พุทธธรรมสงฆ์


ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 29 (เล่ม 82)

อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่
กันและกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้น มีมูล
ทีเรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ
กันด้วย ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียก
ว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่
กันและกัน
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน
กับอกุศลมูล. มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
[ ๑๒] มูลกนยะที่ ๓
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้ง
หมด มีมูลที่เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เป็นอกุศล อกุศลที่เป็นสาเหตุกะ
มีมูลที่เป็นอกุศล ( อกุสลมูลกํ )
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?

29
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 30 (เล่ม 82)

รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็น
อกุศล, อกุศลธรรมมีมูลที่เป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ? (เอกมูลมูล ๓ )
อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศล
มูล, อกุศลที่เป็นสเหตุกะมีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล, อกุศลธรรมมีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอัน
เดียวกันกับอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ
กันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ?
อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้นมีมูล
ที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน

30
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 31 (เล่ม 82)

ด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับอกุศลมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่เรียกว่าเป็น
มูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกับ
อกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๓] มูลมูลกนยะที่ ๔
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?
อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลที่เป็นอกุศลมูล, อกุศลที่เป็นสาเหตุกะ
มีมูลที่เป็นอกุศลมูล ( อกุสลมูลมูลกํ)
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลที่เป็นอกุศลมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
รูปที่มีอกุศลเป็นสมุฏฐานมีมูลเป็นอกุศลมูล แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล,
อกุศลธรรมมีมูลที่เป็นอกุศลมูลด้วย เป็นอกุศลด้วย.
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งที่เป็นอกุศล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด
มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล ใช่ไหม ? ( เอกมูลกา )

31
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 32 (เล่ม 82)

อกุศลที่เป็นอเหตุกะไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล, อกุศล
ที่เป็นสเหตุกะมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล
มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศลมูล ใช่ไหม ?
รูปที่มีอกุศลเป็นสมูฏฐาน มีเป็นมูลอันเดียวกันกับอกุศลมูล
แต่ไม่ใช่เป็นอกุศล อกุศลธรรมมีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมลด้วย
เป็นอกุศลด้วย.
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมดมีมูลแก่กันและกันกับอกุศล ใช่ไหม ?
อกุศลมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อกุศลมูลเหล่านั้นมีมูล
เป็นอันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกับอกุศล
มูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอกุศลมูล แต่ไม่ใช่มีมูลแก่
กันและกัน.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลแก่กันและกันกับอกุศลมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอกุศล ใช่ไหม ?
ใช่.

32
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 33 (เล่ม 82)

[๑๔] มูลวารนิทเทสในอัพยากตบท
มูลนยะที่ ๑
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่าอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
มูลที่เป็นอัพยากตกะมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่าอัพยากตมูล อัพยากต-
ธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่าอัพยากตมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าอัพยากตมูล มีอยู่. ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
๒. เอกมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล,
อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.

33
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 34 (เล่ม 82)

๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล
มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล
ใช่ไหม ?
อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น
มีมูลเป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิด
พร้อมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยา-
กตมูล แต่ไม่ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกัน.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่าเป็นมูลแก่กันและกันกับอัพยากต
มูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากต ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๕] มูลมูลนยะที่ ๒
๑. มูลยมกะ :-
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
มูลที่เป็นอัพยาตมูลมี ๓ เท่านั้น ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล,
อัพยากตธรรมที่เหลือนอกนั้น ไม่ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เป็นอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้น ทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.

34
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 35 (เล่ม 82)

๒. เอกมูลยมกะ :- (เอกมูลมูลา )
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกัน
กับอัพยากตมูล, อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะมีมูลเป็นอันเดียวกันกับ
อัพยากตมูล.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะใช่ไหม ?
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :- (อญฺญมญฺญมูลมูลา)
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูล
แก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากดมูลเหล่านั้น
มีมูลที่เรียกว่าเป็นอันเดียวกันด้วย ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและ
กันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกันกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลที่
เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่ไม่ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็น
มูลแก่กันและกัน.

35
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 36 (เล่ม 82)

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด ชื่อว่ามูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่กันและกัน
กับอัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๖ ] มูลกนยะที่ ๓
๑. มูลยมกะ (มูลกา)
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เป็นอัพยากตะ, อัพยากตะที่
เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เป็นอัพยากตะ.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะ มีอย่, ธรรมเหล่า
นั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
๒. เอกมูลยมกะ :- ( เอกมูลกา )
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตะมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล,
อัพยากตะที่เป็นสเหตุกะ มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล มีอยู่
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?

36
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 37 (เล่ม 82)

ใช่.
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ :- (อญฺญมญฺญมูลมูลกา)
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลเป็นอันเดียวกับอัพยากตมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น
มีมูลเป็นอันเดียวกันด้วย มีมูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดพร้อมกัน
กับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น มีมูลเป็นอันเดียวกันกับอัพยากตมูล แต่
ไม่ใช่มีมูลแก่กันและกัน.
ก็หรือว่าธรรมเหล่าใดมีมูลแก่กันและกันกับอัพยากตมูล มีอยู่,
ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
ใช่.
[๑๗ ] มูลมูลกนยะที่ ๔
๑. มูลยมกะ (มูลมูลกา )
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะมีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตะที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล, อัพยากตะ
ที่เป็นสเหตุกะ มีมูลที่เป็นอัพยากตมูล.

37
ฉบับมหามกุฏฯ
พระอภิธรรมปิฎก ยมก เล่ม ๕ ภาค ๑ ตอน ๑ - หน้าที่ 38 (เล่ม 82)

ก็หรือว่าธรรมเหล่าใด มีมูลที่เป็นอัพยากตะมูล มีอยู่, ธรรม
เหล่านั้นทั้งหมด เป็นอัพยากตะ ใช่ไหม ?
๒. เอกมูลยมกะ (เอกมูลมูลกา)
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ที่เป็นอัพยากตะ มีอยู่, ธรรมเหล่านั้น
ทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตธรรมที่เป็นอเหตุกะ ไม่มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียว
กันกับอัพยากตะมูล, อัพยากตะที่เป็นสาเหตุกะ มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูล
ใช่.
๓. อัญญมัญญมูลยมกะ (อญฺญมญฺญมูลมูลกา)
ธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับ
อัพยากตมูล มีอยู่, ธรรมเหล่านั้นทั้งหมด มีมูลที่เรียกว่าเป็นมูลแก่
กันและกันกับอัพยากตมูล ใช่ไหม ?
อัพยากตมูลเหล่าใดเกิดขึ้นคราวเดียวกัน อัพยากตมูลเหล่านั้น
มีมูลที่เรียวกว่าเป็นมูลอันเดียวกันกับอัพยากตมูลด้วย มีมูลที่เรียกว่าเป็น
มูลแก่กันและกันด้วย, ธรรมที่เกิดร่วมกับอัพยากตมูลที่เหลือนอกนั้น

38