พระสุณิสาพระนางมัทรีผู้ราชบุตรีทรงเพ่งพินิจพระ-
วรกายอันยังบกพร้องด้วยเครื่องประดับนั้น ๆ ก็ทรง
ประดับให้บริบูรณ์ งดงามดุจเทพกัญญาในนันทนวัน.
พระนางมัทรีสนานพระเศียร ทรงพระภูษาอัน
สะอาด ประดับด้วยราชปิลันธนาภรณ์ทุกอย่าง งาม
ดุจเทพอัปสรในดาวดึงส์พิภพ วันนั้นเสด็จลีลาศงาม
ดังกัทลีชาติต้องลมที่เกิดอยู่ ณ จิตรลดาวัน สมบูรณ์
ด้วยริมพระโอฐมีสีแดงดังผลตำลึงและพระนางมีพระ
โอฐแดงดังผลนิโครธสุกงาม ประหนึ่งกินรีอันเรียกว่า
มานุสินี เพราะเกิดมามีสรีระดุจมนุษย์ มีปีกอันวิจิตร
กางปีกร่อนไปในอัมพรวิถีฉะนั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า โขมญฺจ กายูรํ ได้แก่ เครื่องประดับ
พระศอมีสัณฐานดังผลอินทผลัมแล้วไปด้วยทองคำ. บทว่า รตนามยํ ได้แก่
เครื่องประดับพระศออีกชนิดหนึ่งแล้วไปด้วยรัตนะ. บทว่า องฺคทํ มณิเมขลํ
ได้แก่ เครื่องประดับต้นพระกร และเครื่องประดับบั้นพระองค์แล้วไป
ด้วยแก้วมณี. บทว่า อณฺณตํ ได้แก่ เครื่องประดับชนิดหนึ่ง. บทว่า
มุขผุลฺลํ ได้แก่ เครื่องประดับดิลกบนพระนลาต. บทว่า นานารตฺเต
ได้แก่ มีสีต่าง ๆ. บทว่า นาณิเย ได้แก่ แล้วไปด้วยแก้วมณี.
เครื่องประดับสองชนิดแม้เหล่านั้นคือเครื่องประดับทรวงและพระอังสา. บทว่า
เมขลํ ได้แก่ เครื่องประดับบั่นพระองค์แล้วไปด้วยสุวรรณและหิรัญ. บทว่า
ปฏิปาทุกํ ได้แก่ เครื่องประดับพระบาท. บทว่า สุตฺตญฺจ สุตฺตวชฺชญฺจ
ได้แก่ เครื่องประดับที่มีสายร้อย และมิได้มีสายร้อย. แต่ในบาลี