พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 329 (เล่ม 82)

ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก
[๒๙๑] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.

329
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 330 (เล่ม 82)

ธรรมที่ไม่ชื่อว่าฆานะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
(เมื่อผูกจักกนัยพึงเติมคำว่า อามันตา คือ ถูกแล้วทุกบท.)
ปทโสธนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ

330
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 331 (เล่ม 82)

สุทธายตนวาระ อนุโลม
[๒๙๒] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
จักขายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าจักขายตนะด้วย, อายตนะ
ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ.
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าฆานะ . . . ชิวหา . . . กาย . . . รูป . . . เสียง . . .
กลิ่น . . . รูป . . . โผฏฐัพพะ . . . มโน. . .
ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ธัมมายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะด้วย, อายตนะ
ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.
สุทธายตนวาระ อนุโลม จบ

331
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 332 (เล่ม 82)

สุทธายตนวาระ ปัจจนิก
[๒๙๓] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่
ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้น
ชิวหาเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ากายายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่ารูป, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นรูปเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นเสียงเสียแล้ว ยกเว้นกลิ่น
เสียแล้ว ยกเว้นรสเสียแล้ว ยกเว้นโผฏฐัพพะเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่
ชื่อว่าอายตนะด้วย.

332
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 333 (เล่ม 82)

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ามโน, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นมโนเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่ามโน แต่
ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นมโนและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่ามโน และไม่ชื่อว่าอายตนะ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
สุทธายตนวาระ ปัจจนิก จบ

333
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 334 (เล่ม 82)

สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม
[๒๙๔] ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ ชื่อว่าโสตายตะ ใช่ไหม ?
โสตายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าโสตายตนะด้วย, อายตนะ
ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ.
ธรรมที่ชื่อว่าจักขุ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ธัมมายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่าธัมมายตนะด้วย, อายตนะ
ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ.
ธรรมที่ชื่อว่าโสตะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ฯ ล ฯ

334
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 335 (เล่ม 82)

ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ฆานะ ชิวหา ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าธัมมะ, ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ชื่อว่าอายตนะ, ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?
มนายตนะชื่อว่าอายตนะด้วย ชื่อว่ามนายตนะด้วย, อายตนะ
ที่เหลือนอกนั้นชื่อว่าอายตนะ แต่ไม่ชื่อว่ามนายตนะ (พึงผูกจักกนัย).
สุทธายตนมูลจักกวาระ อนุโลม จบ

335
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 336 (เล่ม 82)

สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก
[๒๙๕] ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่
ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าจักขุ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นจักขุเสียแล้ว อายตนะที่เหลือนอกนั้นไม่ชื่อว่าจักขุ แต่
ชื่อว่าอายตนะ, ยกเว้นจักขุและอายตนะเสียแล้ว ธรรมที่เหลือนอกนั้น
ไม่ชื่อว่าจักขุ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าฆานายตนะ ใช่ไหม ?
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าโสตะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ยกเว้นโสตะเสียแล้ว ฯ ล ฯ ยกเว้นฆานะเสียแล้ว ยกเว้น
ชิวหาเสียแล้ว ฯ ล ฯ และไม่ชื่อว่าอายตนะ.

336
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 337 (เล่ม 82)

ธรรมที่ไม่ชื่อว่ากาย, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าธัมมายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าจักขายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าธัมมะ, ไม่ชื่อว่าอายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่าโสตายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่.
ฯ ล ฯ
ธรรมที่ไม่ชื่อว่าอายตนะ, ไม่ชื่อว่ามนายตนะ ใช่ไหม ?
ใช่. ( พึงผูกจักกนัย ).
สุทธายตนมูลจักกวาระ ปัจจนิก จบ
ปัณณัตติวาระ จบ

337
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 338 (เล่ม 82)

ปวัตติวาระ
อุปปาทวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
ปุคคลวาระ
จักขายตนมูล
จักขายตนมูละ โสตายตนมูลี :-
[๒๙๖] จักขายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, โสตายตนะก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีจักขุเกิดได้ โสตะเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด จักขา-
ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีจักขุและโสตะเกิดได้เหล่านั้นกำลังเกิด จัก-
ขายตนะกำลังเกิด และโสตายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
ก็หรือว่า โสตายตนะกำลังเกิดแก่บุคคลใด, จักขายตนะก็กำลัง
เกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
บุคคลที่มีโสตะเกิดได้ จักขุเกิดไม่ได้เหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-
ยตนะกำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้น, บุคคลที่มีโสตะและจักขุเกิดไดเหล่านั้นกำลังเกิด โสตา-
ยตนะกำลังเกิด และจักขายตนะก็กำลังเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น.
จบ จักขายตนะมูละ โสตายตนมูลี

338