พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 279 (เล่ม 82)

วิสัชนาใดที่ท่านวิสัชนาปัญหาโดยปฏิเสธเนื้อความ เพราะความ
ไม่ได้ซึ่งเนื้อความเห็นปานนั้นในขณะหนึ่ง ๆ วิสัชนานี้ชื่อว่า ปฏิเสธ-
วิสัชนา ปฏิเสธวิสัชนานั้น ย่อมได้ในโมฆะปัญหา.
จริงอยู่ คำวิสัชนานี้ว่า นตฺถิ = ไม่มี ในปัญหาว่า ยสฺส
รูปกฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตถ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นุปฺปชฺชิตฺถ =
รูปขันธ์ไม่เคยเกิดแก่บุคคลใด เวทนาขันธ์ก็ไม่เคยเกิดแก่บุคคล
นั้นหรือ เป็นคำวิสัชนาที่ท่านวิสัชนาไว้เรียบร้อยแล้วโดยการห้ามเนื้อ
ความว่า ชื่อสัตว์เห็นปานนี้ย่อมไม่มี เพราะฉะนั้นพึงทราบการวิสัชนา
ในที่ทั้งปวงเห็นปานนี้ด้วย ปฏิกเขปวิสัชนา.
ก็คำวิสัชนานี้ว่า โน = ไม่ใช่ ในปัญหาว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ
อุปฺปชฺชติ ตสฺส เวทนากฺขนฺโธ นิรุชฺฌติ = รูปขันธ์ย่อมเกิดแก่
บุคคลใด เวทนาขันธ์ย่อมดับแก่บุคคลนั้นหรือ อันท่านวิสัชนาไว้
เรียบร้อยแล้วโดยการปฏิเสธเนื้อความว่า ชื่อว่า การดับไปพร้อมกับ
การเกิดขึ้นย่อมไม่ได้ในปฏิสนธิขณะหนึ่ง ๆ.
บัดนี้พึงทราบปัญหา ๔ อย่างและการวิสัชนา ๕ อย่าง ที่ควร
ใส่ไว้ในฐานะ ๒๗ เหล่าใด พึงทราบฐานะเหล่านั้นอย่างนี้ คือ อสญฺญ-
สตฺตํ อุปฺปชฺชนฺตานํ เป็น ๑ ฐานะ อสญฺญสตฺเต ตตฺถ ๑ ฐานะ
อสญฺญตฺตานํ ๑ ฐานะ อสญฺญสตฺตา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ อรูปํ
อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐาน อรูเป ตตฺถ ๑ ฐานะ อรูปนํ ๑ ฐานะ

279
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 280 (เล่ม 82)

อรูปา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ อรูเป ปจฺฉิมภวิกานํ ๑ ฐานะ อรูเป
ปรินิพฺพายนฺตานํ (บาลีใช้ว่า ปรินิพฺพนฺตานํ ) ๑ ฐานะ เย จ
อรูปํ อุปปชฺชิตฺวา ปรินิพฺพายิสฺสนฺติ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการํ อุปปชฺ-
ชนฺตานํ ๑ ฐานะ ปญฺจโวกาเร ตตฺถ ๑ ฐานะ ปญฺจโวการนํ ๑
ฐานะ ปญฺจโวการา จวนฺตานํ ๑ ฐานะ ปญฺจโวกาเร ปจฺฉิมภวิกานํ
๑ ฐานะ สุทธาวาสํ อุปปชฺชนตานํ ๑ ฐานะ สุทฺธาวาเส ตตฺถ
๑ ฐานะ สุทธาวาสนํ ๑ ฐานะ สุทธาวาเส ปรินิพฺพนฺตานํ ๑ ฐานะ
สพฺเพสํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะ สพฺเพสํ จวนฺตานํ ๑ ฐานะ
ปุจฺฉิมภวิกานํ ด้วยอำนาจที่สาธารณะแก่สัตว์ทั้งปวงอีก ๑ ฐานะ ปริ-
นิพฺพายนฺตานํ (บาลีใช้ปรินิพิพนฺตานํ) ๑ ฐานะ จตุโวการํ ปญฺจ-
โวการํ อุปปชฺชนฺตานํ ๑ ฐานะ จตุโวการา ปญฺจโวการา จวนฺ-
ตานํ ๑ ฐานะ บัณฑิตพึงใส่คำวิสัชนา ๕ อย่างไว้ในฐานะ ๒๗ อย่าง
เหล่านี้แล้ว พึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งปัญหา ๔ อย่างในปวัต-
มหาวาระด้วยประการฉะนี้ ก็อรรถวินิจฉัยนั้น อันบัณฑิตทราบแล้ว
อย่างนี้ เมื่อวิสัชนาปัญหาย่อมเป็นอันวิสัชนาแล้วโดยง่าย และเมื่อ
วินิจฉัยซึ่งเนื้อความย่อมเป็นอันวินิจฉัยแล้วโดยง่าย.
นัยนี้ว่า ยสฺส รูปกฺขนฺโธ อุปฺปชฺชติ = รูปขันธ์ย่อมเกิด
แก่บุคคลใด ได้แก่ย่อมถามว่า รูปขันธ์กำลังเกิดในอุปาทะขณะสมังคี
แก่บุคคลใด เวทนาก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นหรือ เพราะเหตุนี้แม้เวทนา

280
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 281 (เล่ม 82)

ขันธ์ก็กำลังเกิดแก่บุคคลนั้นในขณะนั้นนั่นแหละ สองบทว่า อสญฺญ-
สตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ = ได้แก่ เมื่อบุคคลเหล่านั้นเกิดอยู่ในอสัญญ-
สัตตภพด้วยอำนาจปฏิสนธิที่ไม่ใช่จิต บทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ อุปฺ-
ปชฺชติ = ได้แก่รูปขันธ์กำลังเกิดเพียงอย่างเดียวแก่อสัญญสัตว์นั้น ก็
รูปขันธ์ของอสัญญสัตว์ผู้เกิดแล้วในปวัตติกาล ย่อมเกิดบ้าง ย่อมดับ
บ้าง เพราะเหตุนั้น จึงไม่ตรัสว่า อสญฺญสตฺตานํ =๑ เกิดอยู่ใน
อสัญญสัตตภูมิ แต่ตรัสว่า อสญฺญสตฺตํ อุปปชฺชนฺตานํ = เกิดอยู่
คือกำลังเกิดในอสัญญสัตตภูมิ โน จ เตสํ เวทนากฺขนฺโธ อุปฺ-
ปชฺชติ = แต่เวทนาขันธ์ย่อมไม่เกิดแก่บุคคลเหล่านั้น ได้แก่
เวทนาขันธ์ของอสัญญสัตว์เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด เพราะความที่แห่ง
อสัญญสัตว์นั้นไม่มีจิต นี้เป็นการวิสัชนาโดยการแสดง โดยสรูปใน
ปุริมโกฏฐาสแห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะที่ ๑ ในบรรดาฐานะ ๒๗
อย่าง.
สองบทว่า ปญฺจโวการํ อุปปชฺชนฺตานํ = กำลังเกิดในปัญจ-
โวการภูมิ ได้แก่ เข้าถึงอยู่ซึ่งปัญจโวการภพด้วยอำนาจแห่งการปฏิ-
สนธิที่เจือด้วยรูปและอรูป หลายบทว่า เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ อุปฺปชฺชติ
เวทนากฺขนฺโธ จ อุปปชฺชติ = เวทนาขันธ์ย่อมเกิดแก่บุคคลเหล่า
๑. คำว่า เกิดอยู่ หมายความทั้งกำลังเกิดและกำลังตาย คำว่า อสญฺญสตฺตานํ
ในยมกะนี้ จึงมีความหมายว่า กำลังเกิด-กำลังตาย

281
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 282 (เล่ม 82)

นั้น ได้แก่ ขันธ์แม้สอง กล่าวคือ รูปและเวทนา ย่อมเกิดขึ้นนั่น
เที่ยวแก่สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงซึ่งปัญจโวการภพเหล่านั้นโดยแน่นอน แต่
ว่าในปวัตติกาล ขันธ์ ๒ เหล่านั้น ย่อมเกิดขึ้นบ้าง ย่อมดับบ้างแก่
สัตว์ผู้เกิดขึ้นแล้ว เพราะฉะนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสว่า ปุญฺจ-
โวการานํ =เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ แต่ตรัสว่า ปญฺจโวการํ อุปฺ-
ปชฺชนฺตานํ = กำลังเกิดในปัญจโวการภูมิ นี้เป็นการวิสัชนาด้วย
การแสดงโดยสรุป ในปัจฉิมโกฏฐาส แห่งปริปุณณปัญหา ในฐานะว่า
ปญฺจโวการํ อุปฺปชฺชนฺตานํ พึงทราบการวิสัชนาทั้งหมดโดยอุบายนี้
ก็นี้เป็นนิยมลักษณะในการเกิด และการดับนี้ ก็ในขันธยมกนี้แม้ทั้งสิ้น
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอุปปาทวาระไว้ ด้วยอำนาจแห่งการเกิดขึ้น
ในปฏิสนธิกาลนั้นเที่ยวว่า การไม่ลูบคลำ ( คือไม่ทรงแสดง ) ซึ่งการ
เกิดและการดับในปวัตติกาลว่า ก็ในขันธยมกนี้ แม้ทั้งสิ้น เมื่อสัตว์
ทั้งหลายเกิดขึ้นแล้วในปัญจโวการภพนั้น ๆ เมื่อการเกิดขึ้นและการดับ
อันไม่มีที่สุดแห่งขันธ์ ๕ แม้มีอยู่ในปวัตติกาลจนกระทั่งตาย การทำ
การแยกธรรมทั้งหลายที่เป็นไปโดยเร็ว เพื่อแสดงการเกิดและการดับ
ไม่ใช่ทำได้โดยง่าย ดังนี้แล้วจึงทรงแสดงการเกิดขึ้นแห่งขันธ์ทั้งหลาย
ในปฏิสนธิของสัตว์ผู้เกิดแล้วด้วยกรรมต่าง ๆ อันยังวิปากวัฏฏ์ใหม่ ๆ
ให้สำเร็จ เป็นการทำได้ง่าย พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสนิโรธวาระด้วย
อำนาจการดับในมรณะกาลว่า " ก็การแสดงการดับ ในกาลเป็นที่สิ้น
สุดลงแห่งวิปากวัฏฏ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นการทำได้ง่าย" ก็ความไม่ลูบคลำ

282
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 283 (เล่ม 82)

การเกิดและการดับในปวัตติกาลนี้เป็นประมาณอย่างไรนั่นเหละคือ
พระบาลี
อนึ่ง พระบาลีว่า ปจฺฉิมภวิกานํ เตสํ รูปกฺขนฺโธ จ
นุปฺปชฺชติ เวทนากฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็ย่อมไม่
เกิด เวทนาขันธ์ก็จักไม่ดับแก่ปัจฉิมภวิกบุคคลเหล่านั้น นี้ เป็น
ประมาณยิ่ง ในวาระแห่งอนาคตกาลแห่งอุปปาทะวาระโดยพิเศษใน
พระบาลี เมื่อภาวะที่สมควรเพื่อการเกิดขึ้นแห่งรูปธรรมมและอรูปธรรม
ทั้งหลายในปวัตติกาลของปัจฉิมภวิกบุคคลแม้มีอยู่ การเกิดขึ้นนในปวัตติ-
กาลพึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาโดยภาวะที่กล่าวแล้ว จึง
ทรงกระทำการสันนิษฐานว่า รูปกฺขนฺโธ จ นุปฺปชฺชชชิสฺสติ เวทนากฺ
ขนฺโธ จ นุปฺปชฺชิสฺสติ = รูปขันธ์ก็จักไม่เกิด เวทนาขันธ์ก็
จักไม่ดับ พระบาลีนี้ว่า สุทฺธาวาสปรินิพฺพนฺตานํ = กำลังปรินิพ-
พานนสุทธวาส ดังนี้ เป็นประมาณยิ่ง ในการไม่แตะต้องซึ่งความ
ดับในปวัตติกาล ก็คลองแห่งการนับซึ่งสัญญาขันธ์ทั้งหลายที่ดับไปแล้ว
เพราะเกิดขึ้นแล้วในปวัตติกาล จำเดิมแต่ปฏิสนธิกาล ที่ตั้งอยู่ในภังค-
ขณะ จุติจิตของปรินิพพันตบุคคลในสุทธาวาส ย่อมไม่มี ครั้นเมื่อ
เป็นอย่างนั้น พึงทราบว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงถือเอาความดับใน
ปวัตติกาลโดยภาวะที่กล่าวแล้ว จึงทรงกระทำการสันนิษฐานว่า เตสํ

283
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 284 (เล่ม 82)

ตตฺถ สญฺญากฺขนฺโธ น นิรุชฺฌิตฺถ = สัญญาขันธ์ไม่ดับแล้ว (คือ
ไม่เคยดับ ) แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
บัณฑิตครั้นทราบลักษณะที่แน่นอนในการเกิดขึ้นและดับไปนี้
แล้ว ควรถือเอาการเกิดขึ้นด้วยปฏิสนธิกาล และการดับด้วยจุติกาล
เท่านั้น แล้วพึงทราบการวินิจฉัยเนื้อความแห่งการวิสัชนาทั้งหลายที่มา
แล้วในฐานะทั้งหลายเหล่านั้น ๆ ด้วยประการฉะนี้ แต่ว่าการวินิจฉัย
เนื้อความนั้นท่านไม่ทำให้พิสดารแล้วโดยลำดับแห่งการวิสัชนาว่า การ
วินิจฉัยเนื้อความนั้นใคร ๆ ก็อาจทราบได้โดยนัยที่กล่าวไว้แล้วในการ
วิสัชนาแรก หากว่าบุคคลใดไม่สามารถจะทราบการวินิจฉัยเนื้อความ
เหล่านั้น บุคคลนั้นพึงเข้าไปนั่งใกล้อาจารย์ ฟังด้วยดีแล้วพึงทราบ
ตามนัยที่อาจารย์ให้แล้วนี้ อย่างนี้.
ยมกทั้งหลายเหล่าใดในขันธ์ ๕ ย่อมมี
ด้วยอำนาจแห่งอุปาทวาระ, นิโรธวาระ และ
อุปาทะและนิโรธะทั้งสองรวมกัน ด้วยอำนาจของ
อนุโลมนัยและปฏิโลมนัย พระชินเจ้าตรัสแล้วซึ่ง
ยมกะทั้งหลายเหล่านั้นในวาระทั้งหลายในปวัตติ-
กาล เพราะทรงแสดงแล้วซึ่งบุคคลวาระ, โอกาส-
วาระ, และปุคคโลกาสวาระ การกำหนดพระบาลี

284
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 285 (เล่ม 82)

เหล่านั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วโดย
ลำดับ แม้การประกอบเนื้อความเพื่อการวินิจฉัย
ปัญหาและวิสัชนา พร้อมทั้งฐานะทั้งหลายแห่ง
การวิสัชนาอย่างใดอย่างหนึ่งโดยประการทั้งปวง
พระชินเจ้าทรงแสดงแล้ว ทรงประกาศแล้วใน
ปัญหาหนึ่ง ๆ ลำดับการวิสัชนาปัญหาในปวัตติ-
มหาวาระนี้เป็นไปแล้วโดยพิสดาร เพราะฉะนั้น
บัณฑิตทั้งหลายจงทราบเนื้อความโดยนัยนี้ว่า
เบื้องหน้าแต่นี้ไปใครหนอจะสามารถพรรณนาเนื้อ
ความนี้ได้.
อรรถกถาปวัตติวาระ จบ

285
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 286 (เล่ม 82)

ปริญญาวาระ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
[๒๗๓] บุคคลใดกำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลังรู้แจ้ง
เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดกำลังรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็กำลัง
รู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
ปัจจุปปันนวาระ อนุโลม จบ

286
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 287 (เล่ม 82)

ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้ง
เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดไม่ใช่กำลังรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังรู้แจ้งรูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
ปัจจุปปันนวาระ ปัจจนิก จบ

287
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 288 (เล่ม 82)

อตีตวาระ อนุโลม
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
[๒๗๔] บุคคลใดเคยรู้แจ้งรูปขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
เวทนาขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
ก็หรือว่า บุคคลใดเคยรู้แจ้งเวทนาขันธ์, บุคคลนั้นก็เคยรู้แจ้ง
รูปขันธ์ ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
อตีตวาระอนุโลม จบ

288