ขอถวายพระพร ข้อใดพระองค์ทรงสงสัย เชิญ
มหาบพิตรตรัสถามข้อนั้นกะอาตมภาพเถิด อาตมภาพ
จะถวายวิสัชนาให้มหาบพิตรทรงสิ้นสงสัยด้วยนัย
ด้วยญายธรรม และด้วยเหตุทั้งหลาย.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเวส อตฺโถ ความว่า อันข้อความที่
พระองค์จะพึงถามนั้น. บทว่า ยํ สํสยํ ความว่า พระองค์สงสัยในอรรถข้อ
ใดข้อหนึ่ง พระองค์จงถามความข้อนั้นกะอาตมภาพเถิด. บทว่า นิสฺสํสยตํ
ความว่า อาตมภาพจะนำให้พระองค์หมดความสงสัย. บทว่า นเยหิ ได้แก่
ด้วยคำอันเป็นเหตุ. บทว่า ญาเยหิ ได้แก่ ด้วยญาณ. บทว่า เหตุภิ ได้แก่
ด้วยปัจจัย. อธิบายว่า อาตมภาพจะไม่กราบทูลโดยเหตุ เพียงปฏิญาณไว้เท่า
นั้น จักกระทำให้พระองค์หมดความสงสัย ด้วยการกำหนดด้วยญาณแล้วกล่าว
เหตุ และด้วยปัจจัยอันเป็นเหตุให้ธรรมเหล่านั้นตั้งขึ้น.
ดูก่อนท่านนารทะ ข้าพเจ้าขอถามเนื้อความนี้
กะท่าน ท่านถูกถามแล้วอย่าได้กล่าวมุสากะข้าพเจ้า ที่
คนพูดกันว่า เทวดามี มารดาบิดามี ปรโลกมีนั้น
เป็นจริงหรือ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชโน ยมาห ความว่า พระเจ้าอังคติ-
ราชถามว่า ข้อที่พูดกันอย่างนี้ว่า เทวดามี มารดาบิดามี ปรโลกมี ทั้งหมด
มีอยู่จริงหรือ ?.
พระนารทฤาษีจึงกราบทูลว่า
ที่เขาพูดกันว่า เทวดามี มารดาบิดามี และ
ปรโลกมีนั้น เป็นจริงทั้งนั้นแต่นรชนผู้หลงงมงายใคร่
ในกามทั้งหลาย จึงไม่รู้ปรโลก.