อันมาก แล้วนางได้จัดถาดทองใบ ๑ ให้เต็มไปด้วยทิพยโภชนะอัน
มีรสเลิศต่าง ๆ เหาะไป ณ ที่นั้นโดยเร็ว ยืนอยู่บนอากาศตรงหน้า
สังขพราหมณ์ กล่าวว่า ข้าแต่พราหมณ์ ท่านอดอาหารมา ๗ วันแล้ว
จงบริโภคโภชนะทิพย์นี้เถิด. สังขพราหมณ์แลดูนางเทพธิดา แล้วกล่าว
ว่า จงนำภัตของท่านหลีกไปเถิด เรารักษาอุโบสถ. ลำดับนั้น อุปัฏฐาก
อยู่ข้างหลังไม่เห็นเทวดาได้ฟังแต่เสียง จึงคิดว่า พราหมณ์นี้เป็นสุขุมาล-
ชาติโดยปกติ มาถูกอดอาหารลำบากเข้า ๗ วัน ชรอยจะบ่นเพ้อเพราะ
กลัวตาย เราจักปลอบโยนเขา คิดดังนี้แล้ว จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-
ข้าแต่ท่านสังขพราหมณ์ ท่านก็เป็น
พหูสูต ได้ฟังธรรมมาแล้ว ทั้งสมณพราหมณ์
ทั้งหลาย ท่านก็ได้เห็นมา เหตุไรท่านจึงแสดง
คำพร่ำเพ้อในขณะอันไม่สมควร คนอันนอก
จากข้าพเจ้า ใครเล่าที่จะมาเจรจากับท่านได้ ?
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สุตธมฺโมสิ ความว่า แม้ธรรม
ท่านก็ได้สดับมาแล้ว ในสำนักของสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรมทั้ง-
หลาย. บทว่า ทิฏฺฐา ความว่า ทั้งสมณพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม
ทั้งหลาย อันท่านผู้ถวายปัจจัยแก่สมณพราหมณ์แล้วนั้น กระทำความ
ขวนขวายอยู่ก็ได้เห็นมาแล้ว ท่านแม้เมื่อกระทำอยู่เห็นอยู่อย่างนี้ ก็
ยังไม่เห็นสมณพราหมณ์เหล่านั้นเลย. บทว่า อถกฺขเณ ตัดบทเป็น