ย่อมเป็นไปโดยอาการสงบ เพราะสงบโดยปราศจากธรรมอันเป็นข้าศึก
และเพราะตั้งอยู่ด้วยความเป็นสมาธิเกื้อหนุนอัปปนาอันสงบแล้ว.
บทว่า ฌายติ มีความรุ่งเรือง ดุจในประโยคมีอาทิว่า ประทีป
ในพลับพลาเหล่านี้ ย่อมรุ่งเรือง๑ตลอดคืน, และประทีปน้ำมัน ย่อม
รุ่งเรืองตลอดคืน, ประทีปน้ำมันพึงรุ่งเรือง๒ในพลับพลานี้. ปาฐะว่า
สมํ ชายติ บ้าง ความว่า สมาธิย่อมเกิดด้วยอาการสงบ, ปาฐะก่อน
ดีกว่า เพราะความเป็นคู่ว่า ฌายติ ฌาเปติ - เพ่งความสงบ เผา
ความไม่สงบ.
อนึ่ง บทว่า ฌาเปติ - เอาความว่าเผา. เพราะว่าสมาธินั้น
ชื่อว่าย่อมเผาธรรมเป็นข้าศึกด้วยทำให้ไกลกว่า. ท่านกล่าวอัปปนาสมาธิ
ด้วยบทมีอาทิว่า เอสิตตฺตา เนสิตตฺตา - เพราะแสวงหา เพราะไม่
แสวงหา เพราะการแสวงหาและการไม่แสวงหาเป็นต้น สำเร็จด้วย
อัปปนา.
บทว่า สมํ ฌาตตฺตา - เพราะเพ่งความสงบ, คือ เพราะ
รุ่งเรืองเสมอ. ปาฐะว่า สมํ ชาตตฺตา - เพราะเกิดเสมอบ้าง. ความ
เป็นสมาธิแห่งสมาธิ ๒๕ เหล่านี้ คือ สมาธิ ๖ ด้วยสามารถแห่งคู่ ๘
เหล่านี้, และสมาธิ ๙ มีข้างต้น.
๑. ที. สี. ๙/๙๒ ๒. สํ. นิ. ๑๖/๒๐๑.