ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 518 (เล่ม 64)

เคืองแล้ว ก็ปรารถนาจะกำจัดพระราชาเสีย เพราะ
เหตุแห่งข้าพเจ้า.
พระเจ้าเจตราชทูลว่า
[๑๑๑๙] ข้าแต่พระองค์ผู้ผดุงรัฐ ถ้าพฤติการณ์
นั้นเป็นไปในรัฐนี้ ชาวเจตรัฐขอถวายตัวเป็นบริวาร
เชิญเสด็จครองราชสมบัติในเจตรัฐนี้ทีเดียว รัฐนี้ก็มั่ง
คั่งสมบูรณ์ ชนบทก็เพียบพูนกว้างใหญ่ ข้าแต่สมมติ-
เทพ ขอพระองค์ทรงปลงพระทัยปกครองราชสมบัติ
เถิด พระเจ้าข้า.
พระเวสสันดรตรัสว่า
[๑๑๒๐] ข้าพเจ้าไม่มีความพอใจ ไม่ตกลงใจ
เพื่อจะปกครองราชสมบัติ ท่านเจตบุตรทั้งหลาย ขอ
ท่านทั้งหลายจงพึงข้าพเจ้าผู้ถูกขับไล่จากแว่นแคว้น
ชาวพระนครสีพี ทั้งพลนิกายและชาวนิคม คงไม่
ยินดีว่า ชาวเจตรัฐราชาภิเษกข้าพเจ้าผู้ถูกขับไล่ไปจาก
แว่นแคว้น แม้ความไม่เบิกบานใจ พึงมีแก่ท่านทั้ง
หลาย เพราะเหตุแห่งข้าพเจ้าเป็นแน่ อนึ่ง ความ
บาดหมางและความทะเลาะกับชาวสีพี ข้าพเจ้าไม่ชอบ
ใจ ใช่แต่เท่านั้น ความบาดหมางพึงรุนแรงขึ้นสงคราม
อันร้ายกาจก็อาจมีได้ คนเป็นอันมากพึงฆ่าฟันกันเอง
เพราะเหตุแห่งข้าพเจ้าผู้เดียว สิ่งใดอันท่านทั้งหลาย
ให้แล้ว สิ่งนั้นทั้งหมดเป็นอันข้าพเจ้ารับไว้แล้ว
บรรณาการ เป็นอันท่านทั้งหลายกระทำแล้วทุกอย่าง

518
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 519 (เล่ม 64)

พระราชาทรงพิโรธข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะไปยังเขาวงกต
ขอท่านทั้งหลายจงให้ข้าพเจ้าทราบโอกาสเป็นที่อยู่ใน
ป่านั้นเถิด.
พวกกษัตริย์ทูลว่า
[๑๐๒๑] เชิญเถิด ราชฤาษีทั้งหลายผู้ทรงบูชาไฟ
มีพระทัยตั้งมั่น ประทับอยู่ ณ ประเทศใด ข้าพระ-
พุทธเจ้าทั้งหลายจักกราบทูลประเทศนั้นให้ทรงทราบ
เหมือนอย่างผู้ฉลาดในหนทาง ฉะนั้น ข้าแต่พระมหา-
ราชา โน่นภูเขาศิลาชื่อว่าคันทมาทน์ อันเป็นสถานที่
ที่พระองค์พร้อมด้วยพระโอรส พระธิดาและพระชายา
สมควรจักประทับอยู่ พระเจ้าข้า.
[๑๑๒๒] พระยาเจตราชทั้งหลายก็ทรงกันแสง
พระเนตรนองด้วยอัสสุชล กราบทูลพระเวสสันดรให้
ทรงสดับว่า ข้าแต่พระมหาราชา จากนี้ไป ขอเชิญ
พระองค์ทรงบ่ายพระพักตร์ไปทางทิศอุดร เสด็จสัญจร
ตรงไปยังสถานที่ ที่มีภูเขานั้น ข้าแต่พระองค์ผู้ทรง
พระเจริญ ลำดับนั้นพระองค์จักทรงเห็นภูเขาเวปุล-
บรรพต อันดารดาษไปด้วยหมู่ไม้นานาพันธุ์ มีเงา
ร่มเย็น เป็นที่รื่นรมย์ใจ ข้าแต่พระองค์ผู้ทรงพระ-
เจริญ พระองค์เสด็จล่วงเลยเวปุลบรรพตนั้นแล้ว ถัด
นั้นไป จักได้ทรงเห็นแม่น้ำอันมีนามว่าเกตุมดีเป็น
แม่น้ำลึก ไหลมาจากซอกเขา เกลื่อนกล่นไปด้วยฝูง
ปลาหลากหลาย มีท่าน้ำราบเรียบดี มีน้ำมาก พระองค์

519
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 520 (เล่ม 64)

จะได้สรงสนานและเสวยในแม่น้ำนั้น ปลุกปลอบพระ
ราชโอรสและพระราชธิดาให้สำราญพระทัย ข้าแต่
พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ถัดนั้นไป พระองค์จะได้
ทรงเห็นต้นไทรอันมีผลหวานฉ่ำ อยู่บนยอดเขาอัน
เป็นที่รื่นรมย์ มีเงาร่มเย็น เป็นที่เบิกบานใจ ข้าแต่
พระองค์ผู้ทรงพระเจริญ ถัดนั้นไป พระองค์จะได้
ทรงเห็นภูเขาศิลาชื่อว่านาลิกบรรพต อันเกลื่อนกล่น
ไปด้วยฝูงนกนานาชนิด เป็นที่ชุมนุมแห่งหมู่กินนร
ทางทิศอิสานแห่งนาลิกบรรพตนั้น มีสระน้ำชื่อว่า
มุจลินท์ ดาดาษไปด้วยบุณฑริกบัวขาว และดอกไม้มี
กลิ่นหอมหวาน เชิญพระองค์ผู้เป็นดังพระยาราชสีห์มี
ความจำนงเหยื่อ เสด็จเข้าไปยังไพรสณฑ์วนสถาน
อันเป็นภูมิภาคเขียวชอุ่มดังเมฆอยู่เป็นนิตย์ สะพรั่งไป
ด้วยไม้มีดอกและไม้มีผลทั้งสองอย่างในไพรสณฑ์นั้น
มีฝูงวิหคมากมายต่าง ๆ สี มีเสียงเสนาะกลมกล่อม ต่าง
ส่งเสียงประสานกันอยู่บนต้นไม้อันเผล็ดดอกตามฤดู
กาล พระองค์เสด็จถึงซอกเขาอันเป็นทางเดินลำบาก
เป็นแดนเกิดแห่งแม่น้ำทั้งหลาย จะได้ทอดพระเนตร
เห็นสระโบกขรณี อันดาดาษไปด้วยสลอดและกุ่มน้ำ
มีหมู่ปลาหลากหลายเกลื่อนกล่น มีท่าราบเรียบ มีน้ำ
มากเปี่ยมอยู่เสมอเป็นสระสี่เหลี่ยม มีน้ำจืดดีปราศจาก
กลิ่นเหม็น พระองค์ควรทรงสร้างบรรณศาลาทางทิศ

520
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 521 (เล่ม 64)

อีสาน แห่งสระโบกขรณีนั้น ครั้นทรงสร้างบรรณ-
ศาลาสำเร็จแล้ว ควรทรงบำเพ็ญเพียรเลี้ยงพระชนม์-
ชีพด้วยการเที่ยวแสวงหามูลผลาหาร.
จบวนปเวสนกัณฑ์
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๑๒๓] พราหมณ์ชื่อว่าชูชกอยู่ในเมืองกลิงครัฐ
ภรรยาของพราหมณ์นั้นเป็นสาว มีชื่อว่าอมิตตตาปนา
ถูกพวกหญิงในบ้านนั้น ซึ่งพากันไปตักน้ำที่ท่าน้ำมา
รุมกันด่าว่าอยู่อึงมิว่า มารดาของเจ้าคงเป็นศัตรูเป็น
แน่ และบิดาของเจ้าก็คงเป็นศัตรูแน่นอน จึงได้ยก
เจ้าซึ่งยังเป็นสาวรุ่นดรุณี ให้แก่พราหมณ์ชราเห็นปาน
นี้ไม่เกื้อกูลเลยหนอ ที่พวกญาติของเจ้าแอบปรึกษา
กันยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวรุ่น ๆ ให้แก่พราหมณ์เฒ่าเห็นปาน
นี้เป็นความชั่วหนอ ที่พวกญาติของเจ้าแอบปรึกษากัน
ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวรุ่นๆ ให้แก่พราหมณ์เฒ่าเห็นปานนี้
เป็นความลามกมากหนอ ที่พวกญาติของเจ้าแอบปรึก-
ษากัน ยกเจ้าผู้ยังเป็นสาวรุ่น ๆ ให้แก่พราหมณ์เฒ่า
เห็นปานนี้หนอ ไม่น่าพอใจเลยหนอ ที่พวกญาติของ
เจ้าแอบปรึกษากัน ยกเจ้าซึ่งยังเป็นสาวรุ่น ๆ ให้แก่
พราหมณ์เฒ่าเห็นปานนี้ เจ้าคงไม่พอใจอยู่กับผัวแก่
การที่เจ้าอยู่ในเรือนของพราหมณ์เฒ่า เจ้าตายเสียดีกว่า
อยู่ ดูก่อนแม่คนงามคนสวย มารดาและบิดาของเจ้า

521
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 522 (เล่ม 64)

คงหาชายอื่นให้เป็นผัวไม่ได้แน่ จึงยกเจ้าซึ่งยังเป็น
สาวรุ่น ๆ ให้แก่พราหมณ์เฒ่าเห็นปานนี้ เจ้าคงจัก
บูชายัญไว้ไม่ดีในดิถีที่ ๙ คงจักไม่ได้ทำการบูชาไฟไว้
เจ้าคงจักด่าสมณพราหมณ์ผู้มีพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า
ผู้มีศีล เป็นพหูสูตในโลกเป็นแน่ เจ้าจึงได้มาอยู่ใน
เรือนของพราหมณ์แก่แต่ยังสาวรุ่น ๆ อย่างนี้ การที่
ถูกงูกัดก็ไม่เป็นทุกข์ การที่ถูกแทงด้วยหอกก็ไม่เป็น
ทุกข์ การที่ได้เห็นผัวแก่นั้นแลพึงเป็นทุกข์ด้วย เป็น
ความร้ายกาจด้วย การเล่นหัวย่อมไม่มีกับผัวแก่ การ
รื่นรมย์ย่อมไม่มีกับผัวแก่ การเจรจาปราศรัยย่อมไม่มี
กับผัวแก่ แม้การกระซิกกระซี้ก็ไม่งาม แต่เมื่อใด
ผัวหนุ่มเมียสาวเย้าหยอกกันอยู่ในที่ลับ เมื่อนั้น ความ
เศร้าทุกอย่างที่เสียดแทงหทัยอยู่ย่อมพินาศไปสิ้น เจ้า
ยังเป็นสาวรูปสวย พวกชายหนุ่มปรารถนายิ่งนัก เจ้า
จงไปอยู่เสียที่ตระกูลญาติเถิด พราหมณ์แก่จักให้เจ่า
รื่นรมย์ได้อย่างไร.
นางอมิตตตาปนากล่าวว่า
[๑๑๒๔] ดูก่อนท่านพราหมณ์ ฉันจักไม่ไปตัก
น้ำที่แม่น้ำเพื่อท่านอีกต่อไป เพราะพวกหญิงชาวบ้าน
มันรุมด่าฉัน เหตุที่ท่านเป็นคนแก่.
ชูชกกล่าวว่า
[๑๑๒๕] เธออย่าได้ทำการงานเพื่อฉันเลย ฉัน
จักตักน้ำเอง เธออย่าโกรธเลย

522
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 523 (เล่ม 64)

นางกล่าวว่า
[๑๑๒๖] ฉันไม่ได้เกิดในสกุลที่ใช้สามีให้ตักน้ำ
ท่านพราหมณ์ขอจงรู้อย่างนี้ว่า ฉันจักไม่อยู่ในเรือน
ของท่าน ถ้าท่านจักไม่นำทาสหรือทาสีมาให้ฉัน ท่าน
พราหมณ์จงทราบอย่างนี้ว่า ฉันจักไม่อยู่ในสำนักของ
ท่าน.
ชูชกกล่าวว่า
[๑๑๒๗] ดูก่อนพราหมณี ศิลปกรรมหรือทรัพย์
และข้าวเปลือกของฉันไม่มี ฉันจักนำทาสหรือทาสี
มาให้เธอแต่ที่ไหน ฉันจักบำรุงเธอ เธออย่าโกรธ
เลย.
นางกล่าวว่า
[๑๑๒๘] มานี่เถิด ฉันจักบอกแก่ท่านตามคำ
ที่ฉันได้ฟังมา พระเวสสันดรราชฤาษีประทับอยู่ ณ
เขาวงกต ท่านพราหมณ์จงไปทูลขอทาสและทาสีกะ
พระองค์เถิด เมื่อท่านทูลขอแล้ว พระองค์จัก
พระราชทานทาสและทาสแก่ท่าน.
ชูชกกล่าวว่า
[๑๑๒๙] ฉันเป็นคนชราทุพพลภาพ ทั้งหนทาง
ก็ไกลเดินไปได้ยาก เธออย่ารำพันไปเลย อย่าเสียใจ
เลย ฉันจักบำรุงเธอ เธออย่าโกรธเลย.

523
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 524 (เล่ม 64)

นางกล่าวว่า
[๑๑๓๐] คนขลาดยังไม่ทันถึงสนามรบ ไม่ทัน
ได้รบก็ยอมแพ้ ฉันใด ท่านพราหมณ์ยังไม่ทันได้ไป
ก็ยอมแพ้ ฉันนั้น ถ้าท่านพราหมณ์จักไม่นำทาสหรือ
ทาสีมาให้ฉัน ขอท่านจงทราบไว้อย่างนี้ว่า ฉันจักไม่
อยู่ในเรือนของท่าน ฉันจักกระทำอาการไม่พอใจให้
แก่ท่าน ข้อนั้นจักเป็นความทุกข์ของท่าน ในคราว
มหรสพซึ่งมีในต้นฤดูนักขัตฤกษ์ ท่านจักได้เห็นฉันผู้
แต่งตัวสวยงาม รื่นรมย์อยู่กับชายอื่น ๆ ข้อนั้นจักเป็น
ทุกข์ของท่าน ดูก่อนท่านพราหมณ์ เมื่อท่านซึ่งเป็น
คนแก่รำพันอยู่ เพราะไม่เห็นฉัน ร่างกายที่งอก็จักงอ
ยิ่งขึ้น ผมที่หงอกก็จักหงอกมากขึ้น.
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๑๓๑] ลำดับนั้น พราหมณ์ตกใจกลัว ตกอยู่
ในอำนาจของนางพราหมณี ถูกกามราคะบีบคั้น ได้
กล่าวกะนางพราหมณีว่า ดูก่อนนางพราหมณี เธอจง
ทำเสบียงเดินทางให้ฉัน ทั้งขนมงา ขนมเทียน สตู
ก้อน สตูผง และข้าวผอก เธอจงจัดให้ดี ๆ ฉันจัก
นำพระพี่น้องสองกุมารมาให้เป็นทาส พระกุมารทั้ง
สองนั้นเป็นผู้ไม่เกียจคร้าน จักบำเรอเธอทั้งกลางคืน
กลางวัน.
[๑๑๓๒] พราหมณ์ชูชกผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่ง
พรหม สวมรองเท้าแล้วพร่ำสั่งเสียต่อไป กระทำ

524
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 525 (เล่ม 64)

ประทักษิณภรรยา สมาทานวัตรมีหน้านองด้วยน้ำตา
หลีกไปสู่นครอันเจริญรุ่งเรืองของชาวสีพี เที่ยวแสวง
หาทาสทาสี.
[๑๑๓๓] พราหมณ์ชูชกไปในนครนั้นแล้ว ได้
ถามประชาชนที่มาประชุมกันอยู่ในที่นั้น ๆ ว่า พระ-
เวสสันดรราชประทับอยู่ ณ ที่ไหน เราทั้งหลายจะไป
เฝ้าพระองค์ผู้บรมกษัตริย์ ณ ที่ไหน ชนทั้งหลายผู้มา
ประชุมกันอยู่ ณ ที่นั้นได้ตอบพราหมณ์นั้นว่า ดูก่อน
ท่านพราหมณ์พระเวสสันดรบรมกษัตริย์ ถูกพวกท่าน
เบียดเบียน เพราะทรงให้ทานมากไป ต้องทรงพา
พระราชโอรส พระราชธิดา และพระอัครมเหสีไป
ประทับอยู่ ณ เขาวงกต.
[๑๑๓๔] พราหมณีนั้นผู้มีความติดใจในกาม
ถูกนางพราหมณ์ตักเตือนได้เสวยทุกข์เป็นอันมากใน
ป่าอันเกลื่อนกล่นไปด้วยสัตว์ร้ายเป็นที่เสพอาศัยแห่ง
แรดและเสือเหลือง แกถือไม้เท้าสีเหมือนผลมะตูม
อีกทั้งเครื่องบูชาไฟและเต้าน้ำ เข้าไปสู่ป่าใหญ่ โดย
ทางที่ได้ทราบข่าวซึ่งพระหน่อกษัตริย์ผู้ประทานตาม
ประสงค์ เมื่อพราหมณ์นั้นเข้าไปสู่ป่าใหญ่ถูกสุนัข
ล้อมไล่ ตาแกร้องเสียงขรม เดินหลงทางห่างออกไป
ไกล ลำดับนั้น พราหมณ์ผู้โลภในโภคะ ไม่มีความ
สำรวม (ถูกสุนัขล้อมไล่) หลงทางที่จะไปสู่เขาวงกต
(และนั่งอยู่บนต้นไม้) ได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า

525
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 526 (เล่ม 64)

ชูชกกล่าวว่า
[๑๑๓๕] ใครเล่าหนอจะพึงบอกราชบุตรพระ-
นามว่า เวสสันดรผู้ประเสริฐ ทรงชำนะความตระหนี่
อันใครให้แพ้ไม่ได้ ทรงให้ความปลอดภัยในเวลามี
ภัยแก่เราได้ พระองค์เป็นที่พึ่งของพวกยาจก ดังธรณี
เป็นที่พึ่งของสัตว์ทั้งหลายฉะนั้น ใครจะพึงบอกซึ่ง
พระเวสสันดรมหาราชผู้เปรียบเหมือนแม่ธรณีแก่เรา
ได้ พระองค์เป็นที่ไปเฝ้าของพวกยาจก ดังสาครเป็น
ที่ไหลไปรวมแห่งแม่น้ำทั้งหลายฉะนั้น ใครจะพึงบอก
ซึ่งพระเวสสันดรมหาราชผู้เปรียบเหมือนสาครแก่เรา
ได้ พระองค์เป็นดังสระน้ำ มีท่าอันงามราบเรียบ ลง
ดื่มได้ง่าย มีน้ำเย็นเป็นที่รื่นรมย์ใจ ดาดาษไปด้วย
บุณฑริกบัวขาบ สะพรั่งด้วยเกสรบัว ใครจะพึงบอก
ซึ่งพระเวสสันดรมหาราชผู้เปรียบเหมือนสระน้ำแก่
เราได้ ใครจะพึงบอกซึ่งพระเวสสันดรมหาราช ผู้
เปรียบเหมือนต้นโพธิ์ใบที่เกิดอยู่ใกล้ทาง มีเงาร่มเย็น
น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อย
ล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อน แก่เราได้ ใครจะพึง
บอกซึ่งพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นไทร
ที่เกิดอยู่ใกล้ทาง มีเงาร่มเย็นน่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พัก
อาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยในเวลา
ร้อนแก่เราได้ ใครจะพึงบอกพระเวสสันดรมหาราช
ผู้เปรียบเหมือนต้นมะม่วงที่เกิดอยู่ใกล้ทาง มีเงาร่มเย็น

526
ฉบับมหามกุฏฯ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๔ ภาค ๓ – หน้าที่ 527 (เล่ม 64)

น่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พักอาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อย
ล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อนแก่เราได้ ใครจะพึง
บอกซึ่งพระเวสสันดรมหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นรัง
ที่เถิดอยู่ใกล้ทาง มีเงาร่มเย็นน่ารื่นรมย์ใจเป็นที่พัก
อาศัยของคนเดินทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาใน
เวลาร้อนแก่เราได้ ใครจะพึงบอกซึ่งพระเวสสันดร
มหาราช ผู้เปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่ที่เกิดอยู่ใกล้ทาง
มีเงาร่มเย็นน่ารื่นรมย์ใจ เป็นที่พักอาศัยของคนเดิน
ทาง ผู้เมื่อยล้าเหน็ดเหนื่อยมาในเวลาร้อน แก่เราได้
ก็เมื่อเราเข้าไปในป่าใหญ่ เพ้อรำพันอยู่อย่างนี้ ผู้ใด
จะพึงบอกว่า เรารู้ ผู้นั้นยังความยินดีให้เกิดแก่เรา
เมื่อเราเข้าไปในป่าใหญ่ เพ้อรำพันอยู่อย่างนี้ ผู้ใด
พึงบอกที่ประทับของพระเวสสันดรว่า เรารู้จัก ผู้นั้น
ประสบบุญเป็นอันมาก ด้วยวาจาคำเดียวนั้น.
พระศาสดาตรัสว่า
[๑๑๓๖] นายเจตบุตร เป็นพรานเที่ยวอยู่ในป่า
ได้ตอบแก่ชูชกนั้นว่า ดูก่อนพราหมณ์ พระหน่อ
กษัตริย์ ถูกพวกท่านรบกวน เพราะทรงบำเพ็ญทาน
อย่างยิ่ง จึงถูกเนรเทศจากแคว้นของพระองค์มาประ-
ทับอยู่ ณ เขาวงกต ดูก่อนพราหมณ์ พระหน่อกษัตริย์
ถูกพวกท่านรบกวน เพราะทรงบำเพ็ญทานอย่างยิ่ง
ต้องทรงพาพระโอรสพระธิดาและพระมเหสีมาประทับ

527