เถระนั่งเหนืออาสนะนั้นแล้ว นางก็ถวายน้ำล้างเท้าและน้ำมันชโลมเท้า
ถือพัดใบตาลพัดถวาย. เมื่อความเร่าร้อนสงบแล้ว นางก็ปรุงน้ำปานะ
หวานเย็นหอมถวาย. พระเถระดื่มน้ำปานะนั้นแล้ว ก็สงบความลำบาก
กายลง ทำอนุโมทนาแล้วก็หลีกไป. ต่อมาภายหลัง นางก็ตายไปบังเกิด
ในภพดาวดึงส์. เรื่องทั้งหมดพึงทราบว่า ก็เช่นเดียวกับวิมานในลำดับก่อน
แม้ในคาถาทั้งหลาย ก็เคยกล่าวไว้ทั้งนั้น.
ด้วยเหตุนั้น พระธรรมสังคาหกาจารย์ จงกล่าวว่า ท่านพระ-
โมคคัลลานะ ถามว่า
ดูก่อนเทพนารี ท่านขึ้นเรือปิดทอง ท่าน
ลงเล่นสระโบกขรณี หักปทุมด้วยมือ. กูฏาคารนิเวศ
ของท่าน จัดไว้พิมพ์เดียวกัน ประหนึ่งเนรมิตเป็น
ส่วนสัด เมื่อส่องแสงก็ส่องสว่างรอบสี่ทิศ. เพราะ
บุญอะไร วรรณะของท่านจึงเป็นเช่นนี้ เพราะบุญ
อะไร ผลนี้จิตสำเร็จแก่ท่าน และโภคะทุกอย่าง
ที่น่ารักจึงเกิดแก่ท่าน.
ดูก่อนเทพีผู้มีอานุภาพมาก อาตมาขอถาม
ท่าน ครั้งเกิดเป็นมนุษย์ ท่านได้ทำบุญอะไรไว้ เพราะ
บุญอะไร ท่านจึงมีอานุภาพรุ่งเรืองอย่างนี้ และวรรณะ
ของท่านจึงสว่างไสวไปทุกทิศ.
เทวดานั้น ถูกท่านพระโมคคัลลานะถามแล้ว
ดีใจ ก็พยากรณ์ปัญหา โดยอาการที่ท่านถึงกรรม
ที่มีผลดังนี้ว่า