พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 259 (เล่ม 82)

เวทนาขันธมูล
เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-
[๒๖๔] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์ก็จักดับ
บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้น,
บุคคลที่นอกจากนี้เวทนาขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้น.
ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์ก็เคยเกิด
แก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ใช่.
จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี
เวทนาขันธมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ

259
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 260 (เล่ม 82)

โอกาสวาระ
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ
[๒๖๕] รูปขันธ์เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
รูปขันธมูล จบ
โอกาสวาระ จบ
ปุคคโลกาสวาระ
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
[๒๖๖] รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์
ก็จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ-
ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปขันธ์เคยเกิด
และเวทนาขันธ์ก็จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.

260
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 261 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์
ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่กำลัง
เกิดในปัญจโวการภูมิ เวทนาขันธ์จักดับ และรูปขันธ์ก็เคยเกิดแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
เวทนาขันธมูล
เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-
[๒๖๗] เวทนาขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญาขันธ์
ก็จักดับบุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพาน เวทนาขันธ์
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิ

261
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 262 (เล่ม 82)

ก็ดี ปัญจโวการภูมิก็ดี เวทนาขันธ์เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนาขันธ์
ก็เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ สัญญาขันธ์จักดับ
แก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อบุคคลนอกจากนี้ที่เกิดอยู่ในจตุโวการภูมิก็ดี
ปัญจโวการภูมิดี สัญญาขันธ์จักดับ และเวทนาขันธ์ก็เคยเกิดแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี
เวทนาขันธมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ อนุโลม จบ

262
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 263 (เล่ม 82)

อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก
ปุคคลวาระ
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
[๒๖๘] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์
ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.
ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, รูปขันธ์ก็ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
เวทนาขันธมูล
เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-
[๒๖๙] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใด, สัญญาขันธ์
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
ไม่มี.

263
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 264 (เล่ม 82)

ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใด, เวทนาขันธ์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้น ใช่ไหม ?
เคยเกิด.
จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี
เวทนาขันธมูล จบ
ปุคคลวาระ จบ
โอกาสวาระ
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ ฯ ล ฯ
[๒๗๐] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดในภูมิใด, ฯ ล ฯ
รูปขันธมูล จบ
โอกาสวาระ จบ

264
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 265 (เล่ม 82)

ปุคคโลกาสวาระ
รูปขันธมูล
รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี :-
[๒๗๑] รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-
ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่
ในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่
เวทนาขันธ์จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคล
เหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิก็ดี ปรินิพพันตบุคคลที่กำลัง
ปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี รูปขันธ์ไม่ใช่เคยเกิด และเวทนาขันธ์
ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า เวทนาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, รูปขันธ์
ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นที่กำลังปรินิพพานในปัญจโวการ-
ภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทานาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่รูปขันธ์เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้น กำลังปรินิพพานในสุทธาวาสภูมิ

265
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 266 (เล่ม 82)

ก็ดี ปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพานในอรูปภูมิก็ดี เวทนาขันธ์
ไม่ใช่จักดับ และรูปขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ รูปขันธมูละ เวทนาขันธมูลี
รูปขันธมูล จบ
เวทนาขันธมูล
เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี :-
[๒๗๒] เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลใดในภูมิใด, สัญญา-
ขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อบุคคลเหล่านั้นที่กำลังเกิดในสุทธาวาสภูมิ เวทนาขันธ์ไม่ใช่
เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่สัญญาขันธ์จักดับแก่บุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลเหล่านั้นกำลังปรินิพพานใน
สุทธาวาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี เวทนาขันธ์ไม่ใช่
เคยเกิด และสัญญาขันธ์ก็ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
ก็หรือว่า สัญญาขันธ์ไม่ใช่จักดับแก่บุคคลใดในภูมิใด, เวทนา-
ขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลนั้นในภูมินั้น ใช่ไหม ?
เมื่อปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพาน สัญญาขันธ์ไม่ใช่จัก
ดับแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น แต่เวทนาขันธ์ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคล

266
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 267 (เล่ม 82)

เหล่านั้นในภูมินั้น, เมื่อปรินิพพันตบุคคลที่กำลังปรินิพพานในสุทธา-
วาสภูมิก็ดี บุคคลที่เกิดอยู่ในอสัญญสัตตภูมิก็ดี สัญญาขันธ์ไม่ใช่
จักดับ และเวทนาขันธ์ก็ไม่ใช่เคยเกิดแก่บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น.
จบ เวทนาขันธมูละ สัญญาขันธมูลี
เวทนาขันธมูล จบ
ปุคคโลกาสวาระ จบ
อตีตานาคตวาระ ปัจจนิก จบ
ปวัตติวาระ จบ

267
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 268 (เล่ม 82)

อรรถกถาขันธยมก
อรรถกถาปวัตติวาระ
บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงเริ่มปวัตติวาระโดยนัยเป็นต้นว่า
ยสฺส รูปกฺขนฺโธ ถามว่า เพราะเหตุไรพระองค์จึงไม่ตรัสอุทเธสวาระ
ไว้ในปวัตติวาระนี้ ตอบว่า เพราะเป็นนัยที่ทรงแสดงไว้แล้วในหนหลัง
ก็นัยในอุทเทสวาระพระองค์ทรงแสดงไว้แล้วในปัณณัตติวาระ ก็โดย
นัยนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงไม่ตรัสอุทเทสวาระนั้น ทรงเริ่มนิทเทส
วาระเลยทีเดียว เพราะแม้ไม่ตรัสอุทเทสวาระไว้ในปัณณัตติวาระนี้
ใคร ๆ ก็อาจทราบได้.
ก็อันตรวาระ ๓ คือ อุปาทวาระ นิโรธวาระ อุปาทนิโรธ
วาระ ย่อมมีในมหาวาระ กล่าวาคือ ปวัตติวาระนี้.
ในวาระทั้ง ๓ นั้น วาระที่ ๑ เรียกว่า อุปาทวาระ เพราะ
แสดงลักษณะแห่งการเกิดขึ้นของธรรมทั้งหลาย.
วาระที่ ๒ เรียกว่า นิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะแห่งการ
ดับของธรรมทั้งหลายเหล่านี้นั้นนั้นแหละ.
วาระที่ ๓ เรียกว่า อุปาทนิโรธวาระ เพราะแสดงลักษณะ
แม้ทั้งสอง.
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงอาการแห่งการเกิดขึ้นของธรรม
ทั้งหลายในปวัตติวาระนี้ด้วยอุปาทวาระ, ทรงแสดงความไม่เที่ยงของ
ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นนั้นเองด้วยนิโรธวาระว่า " ชื่อว่า การเกิดขึ้น

268