ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 388 (เล่ม 7)

ภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ชื่อว่ากรรมเป็นวรรคโดยเทียม
ธรรม.
ในญัตติจตุตถกรรม ถ้าภิกษุสวดกรรมวาจาก่อน ตั้งญัตติภายหลัง ภิกษุ
ผู้เข้ากรรมมีจำนวนเท่าใด ภิกษุเหล่านั้นมาประชุม นำฉันทะของภิกษุผู้ควร
ฉันทะมา แต่อยู่พร้อมหน้ากันคัดค้าน ชื่อว่ากรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรม.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากรรมเป็นวรรคโดยเทียมธรรม.
อธิบายกรรนพร้อมเพรียงโดยเทียมธรรม
[๑๘๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง กรรมพร้อมเพรียงโดยเทียมธรรม
เป็นไฉน ?
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในญัตติทุติยกรรม ถ้าภิกษุสวดกรรมวาจาก่อน
ตั้งญัตติภายหลัง ภิกษุผู้เข้ากรรมมีจำนวนเท่าใด ภิกษุเหล่านั้น มาประชุม นำ
ฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันไม่คัดค้าน ชื่อว่ากรรมพร้อม
เพรียงโดยเทียมธรรม.
ในญัตติจตุตถกรรม ถ้าภิกษุสวดกรรมวาจาก่อน ตั้งญัตติภายหลัง ภิกษุ
ผู้เข้ากรรมมีจำนวนเท่าใด ภิกษุเหล่านั้นมาประชุม นำฉันทะของภิกษุผู้ควร
ฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันไม่คัดค้าน ชื่อว่ากรรมพร้อมเพรียงโดยธรรม.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่า กรรมพร้อมเพรียงโดยเทียมธรรม
อธิบายกรรมพร้อมเพรียงโดยธรรม
[๑๘๖] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง กรรมพร้อมเพรียงโดยธรรมเป็น
ไฉน ?

388
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 389 (เล่ม 7)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในญัตติทุติยกรรม ถ้าภิกษุตั้งญัตติก่อน ทำ
กรรมด้วยสวดกรรมวาจาหนเดียวภายหลัง ภิกษุผู้เข้ากรรมมีจำนวนเท่าใด ภิกษุ
เหล่านั้นมาประชุม นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันไม่
คัดค้าน ชื่อว่ากรรมพร้อมเพรียงโดยธรรม.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในญัตติจตุตถกรรม ถ้าภิกษุตั้งญัตติก่อน ทำ
กรรมด้วยสวดกรรมวาจา ๓ ครั้งภายหลัง ภิกษุเข้ากรรมมีจำนวนเท่าใด ภิกษุ
เหล่านั้นมาประชุม นำฉันทะของภิกษุผู้ควรฉันทะมา อยู่พร้อมหน้ากันไม่
คัดค้าน ชื่อว่ากรรมพร้อมเพรียงโดยธรรม.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เรียกว่ากรรมพร้อมเพรียงโดยธรรม.
สงฆ์ ๕ ประเภท
[๑๘๗] สงฆ์มี ๕ คือ ภิกษุสงฆ์จตุวรรค ๑. ภิกษุสงฆ์ปัญจวรรค
๑ ภิกษุสงฆ์ทสวรรค ๑. ภิกษุสงฆ์วีสติวรรค ๑ . และภิกษุสงฆ์อติเรกวีสติวรรค ๑.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในภิกษุสงฆ์เหล่านั้น ภิกษุสงฆ์จตุวรรคพร้อม
เพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรมทุกอย่าง เว้นกรรม ๓ อย่าง คือ
อุปสมบท ปวารณา อัพภาน.
ภิกษุสงฆ์ปัญจวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรม
ทุกอย่าง เว้น กรรม ๒ อย่าง คือ อุปสมบทในมัชฌิมชนบท และอัพภาน.
ภิกษุสงฆ์ทสวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรม
ทุกอย่าง เว้นอัพภานกรรมอย่างเดียว.
ภิกษุสงฆ์วีสติวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้ในกรรม
ทุกอย่าง.

389
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 390 (เล่ม 7)

ภิกษุสงฆ์อดิเรกวีสติวรรค พร้อมเพรียงกันโดยธรรม เข้ากรรมได้
ในกรรมทุกอย่าง.
กรรมที่สงฆ์จตุวรรคทำ
[๑๘๘] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์จตุวรรคจะทำ สงฆ์
มีภิกษุณีเป็นที่ ๔ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ถ้ากรรมที่สงฆ์จตุวรรคจะทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็นที่ ๔. . .มีสามเณร
เป็นที่ ๔. . . มีสามเณรีเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้บอกลาสิกขาเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุ
ผู้ต้องอันติมวัตถุเป็นที่ ๔ . . . มีภิกษุถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๔. . .
มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย
ฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๔. . . มีบัณเฑาะก์เป็นที่ ๔. . . มีภิกษุลักเพศเป็น
ที่ ๔ . . . มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๔ . . . มีสัตว์ดิรัจฉานเป็นที่ ๔. . . มี
ภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้ทำ
อรหันตฆาตเป็นที่ ๔ . . . มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้ทำ
สังฆเภทเป็นที่ ๔ . . .มีภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๔. . . มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่
๔ . . . มีภิกษุนานาสังวาสเป็นที่ ๔. . . มีภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๔ . . .
มีภิกษุอยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๔ . . . สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด มีผู้นั้นเป็นที่.
ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์จตุวรรคทำ จบ
กรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ
[๘๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ สงฆ์มี
ภิกษุณีเป็นที่ ๕ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.

390
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 391 (เล่ม 7)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็น
ที่ ๕ . . . มีสามเณรเป็นที่ ๕. . . มีสามเณรีเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้บอกลาสิกขา
เป็นที่ ๕. . .มีภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุเป็นที่ ๕. . .มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่
เห็นอาบัติเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติเป็นที่ ๕ . . .
มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๕ . . .มีบัณเฑาะก์เป็นที ๕. . .
มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๕. . . มีสัตว์ดิรัจฉาน
เป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที ๕ . . . . มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๕ . . .
มีภิกษุผู้ทำอรหันตฆาเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๕. . . มี
ภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๕ . . . มีอุภโต
พยัญชนกเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุนานาสังวาสเป็นที่ ๕. . . มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกัน
เป็นที่ ๕. . . มีภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๕. . . สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด
มีผู้นั้นเป็นที่ ๕ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์ปัญจวรรคทำ จบ
กรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ
[๑๙] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ สงฆ์มี
ภิกษุณีเป็นที่ ๑๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็น
ที่ ๑๐.. ..มีสามเณรเป็นที ๑๐. . มีสามเณรีเป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้บอกลาสิกขา
เป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุเป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสีย
ฐานไม่เห็นอาบัติเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติเป็น
ที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ถกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฎฐิบาปเป็นที่ ๑. . . . มีบัณเฑาะก์
เป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๑๐ มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์เป็นที่ ๑๐.. . .มี

391
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 392 (เล่ม 7)

สัตว์ดิรัจฉานเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ทำ
ปิตุฆาตเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ทำอรหันตฆาตเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุผู้ประทุษร้าย
ภิกษุณีเป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาท
เป็นที่ ๑๐ . . . มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๑๐. . . มีภิกษุนานาสังวาสเป็นที่ ๑๐. . .
มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๑๐ . .. มีภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๑๐
. . . สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด มีผู้นั้น เป็นที่ ๑๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และ
ไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์ทสวรรคทำ จบ
กรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ
[๑๙๑] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ สงฆ์มี
ภิกษุณี เป็นที่ ๒๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้ากรรมที่สงฆ์วีสติวรรคทำ สงฆ์มีสิกขมานาเป็น
ที่ ๒๐. . . มีสามเณรเป็นที่ ๒๐ . . . มีสามเณรีเป็นที่ ๒๐ . . . มีภิกษุผู้บอก
ลาสิกขาเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์
ยกเสียฐานไม่เห็นยาบัติเป็นที่ ๑๐ . . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ
เป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาปเป็นที่ ๒๐... มี
บัณเฑาะก์เป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุลักเพศเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้เข้ารีดเดียรถีย์
เป็นที่ ๒๐. . . มีสัตว์ดิรัจฉานเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้ทำมาตุฆาตเป็นที่ ๒๐. . .
มีภิกษุผู้ทำปิตุฆาตเป็นที่ ๒๐ . . . มีภิกษุผู้ทำอรหันตฆาตเป็นที่ ๒๐. . . มี
ภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณีเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุผู้ทำสังฆเภทเป็นที่ ๒๐ . . . มี
ภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาทเป็นที่ ๒๐. . . มีอุภโตพยัญชนกเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุ

392
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 393 (เล่ม 7)

นานาสังวาสเป็นที่ ๒๐. . . มีภิกษุอยู่ในสีมาต่างกันเป็นที่ ๒๐. . .[๑] สงฆ์ทำ
กรรมแก่ผู้ใด ผู้นั้นเป็นที่ ๒๐ ทำกรรม กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
กรรมที่สงฆ์วิสติวรรคทำ จบ
กรรมที่สงฆ์จตุวรรคเป็นต้นทำ
[๑๙๒] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสเป็นที่ ๔ พึง
ให้ปริวาส พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้อยู่ปริวาสนั้นเป็นที่
๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติเดิมเป็นที่ ๔
พึงให้ปริวาส พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรชักเข้าหาอาบัติ
เดิมนั้นเป็นที่ ๒๐ พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรมานัตเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส
พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรมานัตนั้นเป็นที่ ๒๐ พึง
อัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ประพฤติมานัตเป็นที่๔ พึงให้
ปริวาส พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ประพฤติมานัตเป็นที่ ๒๐
พึงอัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ถ้าสงฆ์มีภิกษุผู้ควรอัพภานเป็นที่ ๔ พึงให้ปริวาส
พึงชักเข้าหาอาบัติเดิม พึงให้มานัต มีภิกษุผู้ควรอัพภานนั้นเป็นที่ ๒๐ พึง
อัพภาน กรรมนั้นใช้ไม่ได้ และไม่ควรทำ.
๑. โบราณ,พม่า เพิ่มมีภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์เป็นที่ ๒๐.

393
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 394 (เล่ม 7)

ปฏิโกสนา ๒ อย่าง
[๑๙๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลบางคนคัดค้านในท่ามกลางสงฆ์ขึ้น
บางคนคัดค้านไม่ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใครเล่าค้านในท่ามกลางสงฆ์ไม่ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุณี คัดค้านในท่ามกลางสงฆ์ไม่ขึ้น.
สิกขมานา. . .
สามเณร. . .
สามเณรี. . .
ภิกษุผู้บอกลาสิกขา . . .
ภิกษุผู้ต้องอันติมวัตถุ. . .
ภิกษุวิกลจริต. . .
ภิกษุมีจิตฟุ้งซ่าน. . .
ภิกษุผู้กระสับกระส่ายเพราะเวทนา . . .
ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่เห็นอาบัติ . . .
ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่ทำคืนอาบัติ . . .
ภิกษุผู้ถูกสงฆ์ยกเสียฐานไม่สละทิฏฐิบาป. . .
บัณเฑาะก์. . .
ภิกษุลักเพศ . . .
ภิกษุเข้ารีดเดียรถีย์. . .
สัตว์ดิรัจฉาน. . .
ภิกษุผู้ฆ่ามารดา. . .
ภิกษุผู้ฆ่าบิดา. . .

394
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 395 (เล่ม 7)

ภิกษุผู้ฆ่าพระอรหันต์. . .
ภิกษุผู้ประทุษร้ายภิกษุณี. . .
ภิกษุผู้ทำสังฆเภท. . .
ภิกษุผู้ทำโลหิตุปบาท. . .
อุภโตพยัญชนก. . .
ภิกษุนานาสังวาส. . .
ภิกษุผู้อยู่ในสีมาต่างกัน. . .
ภิกษุผู้อยู่ในเวหาสด้วยฤทธิ์ . . .
สงฆ์ทำกรรมแก่ผู้ใด ผู้นั้นคัดค้านในท่ามกลางสงฆ์ไม่ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลเหล่านี้แล คัดค้านในท่ามกลางสงฆ์ไม่ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใครเล่าคัดค้านในท่ามกลางสงฆ์ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุปกตัตตะมีลังวาสเสมอกัน อยู่ในสีมาเดียวกัน.
โดยที่สุดแม้ภิกษุผู้นั่งอยู่บนอาสนะติดกันบอกให้รู้ คัดค้านในท่าม
กลางสงฆ์ขึ้น.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้แล คัดด้านในท่ามกลางสงฆ์ขึ้น.
นิสสรณา ๒ อย่าง
[๑๙๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นิสสรณาการขับออกนี้มี ๒ อย่าง คือ
มีบุคคลที่ยังไม่ถึงการขับออก ถ้าสงฆ์ขับเธอออก บางคนเป็นอันสงฆ์ขับออก
ดีแล้ว บางคนเป็นอันสงฆ์ขับออกไม่ดี.
๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลชนิดไรที่ยังไม่ถึงการขับออก ถ้า
สงฆ์ขับเธอออก เป็นอันขับออกไม่ดี.

395
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 396 (เล่ม 7)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่มีอาบัติ
ถ้าสงฆ์ขับเธอออก เป็นอันขับออกไม่ดี.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้ เรากล่าวว่ายังไม่ถึงการขับออก ถ้าสงฆ์
ขับเธอออกเป็นอันขับออกไม่ดี.
๒. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลชนิดไรที่ยังไม่ถึงการขับออก ถ้า
สงฆ์ขับเธอออก เป็นอันขับออกดีแล้ว.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เป็นพาล ไม่ฉลาด มี
อาบัติมาก มีมารยาทไม่สมควร อยู่คลุกคลีกับพวกคฤหัสถ์ ด้วยการคลุกคลี
อันไม่สมควร ถ้าสงฆ์ขับเธอออก เป็นอันขับออกดีแล้ว.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้ เรากล่าวว่ายังไม่ถึงการขับออก ถ้า
สงฆ์ขับเธอออก เป็นอันขับออกดีแล้ว.
โอสารณา ๒ อย่าง
[๑๙๕] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โอสารณาการรับเข้าหมู่นี้มี ๒ อย่าง
คือมีบุคคลที่ยังไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์รับเธอเข้าหมู่ บางคนเป็นอันรับเข้าดี
บางคนเป็นอันรับเข้าไม่ดี.
๑. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลชนิดไรที่ยังไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้า
สงฆ์รับเธอเข้าหมู่ เป็นอันรับเข้าไม่ดี.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัณเฑาะก์ยิ่งไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์รับเธอ
เข้าหมู่เป็นอันรับ เข้าไม่ดี.
คนลักเพศ. . .
คนเข้ารีดเดียรถีย์ . . .
สัตว์ดิรัจฉาน. . .

396
ฉบับมหามกุฏฯ
พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๕ ภาค ๒ – หน้าที่ 397 (เล่ม 7)

คนผู้ฆ่ามารดา. . .
คนผู้ฆ่าบิดา. . .
คนผู้ฆ่าพระอรหันต์. . .
คนผู้ประทุษร้ายภิกษุณี
คนผู้ทำสังฆเภท. . .
คนผู้ทำโลหิตุปบาท. . .
อุภโตพยัญชนก ยังไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์รับเธอเข้าหมู่ เป็น
อันรับเข้าไม่ดี.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลนี้เรากล่าวว่ายังไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้า
สงฆ์รับเธอเข้าหมู่ เป็นอันรับเข้าไม่ดี.
๒. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง บุคคลชนิดไรที่ยังไม่ถึงการรับเข้าหมู่
ถ้าสงฆ์รับเธอเข้าหมู่ เป็นอันรับเข้าดีแล้ว.
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนมือด้วน ยังไม่ถึงการรับเข้าหมู่ ถ้าสงฆ์รับ
เธอเข้าหมู่ เป็นอันรับเข้าดีแล้ว.
คนเท้าด้วน. . .
คนทั้งมือและเท้าด้วน . . .
คนหูขาด . . .
คนจมูกแหว่ง . . .
คนทั้งหูขาดจมูกแหว่ง . . .
คนนิ้วมือนิ้วเท้าขาด. . .
คนมีง่ามมือง่ามเท้าขาด. . .
คนเอ็นขาด

397