยสัจจะจักดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็กำลังดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังเกิดก็ดี ในอุปปาทขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดีในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตในอรูปภูมิก็ดี สมุทย-
สัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำลังดับแก่บุคคล

976
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 977 (เล่ม 82)

เหล่านั้น, เมื่อบุคคลเหล่านั้นทั้งหมดกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิต
ในปวัตติกาลก็ดี สมุทยสัจจะจักดับ และทุกขสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคล
เหล่านั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ สมุทยสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-
[๙๕๗] ทุกขสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในภังคขณะแห่งอรหัตมัคคจิตก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตของพระ-
อรหันต์ทั้งหลายก็ดี ปุถุชนเหล่าใดจะไม่ได้มรรคปุถุชนเหล่านั้นกำลัง
ตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังดับแก่
บุคคลเหล่านั้น แต่มัคคสัจจะไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคล
เหล่าใดจะได้อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี
บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี
ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ทุกขสัจจะกำลังดับและมัคคสัจจะ
ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น.

977
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 978 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลใด, ทุกขสัจจะก็กำลังดับแก่
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ในอุปปาทขณะแห่งอรหัตมรรคจิตก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้
อรหัตมรรคในลำดับแห่งจิตใด ในอุปปาทขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคล
เหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้นบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดก็ดี ในอุป-
ปาทขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี ในภังคขณะแห่งมัคคจิตและผลจิตใน
อรูปภูมิก็ดี มัคคสัจจะจักดับแก่บุคคลเหล่านั้น แต่ทุกขสัจจะไม่ใช่กำ
ลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น, บุคคลเหล่าใดจะได้อรหัดมรรคในลำดับแห่งจิต
ใดในภังคขณะแห่งจิตนั้นก็ดี บุคคลเหล่าใดจะได้มรรคที่นอกจากจิตนั้น
บุคคลเหล่านั้นกำลังตายก็ดี ในภังคขณะแห่งจิตในปวัตติกาลก็ดี มัคค-
สัจจะจักดับ และทุกขสัจจะก็กำลังดับแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ ทุกขสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี
ทุกขสัจจมูล จบ
สมุทยสัจจมูล
สมุทยสัจจมูละ มัคคสัจจมูลี :-
[๙๕๘] สมุทยสัจจะกำลังดับแก่บุคคลใด, มัคคสัจจะก็จักดับ
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?

978